กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารเก่าๆ และกลิ่นอายฝนที่ลอยมาจากนอกหน้าต่าง ทำให้ห้องทำงานเล็กๆ ในยามวิกาลนี้ดูราวกับหลุดออกไปจากโลกภายนอก
“คุณกำลังเอาชีวิตตัวเองไปแขวนไว้บนเส้นด้ายนะคะ รินรดา”
น้ำเสียงของธันวาเต็มไปด้วยความกังวลระคนเหนื่อยล้า ชายหนุ่มละสายตาจากกองเอกสารคดีการเสียชีวิตของบิดามารดา เงามืดที่ทอดผ่านใบหน้าคมสันทำให้เขาดูเคร่งขรึมยิ่งกว่าเดิม ดวงตาคู่คมมองตรงมายังหญิงสาวที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ราวกับต้องการทะลวงผ่านเกราะป้องกันอันแข็งกร้าวที่เธอก่อขึ้นมาเพื่อปิดบังความเปราะบาง
รินรดาไม่ได้หลบสายตา เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะคลี่ยิ้มบางเบา—รอยยิ้มที่ว่างเปล่าจนน่าใจหาย ปลายนิ้วเรียวเย็นเฉียบหมุนแหวนเงินโบราณบนนิ้วนางอย่างเชื่องช้า เป็นจังหวะเดียวกับการเต้นของหัวใจที่แม้จะหวาดหวั่น แต่ก็เด็ดเดี่ยวเกินกว่าจะหันหลังกลับ
“เส้นด้ายเส้นนั้นมันขาดไปตั้งแต่สิบลึกปีก่อนแล้วค่ะ ธันวา” เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทว่าทุกพยางค์กลับหนักแน่นราวกับตอกลงบนแผ่นหิน “ฉันแค่กำลังรอให้มันตึงที่สุด... เพื่อที่เวลาที่มันดีดกลับ คุณหญิงมณีจะได้รู้ว่าความเจ็บปวดที่แท้จริงมันเป็นอย่างไร”
ธันวาถอนหายใจยาวนาน เขารู้ดีว่าไม่มีคำพูดใดสามารถสั่นคลอนความตั้งใจของหญิงสาวตรงหน้าได้อีกแล้ว รินรดาในตอนนี้ไม่ใช่เด็กสาวผู้หวาดกลัวในคืนที่สูญเสียครอบครัวไปอย่างไร้ความปรานี เธอคือภาพสะท้อนของความแค้นที่ถูกหล่อหลอมด้วยความเงียบงันและความอดทนอันยาวนาน
“หลักฐานในมือเราตอนนี้ยังไม่พอที่จะลากคอคนระดับนั้นเข้าคุกได้นะคะ ถ้าคุณเปิดเกมรุกตอนนี้ คุณหญิงมณีพร้อมจะบดขยี้คุณให้แหลکคามือโดยที่เธอไม่ต้องลงมือเองด้วยซ้ำ” ทนายความหนุ่มเตือนด้วยความหวังดี มือหนาเอื้อมไปแตะแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลบนโต๊ะเบาๆ
“ใครบอกว่าฉันจะใช้กฎหมายล่ะคะ”
คำพูดเรียบง่ายแต่เชือดเฉือนนั้นทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน ธันวาชะงักไป ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจระคนเข้าใจ
รินรดาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ความสูงระหงและชุดเดรสเข้ารูปสีดำสนิทขับเน้นให้เธอดูสง่างามและทรงพลังราวกับพญาหงส์ผู้พร้อมจะกาง
กรงเล็บ เธอเดินไปยังบานหน้าต่างกระจกที่สะท้อนเงาใบหน้าเรียบนิ่งของตนเอง ด้านนอก... เมฆฝนสีดำทะมึนกำลังเคลื่อนตัวปกคลุมท้องฟ้า ลมกระโชกแรงเริ่มพัดปะทะกระจกเสียงดังทึบ ราวกับสัญญาณเตือนจากธรรมชาติว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะโหมกระหน่ำในไม่ช้า
“สงครามครั้งนี้ไม่มีคำว่าปรานีค่ะ” รินรดากระซิบเบาๆ กับกระจกเงา สายตาคมกริบมองทะลุความมืดมิดเบื้องล่าง “ถ้าความยุติธรรมมันเชื่องช้าเกินไป ฉันนี่แหละจะเป็นคนพิพากษาพวกมันเอง”
ในห้วงความคิดของเธอ ภาพเหตุการณ์ในคืนวันนั้นยังคงแจ่มชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน เสียงกรีดร้อง เสียงหัวาล่อ และกลิ่นควันไฟที่พรากทุกอย่างไปจากชีวิต เธอยังจำรอยยิ้มเยือกเย็นของคุณหญิงมณีในงานศพวันนั้นได้ดี รอยยิ้มของผู้หญิงที่เหยียบย่ำชีวิตคนอื่นเพื่อรักษาความยิ่งใหญ่ของตระกูล
“ฉันเตรียมใจไว้แล้วค่ะ” รินรดาหันกลับมาเผชิญหน้ากับธันวาอีกครั้ง แววตาที่ฉายชัดถึงความมุ่งมั่นทำให้ทนายความหนุ่มถึงกับพูดไม่ออก “ไม่ว่าแลกมาด้วยอะไร ฉันต้องกระชากหน้ากากคนพวกนั้นออกมาให้ได้”
ธันวากลืนก้อนความขมฝืดลงคอ เขารู้ดีว่าการห้ามเธอในตอนนี้ก็เหมือนกับการเอาใบไม้ไปขวางกระแสน้ำเชี่ยว สิ่งเดียวทำได้ไม่ใช่การฉุดรั้งเธอไว้ แต่คือการยืนหยัดเคียงข้างและคอยรับแรงกระแทกแทนในยามที่เธอเพลี่ยงพล้ำ
“ถ้าอย่างนั้น...” ธันวาตัดสินใจลุกขึ้นยืนเช่นกัน แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยวไม่แพ้กัน “ในเมื่อคุณเลือกที่จะเดินเข้ากองไฟ ผมก็จะขอเป็นคนถือคบเพลิงนำทางให้คุณเอง”
รินรดามองเพื่อนสนิทและคู่คิดคนเดียวของเธอด้วยความซาบซึ้งใจที่ซ่อนอยู่ใต้ความนิ่งขรึม เธอกำลังจะเอ่ยปากขอบคุณ แต่เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นสามครั้ง—ก๊อก ก๊อก ก๊อก—จังหวะหนักแน่นและเชื่องช้า เยือกเย็นราวกับถูกซ้อมมาเป็นอย่างดี
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบอีกครั้ง ธันวากับรินรดาสบตากันโดยอัตโนมัติ ในยามวิกาลและในสถานที่ลับแห่งนี้... ไม่ควรมีใครล่วงรู้การมาของพวกเขา
เสียงฝีเท้าหนักๆ เริ่มดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ทีละก้าว ทีละก้าว และหยุดลงตรงหน้าประตูห้องทำงานพอดี
ก่อนที่รินรดาจะทันได้ขยับตัว ลูกบิดประตูโลหะก็ค่อยๆ หมุนช้าๆ จากด้านนอก พร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกเผยให้เห็นร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด...
รอยยิ้มอันคุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยพิษสงปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของผู้มาเยือน พร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอที่ทำเอาเลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบลงในพริบตา
“ดึกดื่นค่ำคืนนี้... สองหนุ่มสาวกำลังปรึกษาเรื่องคดีความอะไรกันอยู่หรือคะ ถึงได้จริงจังกันเสียขนาดนี้”
กำมะหยี่สีแดง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความล้างผลาญนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 44
ความเงียบก่อนพายุใหญ่
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!