แฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้สักทองจนเกิดเสียงทึบหนักหน่วง สะท้อนก้องในห้องทำงานที่เงียบสงบจนน่าอึดอัด รินรดาไม่แม้แต่จะปรายตาแลเอกสารเหล่านั้น ดวงตาคู่คมกริบภายใต้กรอบหน้าเรียบเฉยทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือความโกลาหลของย่านธุรกิจที่ดำเนินไปราวกับโลกทั้งใบไม่ได้หยุดหมุนตามความพินาศที่กำลังคืบคลานเข้ามา
"คุณหญิงคงไม่คิดว่า... ไฟที่ตัวเองจุดขึ้น จะเลือกเว้นเผาผลาญคนใกล้ตัวหรอกกระมังคะ"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบงันที่กดทับบรรยากาศมานานนับชั่วโมง เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนแฟ้มเอกสารเล่มนั้น เป็นจังหวะเดียวกับที่หัวใจของคนฟังกระตุกวูบ
รินรดายังคงนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศแทรกซึมผ่านผิวเนื้อ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังตีรวน ภาพรอยยิ้มจอมปลอมและความเย่อหยิ่งของคุณหญิงมณีในงานสังคมเมื่อคืนยังติดตา แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าความหยนิ่งยโสของอีกฝ่าย คือราคาที่คนใกล้ตัวต้องเป็นผู้จ่าย... ราคาที่แลกมาด้วยความโลภอันไร้ขีดจำกัดของคุณหญิงเอง
"ใคร..." เสียงของรินรดาแหบพร่า เล็กน้อยอย่างไม่อาจควบคุม "ใครคือคนที่ต้องรับเคราะห์แทนความมักใหญ่สูงนั้น"
ธันวาถอนหายใจยาวนาน แววตาที่มองเธอมีทั้งความเห็นใจและความระaอาใจระคนกัน "คุณนายภาินี... น้องสาวแท้ๆ ของคุณหญิงมณีเองค่ะ"
คำตอบนั้นทำให้รินรดาต้องหันขวับมามอง ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยราวกับรูปสลักปรากฏรอยร้าวขึ้นมาวูบหนึ่ง คุณนายภาินี สตรีผู้ใช้ชีวิตอยู่เบื้องหลังความหรูหรา ผู้ไม่เคยแตะต้องเรื่องสกปรกโสโครกใดๆ แต่กลับถูกใช้เป็นนอสตราดามุสหรือนอมินีในการถือครองหุ้นนอกกฎหมายตามคำสั่งของพี่สาว เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีและซุกซ่อนทรัพย์สินที่ได้มาจากการฮุบที่ดินของชาวบ้าน
"คุณหญิงหลอกใช้เธอ..." รินรดากล่าวลอดไรฟัน น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ปะปนความสมเพช "หลอกให้น้องสาวแท้ๆ เซ็นชื่อค้ำประกันในสัญญาเงินกู้ยักษ์ใหญ่ที่ไม่มีทางเป็นไปได้ แล้วโยนภาระหนี้สินทั้งหมดให้รับไปคนเดียวเมื่อเกมพลิก... ช่างเป็นสายเลือดที่เหี้ยมเกรียมเสียจริง"
"ไม่ใช่แค่เรื่องหนี้สินนะคะริน" ธันวาเอื้อมมือมาแตะขอบโต๊ะ โน้มตัวเข้าไปใกล้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "ตอนนี้ ป.ป.ช. และกรมสอบสวนคดีพิเศษกำลังสาวเส้นทางการเงินจากบัญชีในนามของคุณนายภาินี ซึ่งเชื่อมโยงโดยตรงกับคดีฮุบที่ดินตระกูลของคุณรินด้วย หมายจับกำลังจะออก... และถ้าคุณหญิงมณีเลือกที่จะรักษาชื่อเสียงและตระกูลหลักเอาไว้ คนที่จะต้องติดคุกแทน... ก็คือคุณนายภาินีผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยแรงกระแทกกระทั้นของความจริงอันโหดร้าย รินรดาทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้หนังอย่างหมดแรง ภาพความทรงจำในอดีตซ้อนทับเข้ามา ภาพของมารดาผู้ล่วงลับที่เคยถูกคุณหญิงมณีหักหลังในทางธุรกิจ จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในครอบครัวของเธอ กรรมตามสนองช่างทำงานได้ช้าเสียเหลือเกิน แต่มันก็รุนแรงและแม่นยำจนน่าหวาดกลัว
คุณหญิงมณีผู้ยิ่งใหญ่ ผู้กุมอำนาจและเงินตราไว้ในกำมือ กำลังมองดูปราสาททรายที่นางสร้างขึ้นมากับมือค่อยๆ พังทลายลงทีละน้อย ผ่านความโลภและความเห็นแก่ตัวของนางเอง นางคิดมาตลอดว่าการเสียสละหมากบางตัวจะช่วยให้ตัวเองรอดพ้น แต่ความจริงที่โหดร้ายคือ หมากตัวแรกที่กำลังจะถูกสละ... กลับเป็นสายเลือดเดียวกัน
"คุณหญิงคงกำลังคลุ้มคลั่งสินะคะ" รินรดาเอ่ยขึ้นเบาๆ มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไร้ซึ่งความสุข แต่เต็มไปด้วยความสมเพชเวทนา
"ยิ่งกว่าคลุ้มคลั่งค่ะริน ตอนนี้ทางฝั่งนั้นกำลังพยายามติดต่อทนายมือดีทุกคนในเมืองเพื่อเคลียร์คดี แต่ไม่มีใครกล้าแตะ... เพราะหลักฐานที่หลุดออกมา มันมัดตัวแน่นจนดิ้นไม่หลุด และคนที่ส่งหลักฐานชุดนี้ให้ทางกรมสอบสวน... ก็ไม่ใช่ใครอื่น เป็นคนใกล้ตัวของคุณหญิงที่ทนเห็นความพินาศนี้ไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว"
คำพูดของธันวาทำให้รินรดาขมวดคิ้วมุ่น "ใครกัน?"
ธันวายังไม่ทันได้เอ่ยชื่อ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างเร่งรีบ ก่อนที่บานประตูห้องทำงานจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาฯ ส่วนตัวของเธอเอง หญิงสาวหน้าตาตื่นตระหนก หอบหายใจถี่กระชั้นราวกับวิ่งหนีสิ่งน่ากลัวมาตลอดทาง
"คุณรินคะ... มีแขกไม่ได้รับเชิญมารอพบที่ห้องรับแขกด้านล่างค่ะ" เลขาฯ สาวละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เธอ... เธอสภาพดูไม่ได้เลยค่ะ ร้องไห้ฟูมฟายและบอกว่าถ้าไม่เจอคุณรินวันนี้ เธอจะกระโดดตึกฆ่าตัวตายตรงนี้ให้ดู"
รินรดากับธันวาสบตากันทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดๆ
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อสูทเข้ารูปให้เรียบง่าย ก้าวเท้าเดินผ่านโต๊ะทำงานมุ่งตรงไปยังประตูด้วยฝ่าก้าวที่มั่นคง แม้ในใจจะรู้ดีว่าสิ่งที่กำลังรอเธออยู่เบื้องล่าง คือผลลัพธ์อันบิดเบี้ยวจากพายุความโลภที่คุณหญิงมณีเป็นคนก่อขึ้น และมันกำลังจะลากทุกคนลงสู่ห้วงเหวไปด้วยกัน
เมื่อเธอก้าวมาถึงห้องรับแขก ร่างของหญิงวัยกลางคนในชุดหรูหราที่ยับยู่ยี่และเปรอะเปื้อนคราบน้ำตา กำลังนั่งกอดเข่าร้องไห้อกจะแตกตายอยู่บนโซฟา ตัวสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้า หญิงผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำบวมเป่งจากการร้องไห้อย่างหนักประสานเข้ากับสายตาของรินรดา
และก่อนที่รินรดาจะทันได้กล่าวทักทาย หญิงผู้นั้นก็พุ่งเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้า คว้าชายกระโปรงของเธอไว้แน่นราวกับคนจมน้ำคว้าฟางเส้นสุดท้าย พร้อมกับเสียงกรีดร้องสะอื้นไห้ที่ทำให้บรรยากาศในห้องเย็นยะเยือกขึ้นทันตา
"ช่วยด้วย... ช่วยฉันด้วยรินรดา พี่สาวฉัน... พี่สาวฉันกำลังจะฆ่าฉันทางกฎหมาย... ฮือออ ฉันไม่อยากติดคุก!"
กำมะหยี่สีแดง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความล้างผลาญนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 43
ความพินาศของใครบางคน
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!