รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 42

พายุที่โหมกระหน่ำ

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
เสียงกระแทกของแฟ้มเอกสารปกหนังสีเลือดหมูลงบนโต๊ะไม้สักทองดังสนั่น หักล้างความเงียบงันภายในห้องทำงานส่วนตัวของคุณหญิงมณีได้อย่างสิ้นเชิง สันปกหนาเตอะนั่นไม่ใช่เพียงแค่กระดาษรายงานทางบัญชี แต่มันคือใบประกาศิตแห่งการฆาตกรรมทางสังคมที่ถูกเตรียมการมาอย่างแยบยล รอยยิ้มที่มุมปากของคุณหญิงมณีไม่ได้บ่งบอกถึงความสุข หากแต่มันคือรอยยิ้มของนักล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมเข้ามาในกรงขังแห่งเพลิงไฟที่นางเป็นผู้จุดขึ้นเอง "คิดว่าปีกบางๆ ของเธอจะบินหนีพ้นเงื้อมมือฉันไปได้จริงๆ หรือคะ รินรดา" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอื้อnเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับบาดลึกราวกับคมมีดที่กรีดลงบนความรู้สึกของผู้ฟัง รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม หลังของเธอยืดตรงไม่ไหวติง แม้ว่าปลายนิ้วที่ประสานกันบนตักจะเย็นเฉียบจนไร้ความรู้สึก แววตาคู่คมกริบไม่ได้สะท้อนความหวาดกลัวออกมาแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเจ็บปวดและเพลิงแค้นที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้ดวงตาสีเข้มคู่นั้น ความนิ่งขรึมของหญิงสาวคือเกราะป้องกันสุดท้ายที่เธอเหลืออยู่ หลังจากสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่ครอบครัวเคยสร้างสมมา "อำนาจที่คุณหญิงกำลังถือครองอยู่ มันแลกมาด้วยเลือดและคราบน้ำตาของกี่ชีวิตกันคะ?" รินรดาถามกลับ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อยตรงปลายเสียงอย่างไม่อาจควบคุมได้ "ความยุติธรรมไม่ใช่สิ่งที่ผู้พ่ายแพ้มีสิทธิ์มาเรียกร้องนะคะ เด็กน้อย..." คุณหญิงมณีลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างท้วมในชุดผ้าไหมไทยสีเทาเข้มก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงระเหยเข้าเตะจมูก ยิ่งขับเน้นบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก "สิ่งที่เธอถืออยู่ในมือตอนนี้ ไม่ว่าจะเป็นเอกสารสิทธิ์ที่ดิน หรือพินัยกรรมฉบับนั้น... พรุ่งนี้เช้า ทุกอย่างจะกลายเป็นเศษกระดาษไร้ค่า และตระกูลของเธอจะถูกจดจำในฐานะ ‘คนโกง’ ที่หนีความผิดไปตลอดกาล" บรรยากาศภายในห้องมืดลงเรื่อยๆ ตามแสงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้าในยามเย็น เงาสะท้อนจากกระจกบานใหญ่เผยให้เห็นความตึงเครียดที่แทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ ธันวาซึ่งยืนสงบนิ่งอยู่มุมห้องมาโดยตลอด ขยับตัวเล็กน้อย แว่นตากรอบทองสะท้อนแสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะ เขาไม่ใช่คนที่จะใช้อารมณ์นำพา แต่ความนิ่งของทนายความหนุ่มในยามนี้กลับน่ากลัวเสียยิ่งกว่าพายุที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกหน้าต่าง "คุณหญิงกำลังประเมินค่าของกฎหมายต่ำเกินไปนะคะ" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดยั้งฝีเท้าของคุณหญิงมณีได้ คุณหญิงมณีหันกลับมามองทนายความหนุ่มด้วยหางตา รอยยิ้มเยาะหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่มีริ้วรอยแห่งวัยแต่ยังคงความงดงามแบบนางพญา "ทนายหนุ่ม... คุณคิดว่าหลักฐานที่คุณเก็บซ่อนไว้ในเซฟของสำนักงานกฎหมาย มันยังปลอดภัยดีอยู่หรือคะ?" คำพูดนั้นทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ เธียรหันขวับไปมองธันวาในทันที ทว่าชายหนุ่มยังคงรักษาความสงบเยือกเย็นไว้ได้อย่างน่าทึ่ง แม้ว่าดวงตาคมกริบของเขาจะไหววูบไปชั่วขณะหนึ่งก็ตาม "คุณหมายความว่าอย่างไร?" รินรดาถาม น้ำเสียงเริ่มสูญเสียความควบคุม "หมายความว่า เกมนี้มันจบลงตั้งแต่ที่คุณก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้วค่ะ" คุณหญิงมณีหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่แหบพร่าแต่น่าขนลุก "เอกสารทั้งหมดที่เธอพยายามตามหา เพื่อล้างมลทินให้พ่อแม่ของเธอน่ะ... ตอนนี้มันอยู่ในเตาผิงชั้นล่างเรียบร้อยแล้ว และเถ้าถ่านเหล่านั้นก็คงกำลังลอยละลิ่วไปกับสายลมข้างนอกนั่นแล้วกระมัง" ภาพความทรงจำเกี่ยวกับบิดามารดาที่ล่วงลับผุดขึ้นมาในหัวของรินรดาราวกับภาพสלอว์โมชั่น ความพยายามแรมปี ความเจ็บปวด ความโดดเดี่ยว และหยดน้ำตาที่รินรดาพยายามกลืนกินมันลงไปตลอดเส้นทางอันมืดมนนี้ พังทลายลงในประโยคเดียว ทว่าแทนที่จะกรีดร้องออกมาอย่างคนเสียสติ รินรดากลับค่อยๆ หลับตาลงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกทั้งหมดที่กำลังแผดเผาอยู่ในอก เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายในดวงตาคู่นั้นไม่ได้มีความอ่อนแอเหลืออยู่เลย มีเพียงความเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความกลัว "คุณคิดว่าคุณเผาทำลายกระดาษพวกนั้นได้... แล้วความจริงจะสูญหายไปด้วยอย่างนั้นหรือคะ คุณหญิงมณี" รินรดากล่าวถ้อยคำแต่ละคำด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นราวกับตอกเสาเข็ม "ความจริงไม่ใช่กระดาษแผ่นเดียวที่มือสกปรกของคุณจะเอื้อมไปทำลายได้ทั้งหมดหรอกค่ะ" คุณหญิงมณีหรี่ตาลง รอยยิ้มบนใบหน้าเริ่มจางหายไปแทนที่ด้วยความระแวงเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเย่อหยิ่ง "เธอยังมีไพ่ใบอื่นอีกงั้นหรือ? เด็กอวดดี!" ก่อนที่การปะทะคารมระหว่างทั้งสองฝ่ายจะดำเนินไปไกลกว่านั้น เสียงเคาะประตูก็รัวเร็วและหนักหน่วงดังขึ้นจากด้านนอก ขัดจังหวะบรรยากาศที่ตึงเครียดถึงขีดสุดภายในห้องทำงาน ประตูไม้บานใหญ่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอรับคำอนุญาต ร่างของแม่บ้านเก่าแก่ก้าวเข้ามาด้วยอาการหอบสะท้าน ใบหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก "คุณ... คุณหญิงคะ! แย่แล้วค่ะ!" เสียงของหญิงสูงวัยสั่นเครือจนแทบจับใจความไม่ได้ คุณหญิงมณีขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ หันไปตวาดแว้ดใส่ "มีเรื่องอะไรกัน ถึงได้เสียมารยาทมารบกวนเวลาฉันกับแขก!" "ตำรวจค่ะ... ตำรวจล้อมบ้านไว้หมดแล้วค่ะ!" แม่บ้านละล่ำละลักพูดออกมา พร้อมกับเสียงไซренаรถตำรวจที่ดังสนั่นฝ่าสายฝนและเสียงคำรามของพายุภายนอกเข้ามาถึงภายในห้องอย่างชัดเจน รินรดายกยิ้มมุมปากขึ้นช้าๆ รอยยิ้มที่งดงามหยาดเยิ้มแต่เย็นเยียบราวน้ำแข็ง เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง กวาดสายตามองคุณหญิงมณีที่หน้าถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัดในพริบตา "ดูเหมือนว่า... พายุที่คุณหญิงสร้างขึ้น มันกำลังย้อนกลับมากลืนกินตัวคุณเองแล้วนะคะ" กำมะหยี่สีแดง ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านพายุลูกนี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%