“เธอคิดจริงๆ หรือริน... ว่าการกำจัดฉัน จะทำให้ความจริงที่ถูกฝังไว้ใต้รอยจารึกนั้นตายตามไปด้วย”
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบจนน่ากลัว เธอยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าเพื่อนสนิทผู้แปรSพรรค รอยยิ้มเยียบเย็นที่เคยประดับอยู่บนริมฝีปากของอีกฝ่ายเลือนหายไป แทนที่ด้วยความตื่นตระหนกชั่วขณะที่ฉายชัดผ่านนัยน์ตาคู่นั้น ก่อนจะถูกกลบเกลื่อนด้วยท่าทีแข็งกร้าว
ความเงียบงันในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่มีเพียงแสงไฟสีส้มสลัวจากหลอดไฟเก่าๆ บนเพดาน ดังก้องเสียยิ่งกว่าเสียงอสุนิบาต บรรยากาศรอบตัวอัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายของความหวาดระแวงและคราบน้ำตาที่ยังไม่ทันแห้งเหือดบนแก้มของรินรดา
ในวินาทีที่ปลายกระบอกปืนสีดำสนิทจากมือของมือสังกรในคราบเพื่อนสนิทถูกยกขึ้นเล็งตรงมาที่กลางหน้าอกของรินรดา หัวใจของเธอกลับเต้นช้าลงอย่างไร้สาเหตุ หญิงสาวหลับตาลงเตรียมรับชะตากรรม ความเจ็บปวดจากการถูกหักหลังโดยคนที่ไว้ใจที่สุดมันกัดกินหัวใจจนชาชิน
ทว่า... ก่อนที่นิ้วนั้นจะเหนี่ยวไก ร่างสูงโปรดของใครอีกคนก็พุ่งเข้าใส่ราวกับเสือชีตาร์ที่กระโจนเข้าตะמתเหยื่อ!
“ธันวา!”
เสียงอุทานอย่างตกใจของรินรดาดังขึ้นพร้อมกับเสียงปืนที่ดังสนั่นหวั่นไหว ลูกกระสุนเจาะทะลุกระจกหน้าต่างแตกกระจาย เสียงเศษแก้วร่วงกราวลงมากระทบพื้นราวกับเสียงปรบมือของความตาย ธันวาใช้ร่างกายของเขารับแรงปะทะและปกป้องรินรดาไว้ใต้ร่างของเขา ทั้งสองล้มกลิ้งไปบนพื้นห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นผง
เลือด... สีแดงสดที่ซึมผ่านเสื้อเชิ้ตสีขาวของทนายความหนุ่ม หยดลงกระทบพื้นไม้ทีละหยด รินรเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ลมหายใจของเธอสะดุดกักค้างอยู่ที่ลำคอ มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปแตะไหล่หนาที่มีรอยกระสุนเฉี่ยวผ่านจนเนื้อผ้าขาดวิ่นและมีเลือดไหลซึมไม่หยุด
“คุณ... ทำไมคุณถึงทำแบบนี้?” เสียงของเธอสั่นเครือ หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลทะลักออกมาอย่างไร้การควบคุม ความรู้สึกผิดและความซาบซึ้งตีรวนกันจนแน่นหน้าอก
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น ใบหน้าที่เคยสุขุมและเคร่งขรึมบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด แต่ในนัยน์ตาคมกริบคู่นั้นกลับทอประกายความแน่วแน่และห่วงใยอย่างลึกซึ้ง เขาฝืนยبر้มจางๆ ให้เธอ แม้ลมหายใจจะเริ่มติดขัด
“ผมเคยสัญญาไว้แล้วไม่ใช่หรือครับ... ว่าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาพรากคุณไปจากความจริง” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ชีวิตของผม... มันมีค่าก็ต่อเมื่อได้ใช้มันเพื่อปกป้องความยุติธรรม และปกป้องผู้หญิงที่ผมรักที่สุด”
คำว่า ‘รัก’ ลอยวนอยู่ในอากาศ ท่ามกลางกลิ่นควันปืนและกลิ่นคาวเลือด มันไม่ใช่คำสารภาพรักในบรรยากาศโรแมนติกใต้แสงเทียน หากแต่มันคือคำปฏิญาณที่แลกมาด้วยลมหายใจและหยาดเลือดของลูกผู้ชาย
เสียงหัวเราะเยาะหยันดังขึ้นจากมุมห้อง มือสังหารสาวลดปืนลงเล็กน้อยด้วยความตกใจที่ไม่คิดว่าจะมีตัวแปรโผล่เข้ามาขัดจังหวะ “โอ้... น่าประทับใจเสียจริง ความรักอันยิ่งใหญ่ของทนายความผู้ผดุงความยุติธรรม น่าเสียดายที่ความตายไม่มีความปรานีต่อคนโง่หรอกนะคะ”
เธอเงื้อมือเตรียมลั่นไกใส่อีกครั้งเพื่อปิดบัญชีให้เด็ดขาด แต่ก่อนที่นิ้วนั้นจะกดลงบนไกปืน ประตูห้องที่ถูกล็อกไว้ก็ถูกพังทลายลงด้วยแรงถีบมหาศาล!
ร่างท้วมแต่ทรงอำนาจของคุณหญิงมณีปรากฏขึ้นที่กรอบประตู พร้อมกับกลุ่มชายชุดดำนับสิบคนที่ถืออาวุธครบมือ ดวงตาฝ้าฟางตามวัยแต่ยังคงความเฉียบคมดุดันกวาดมองสภาพความวุ่นวายภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของธันวาที่นอนจมกองเลือดและรินรดาที่กอดเขาไว้แน่น
“เล่นสนุกกันพอหรือยัง... แม่ตัวดี” คุณหญิงมณีแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้ายับย่นตามวัย “คิดว่าหนีพ้นเงื้อมมือฉันไปได้จริงๆ น่ะหรือ รินรดา?”
รินรดาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับศัตรูตัวฉกาจ แววตาที่เคยมีความหวาดกลัว บัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นเคืองที่ลุกโชนดั่งเปลวไฟ เธอค่อยๆ ประคองธันวาให้นอนพิงกับผนังห้องอย่างระมัดระวัง ก่อนจะลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายระหงสั่นเทาด้วยความโกรธ
“คุณหญิง... ทุกอย่างที่ท่านทำลงไป มันแลกมาด้วยชีวิตคนบริสุทธิ์กี่ชีวิตกัน!” รินรดาตะโกนถาม เสียงของเธอก้องกังวานไปทั่วห้อง
“ชีวิตคนพวกนั้นไม่มีค่าพอที่จะเอามาเทียบกับตระกูลของเราหรอก!” คุณหญิงมณีตอบกลับอย่างไม่สะทกสะท้าน “และตอนนี้... แกสองคนก็กำลังจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่ต้องถูกลบเลือนเช่นกัน จัดการพวกมันซะ!”
ชายชุดดำก้าวเข้ามารุมล้อม รินรดากำหมัดแน่น เตรียมรับมือกับวาระสุดท้ายของชีวิต ทว่าในเสี้ยววินาทีวิกฤตนั้นเอง ธันวาที่นอนอยู่กับพื้นก็เอื้อมมือมาคว้าข้อเท้าของเธอไว้เบาๆ พร้อมกับกระซิบแผ่วเบาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความลับ
“อย่าเพิ่งหมดหวังครับริน... ดูที่กระเป๋าเสื้อของผมสิครับ”
รินรดาก้มมองตามสายตาของเขา หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นไฟกระพริบสีแดงดวงเล็กๆ จากเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่ซ่อนอยู่ และก่อนที่ใครจะทันตั้งตัว เสียงประกาศจากลำโพงภายนอกอาคารก็ดังสนั่นก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงไซเรนตำรวจที่ดังระรัวเข้ามาใกล้ทุกที!
คุณหญิงมณีหน้าถอดสีทันทีเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเธอกำลังเดินเข้าไปในหลุมพรางที่ถูกขุดรอไว้แล้วอย่างสมบูรณ์แบบ
********************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้กำมะหยี่สีแดงมาโดยตลอดนะคะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 41
บทพิสูจน์ความรัก
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!