รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 25

ชิ้นส่วนของจิ๊กซอว์

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"คุณหญิงมาที่นี่... เพื่อมาดูให้แน่ใจว่าเหยื่อที่ติดบ่วง ยังคงดิ้นพล่านอยู่ในกับดักที่คนปูทางไว้ให้อย่างนั้นหรือคะ" รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบที่กดทับจนแทบหยุดหายใจ เธอไม่ได้ลุกขึ้นยืนต้อนรับอย่างที่มารยาทสังคมพึงกระทำ มือของเธอยังคงกุมเอกสารรายงานการชันสูตรพลิกศพในคืนวันฝนตกเมื่อยี่สิบปีก่อนไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด คุณหญิงมณีหยุดฝีเท้าลงกลางห้องทำงานของธันวา กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่อบอวลอยู่รอบกายหญิงสูงวัยดูขัดกับบรรยากาศเคร่งขรึมของห้องทำงานทนายความอย่างสิ้นเชิง ท่านไม่ได้ตอบคำถามทันที แต่ทอดสายตามองแผ่นกระดาษในมือรินรดาด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก—รอยยิ้มที่ดูราวกับกำลังมองดูภาพวาดชิ้นเอกที่ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ "รินรดา... ความอยากรู้อยากเห็นเป็นดาบสองคมเสมอ" คุณหญิงเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าก้องกังวานในความรู้สึก "บางครั้งการปล่อยให้ความจริงหลับใหลไปพร้อมกับเถ้าถ่าน อาจเป็นความเมตตาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่คนเป็นมอบให้คนตายได้นะคะ" "ความเมตตา?" รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงนั้นสั่นพร่าแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยว เธอหันไปสบตาธันวาที่ยืนขนาบข้างอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะหันกลับมาประจันหน้ากับศัตรูหมายเลขหนึ่ง "ท่านเรียกการฆาตกรรมอำพรางว่าความเมตตาหรือคะ? หรือท่านเรียกมันว่า 'การกำจัดเศษขยะ' ที่ขวางทางเดินอันสวยหรูของตระกูลท่านกันแน่" ธันวาขยับตัวเล็กน้อย สายตาของเขาจดจ้องไปยังคุณหญิงมณีราวกับจะจับผิดทุกกระเบียดนิ้ว "หลักฐานชิ้นนี้ไม่ได้มีแค่ลายเซ็นปลอมของคุณหญิงนะคะ แต่มันยังมี 'จิ๊กซอว์' อีกชิ้นที่ขาดหายไป ซึ่งวันนี้... มันเพิ่งจะถูกเติมเต็มด้วยคำพูดของท่านเอง" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนเหมือนเส้นด้ายที่ถูกดึงจนสุดแรง ธันวาหยิบซองเอกสารอีกฉบับขึ้นมาวางบนโต๊ะไม้โอ๊ค พื้นผิวที่เรียบกริบสะท้อนภาพใบหน้าของพวกเขาทั้งสามคน บันทึกการเงินที่ถูกโอนเข้าบัญชีลับในต่างประเทศเมื่อยี่สิบปีก่อนถูกคลี่ออก เผยให้เห็นตัวเลขมหาศาลที่ผูกโยงกับชื่อของ 'มูลนิธิเพื่อการกุศล' ซึ่งคุณหญิงมณีเป็นประธาน "คุณแม่ของดิฉันไม่ได้ตายเพราะอุบัติเหตุรถยนต์เบรกแตกเพียงอย่างเดียว" รินรดาเริ่มปะติดปะต่อสิ่งที่เธอเพิ่งค้นพบ "ท่านวางแผนทำลายระบบเบรก แต่ที่น่าสมเพชยิ่งกว่านั้น คือท่านส่งคนไปทำลายหลักฐานในโรงพยาบาล เพื่อให้แน่ใจว่าแม่ของดิฉันจะไม่รอดพ้นจากคืนนั้นไปได้... เพื่อที่ท่านจะได้ครอบครองโฉนดที่ดินผืนสุดท้ายที่พ่อของดิฉันปฏิเสธจะขายให้ท่าน" คุณหญิงมณีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาที่เคยเยือกเย็นเริ่มมีประกายแห่งความสมเพช "หนูฉลาดเหมือนพ่อไม่มีผิด... แต่น่าเสียดายที่ความฉลาดนั้นไม่ได้ช่วยให้หนูมีชีวิตรอดได้นานขึ้นเลย" "ท่านหมายความว่าอย่างไรคะ?" ธันวาก้าวเข้ามาขวางหน้าท่านหญิง รินรดารู้สึกถึงชีพจรที่เต้นระรัวในขมับ เธอเริ่มตระหนักว่าข้อมูลที่เธอมีอยู่ไม่ใช่แค่เรื่องอดีต แต่มันคือชนวนระเบิดที่กำลังจุดไฟเผาปัจจุบันของเธอเอง "ตลอดเวลาที่ผ่านมา ท่านไม่ได้แค่ฆ่าพวกเขา แต่ท่านพยายามลบพวกเขาออกจากสารบบประวัติศาสตร์ของเมืองนี้" รินรดาพยายามคุมเสียงให้มั่นคง "และสิ่งที่ท่านกลัวที่สุดตอนนี้ ไม่ใช่ตำรวจ ไม่ใช่กฎหมาย แต่เป็น 'ความจริง' ที่กำลังจะถูกเผยแพร่ในงานกาล่าการกุศลคืนนี้ใช่ไหมคะ?" คุณหญิงมณีหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "งานคืนนี้จะมีคนสำคัญมากมาย รินรดา... รวมถึงนักข่าวสายสังคมที่พร้อมจะขุดคุ้ยเรื่องเน่าเฟะของคนอื่น เพื่อแลกกับเศษเงินเล็กน้อย" หญิงสูงวัยเดินเข้าไปใกล้รินรดาจนได้กลิ่นแป้งเย็นจางๆ บนผิวหน้า "หนูคิดว่าพวกเขาจะสนใจ 'ความจริง' ของเด็กกำพร้าที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างหนู มากกว่า 'หน้าตาทางสังคม' ของคนระดับดิฉันหรือคะ?" รินรดาเม้มปากแน่น ความเปราะบางในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง ทว่าในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นบางอย่างบนปกเสื้อสูทของคุณหญิงมณี—เข็มกลัดรูปดอกกุหลาบสีเงิน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนเดียวกับที่เธอกระชากติดมือมาได้จากเสื้อของผู้ที่พยายามลอบทำร้ายเธอในตรอกมืดเมื่อสามวันก่อน จิ๊กซอว์ทั้งหมดในหัวของเธอประกอบเข้าหากันอย่างสมบูรณ์ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียเปลี่ยนเป็นเพลิงแค้นที่แผดเผาความกลัวจนหมดสิ้น เธอหยิบเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่แอบเปิดไว้ในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาโชว์ตรงหน้าคุณหญิงมณี "ท่านไม่ได้แค่มาดูเหยื่อดิ้นหรอกค่ะ" รินรดากระซิบ เสียงของเธอราบเรียบจนน่ากลัว "แต่ท่านมาเพื่อสารภาพบาปด้วยตัวเอง... และบันทึกเสียงนี้กำลังจะถูกส่งไปถึงมือของอัยการสูงสุด ก่อนที่งานกาล่าจะเริ่มขึ้น" ใบหน้าของคุณหญิงมณีซีดเผือดลงในชั่วพริบตา รอยยิ้มที่กรีดลึกหายไปโดยฉับพลันเหลือเพียงความตกตะลึง ทว่าในจังหวะที่ความเงียบเข้าครอบงำอยู่นั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นจากด้านหลังประตูที่ยังเปิดค้างอยู่ "เกรงว่าเรื่องนี้จะไม่ง่ายอย่างที่คิดนะรินรดา..." เสียงทุ้มต่ำและเย็นเยียบที่คุ้นหูเป็นอย่างดีดังขึ้น พร้อมกับร่างของชายวัยกลางคนที่ก้าวเข้ามาในห้องทำงาน เขาคือรองผู้บัญชาการตำรวจที่ควรจะเป็นมิตรแท้ของพ่อเธอมาโดยตลอด เขาปัดมือออกจากการจับกุมใครก็ตามที่ขวางทาง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโชว์หน้าจอที่กำลังแสดงภาพถ่ายสดของธันวาที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบที่จอดรออยู่ข้างล่าง "ส่งของให้ผมเดี๋ยวนี้ ก่อนที่คนสำคัญอีกคนของหนู... จะหายไปตลอดกาลเหมือนพ่อแม่ของหนู" กำมะหยี่สีแดงขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของรินรดามาจนถึงจุดวิกฤตินี้นะคะ หวังว่าท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้เธอฝ่าฟันมรสุมนี้ไปได้ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%