รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 39

ความมืดมิดคืบคลาน

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"คุณจะให้ฉันทำอย่างไรคะ ในเมื่อลายเซ็นนี้... มันคือลายเซ็นของฉันจริงๆ" เสียงของรินรดาสั่นพร่า ทว่าแววตากลับแข็งกร้าวเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองธันวา แฟ้มเอกสารในมือถูกกำแน่นจนขอบกระดาษยับย่น ความมืดสลัวในห้องทำงานของทนายความหนุ่มดูจะทวีความกดดันมากขึ้นเป็นเท่าตัวเมื่อพัดลมเพดานหมุนเอื่อยๆ ตัดกับบรรยากาศที่เหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น ธันวาไม่ตอบในทันที เขานั่งเอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังสีเข้ม สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่รินรดา ราวกับจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นผิวหนังที่ซีดเผือดของเธอ "คนเรามักจะถูกใส่ร้ายด้วยสิ่งที่ตัวเองเคยเชื่อมั่นที่สุดครับ... หมายถึง ผมหมายถึงว่า ลายเซ็นบนกระดาษใบนั้นอาจไม่ได้มาจากมือของคุณ แต่มันมาจาก 'ความจงใจ' ของคนที่จ้องจะทำลายคุณให้ย่อยยับ" "แล้วใครล่ะคะ?" รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงของเธอแห้งผาก "ใครจะมีอำนาจลบเลือนตัวตนของฉันในอดีต แล้วยัดเยียดชื่อผู้สมรู้ร่วมคิดมาให้แทนที่ได้เนียนสนิทขนาดนี้ นอกจากคนที่นั่งอยู่บนหอคอยงาช้างนั่น" เธอนึกถึงใบหน้าของ 'คุณหญิงมณี' ภาพของคุณหญิงที่ยิ้มเย็นฉาบด้วยความใจดีในงานการกุศลย้อนกลับมาหลอกหลอน หากนี่คือเกมหมากรุก รินรดารู้สึกเหมือนตนเองกำลังถูกไล่ต้อนไปจนมุมกระดาน และเบี้ยทุกตัวที่เธอมีอยู่กำลังถูกกินไปทีละตัวอย่างเลือดเย็น "เราต้องหาพยานคนสุดท้ายให้พบ" ธันวาเปลี่ยนน้ำเสียงให้หนักแน่นขึ้น เขาลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังเธอ ความเงียบงันในห้องถูกคั่นด้วยเสียงหยดน้ำที่รั่วซึมจากก๊อกน้ำในห้องครัวด้านนอก "พนักงานบัญชีคนนั้นที่ลาออกไปตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ถ้าเขาพูดความจริง... คุณหญิงมณีจะไม่มีทางหนีพ้นความผิดนี้ไปได้" "สายไปแล้วค่ะ" รินรดากระซิบพลางเบือนหน้าหนี "เมื่อสองชั่วโมงก่อน มีโทรศัพท์นิรนามโทรมาขู่ฉัน เขาบอกว่าถ้าฉันยังขุดคุ้ยเรื่องนี้ต่อ... ชื่อของฉันในหน้าประวัติศาสตร์อาชญากรรมนี้ จะไม่ใช่แค่ 'ผู้สมรู้ร่วมคิด' แต่จะเป็น 'ฆาตกรตัวจริง' ที่ทุกคนต้องสาปแช่ง" ธันวานิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากไหล่ของหญิงสาวที่เขารักและปกป้องมาโดยตลอด ความโกรธแค้นค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในอกของทนายความหนุ่ม เขาไม่เคยกลัวอำนาจมืด แต่เขากลัว... กลัวว่าความจริงจะพรากรินรดาไปจากเขาตลอดกาล "ถ้าพวกเขาจะเล่นเกมสกปรก เราก็แค่ต้องทำให้มันเลอะเทอะจนกว่าพวกเขาจะยอมเผยตัวออกมา" ธันวากล่าวพลางวางมือลงบนบ่าของเธอแผ่วเบาเพื่อปลอบประโลม "ริน... เชื่อผมนะ ไม่ว่าเรื่องราวจะบิดเบี้ยวไปถึงไหน ผมจะเป็นคนถือปากกาเขียนตอนจบให้คุณเอง" รินรดาหันกลับมาสบตาเขา แววตาสั่นระริกนั้นเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยว "ฉันไม่อยากให้คุณต้องมาเปื้อนโคลนไปกับฉันด้วย ธันวา... คุณหญิงมณีไม่ได้มองคุณเป็นแค่ทนายความ แต่มองคุณเป็นหนามยอกอกที่ต้องกำจัดทิ้งเหมือนคนอื่นๆ" "งั้นก็ปล่อยให้เธอเห็นว่า หนามยอกอกอย่างผม... มันเจ็บปวดแค่ไหน" บรรยากาศในห้องถูกขัดจังหวะด้วยเสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่นผิดปกติ ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยที่ยังไม่ได้รับอนุญาต ชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำสนิทสามคนเดินเข้ามาในห้องทำงานของธันวาด้วยใบหน้าที่ไร้อารมณ์ ผู้ที่เดินนำหน้าสุดหยิบหมายศาลฉบับหนึ่งขึ้นมาแสดงตรงหน้าของรินรดา "คุณรินรดาครับ ผมขอเชิญคุณไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน... และนี่คือหมายจับฉุกเฉินครับ" อากาศภายในห้องเหมือนจะหยุดนิ่ง รินรดารู้สึกว่าหัวใจของเธอร่วงหล่นลงสู่ก้นบึ้งของความมืดมิด ทันใดนั้น ไฟในห้องทำงานของธันวาก็ดับวูบลงพร้อมกับเสียงกระจกหน้าต่างแตกละเอียดจากแรงปะทะของบางอย่างที่พุ่งเข้ามาจากด้านนอก ความโกลาหลเข้าครอบงำ ท่ามกลางเสียงตะโกนของธันวาที่พยายามจะคว้าตัวเธอไว้ในความมืด รินรดากลับสัมผัสได้ถึงมือเย็นเยียบของใครบางคนมาแตะที่ลำคอของเธอพร้อมกับเสียงกระซิบที่คุ้นเคย 'ไม่คิดเลยนะคะ ว่ารินจะกล้ากลับมาเปิดแฟ้มนี้อีกครั้ง... ลาก่อนนะจ๊ะ' รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อแสงแฟลชจากกล้องถ่ายรูปสาดส่องเข้ามาในห้องที่มืดสนิท เธอเห็นร่างของคุณหญิงมณียืนอยู่ตรงประตู ท่ามกลางวงล้อมของสื่อมวลชนที่กรูเข้ามาเหมือนฝูงแร้งที่รอคอยซากศพ นี่ไม่ใช่การจับกุมเพื่อความยุติธรรม... แต่นี่คือการประหารชีวิตในที่สาธารณะที่ถูกจัดฉากไว้เป็นอย่างดี! ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหมอกควันไปกับรินรดานะคะ ด้วยรักและขอบคุณจากใจจริง, กำมะหยี่สีแดง
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%