“ส่งของมาเถอะรินรดา อย่าให้ฉันต้องทำในสิ่งที่เธอจะไม่มีวันให้อภัยตัวเองไปตลอดชีวิต”
เสียงทุ้มต่ำของชายที่ยืนอยู่เบื้องหน้าไม่ได้สั่นไหว แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับไร้ซึ่งความปรานี รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้องสมุดเก่าแก่ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษและหยาดฝนที่โปรยปรายอยู่ภายนอก ในมือของเธอมีแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่แลกมาด้วยเลือดและคราบน้ำตาของครอบครัวตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันคือหลักฐานชิ้นเดียวที่จะกระชากหน้ากากคุณหญิงมณีลงจากบัลลังก์อันสูงส่ง แต่การจะเปิดโปงความชั่วร้ายนั้น หมายถึงการต้องยอมสละบุคคลเดียวที่เหลืออยู่บนโลกที่เธอรักสุดหัวใจ
“คุณก็รู้ว่าถ้าฉันให้ไป... ทุกอย่างที่พ่อกับแม่ทิ้งไว้ให้จะสูญเปล่า” รินรดาเค้นเสียงตอบ ลมหายใจของเธอติดขัดเหมือนมีก้อนหินหนักอึ้งกดทับอยู่ที่หน้าอก
“ความแค้นมันกินไม่ได้หรอกนะริน” ธันวาขยับกายเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเขาที่เธอเคยหลงใหล กลับกลายเป็นกลิ่นอายของความอึดอัดในวินาทีนี้ “ถ้าเธอเลือกแฟ้มใบนั้น เธอก็แค่ได้ความสะใจ แต่วันนี้... ถ้าเธอยอมวางมันลง แล้วก้าวออกไปกับฉัน เรายังมีอนาคตที่สะอาดพอจะเริ่มต้นใหม่ได้”
รินรดามองชายหนุ่มที่เธอให้ความไว้วางใจเหนือกว่าใคร ธันวาไม่ใช่แค่ทนายความ เขาคือคนที่คอยซับน้ำตาให้ในวันที่เธอกรีดร้องกับความมืดมิด แต่ในยามนี้ แววตาของเขาดูหม่นแสงลงจนเธออ่านไม่ออกว่าเขากำลังทำเพื่อเธอ หรือทำเพื่อปกป้องใครบางคนในตระกูลนั้นกันแน่ มือที่กำแฟ้มแน่นจนปลายนิ้วขาวซีดสั่นระริก
“อนาคตที่สะอาดงั้นหรือคะ?” รินรดาแค่นหัวเราะ เสียงของเธอเย็นเยียบจนตัวเธอเองยังรู้สึกประหลาด “ธันวา... คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าใครเป็นคนทำลายอนาคตของฉันตั้งแต่วันแรก ใครเป็นคนสั่งให้รถคันนั้นพุ่งเข้าชนพ่อกับแม่ฉันในคืนที่ฝนตกหนักแบบนี้เมื่อสิบปีที่แล้ว!”
“ฉันรู้...” ธันวาตอบเสียงเรียบ แต่จังหวะการหายใจของเขาเริ่มไม่สม่ำเสมอ “แต่การทำลายมณีอุตสาหกรรมในตอนนี้ไม่ได้ทำให้คนตายฟื้นขึ้นมา ริน... วางมันลงเถอะ ผมขอร้อง”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องสมุดชั่วขณะ มีเพียงเสียงหยดน้ำที่กระทบหน้าต่างเป็นจังหวะเหมือนเสียงหัวใจที่เต้นรัว รินรดามองไปที่ภาพถ่ายใบเก่าบนโต๊ะทำงาน ภาพของครอบครัวที่ดูมีความสุขก่อนที่ม่านหมอกแห่งแผนการร้ายจะเข้าปกคลุมชีวิตเธอ เธอมีสองทางเลือก ทางหนึ่งคือการแก้แค้นให้สาสมกับความเจ็บปวดที่ฝังรากลึก อีกทางคือการยอมปล่อยมือจากอดีตเพื่อรักษาลมหายใจของธันวา... ผู้ชายที่เธอกำลังจะเสียไปหากเธอตัดสินใจผิดพลาด
เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลัง แฟ้มเอกสารในมือยังคงเป็นกุญแจสำคัญ “ถ้าฉันวางมันลง คุณจะรับประกันได้ไหมว่าคุณหญิงมณีจะไม่แตะต้องใครอีก? คุณจะสัญญาได้ไหมว่าความยุติธรรมที่คุณเคยพร่ำบอกฉันมาตลอด มันจะยังมีความหมาย?”
ธันวานิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาของเขามองผ่านไหล่รินรดาไปที่มุมมืดของห้อง ประกายตาที่วูบไหวเพียงชั่วครู่ทำให้หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ เธอไม่ได้สังเกตเห็นเงาตะคุ่มที่ขยับเขยื้อนอยู่หลังชั้นหนังสือสูงตระหง่านนั่นมาก่อนจนกระทั่งตอนนี้
“ผมให้สัญญาไม่ได้...” เสียงของธันวาเปลี่ยนไป มันดูแห้งผากและเวทนา “เพราะในโลกของอำนาจ... ไม่มีที่ว่างสำหรับความยุติธรรมหรอกรินรดา มีแต่ที่ว่างสำหรับผู้ชนะเท่านั้น”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า คำพูดนั้นไม่ใช่คำเตือน แต่มันคือคำพิพากษา เธอหลับตาลงนึกถึงใบหน้าของคุณหญิงมณีที่ยิ้มเยาะเย้ยในทุกครั้งที่เธอพยายามจะโงหัวขึ้นสู้ ความเจ็บปวดจากการสูญเสียพ่อแม่พุ่งขึ้นมาตีตื้นที่ลำคอจนเธออยากจะสำลักออกมาเป็นหยาดเลือด เธอไม่ได้ต้องการแค่การเอาคืน แต่เธอต้องการทวงคืนความถูกต้องที่ถูกเหยียบย่ำมาเนิ่นนาน
“ถ้าอย่างนั้น... ฉันก็ไม่มีอะไรต้องรักษาไว้แล้ว”
รินรดาตัดสินใจหมุนตัวกลับ เธอไม่ได้วิ่งหนี แต่เธอกลับเดินตรงไปที่เตาผิงซึ่งมีเปลวไฟอ่อนๆ กำลังมอดไหม้ เธอตัดสินใจชูแฟ้มเอกสารขึ้นเหนือเปลวไฟ ธันวาพุ่งตัวเข้ามาหมายจะคว้ามันไว้ แต่เขากลับชะงักเมื่อเห็นรินรดากดปลายนิ้วลงบนเครื่องบันทึกเสียงขนาดจิ๋วที่ติดอยู่กับปกเสื้อ
“คุณคิดว่าฉันมาที่นี่โดยไม่มีแผนสำรองงั้นหรือคะธันวา?” รินรดายิ้มหยัน นัยน์ตาที่เคยเศร้าหมองบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยว “สิ่งที่อยู่ในมือฉันไม่ใช่แค่หลักฐานการตายของพ่อแม่... แต่เป็นคลิปเสียงที่คุณเพิ่งยอมรับออกมาว่าคุณเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ตั้งแต่วันแรก!”
สิ้นคำพูดนั้น ประตูห้องสมุดก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างของคุณหญิงมณีปรากฏกายขึ้นพร้อมกับเสียงปรบมือที่ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องอย่างเยือกเย็น
“ช่างเป็นฉากละครที่น่าประทับใจจริงๆ” คุณหญิงมณีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไปด้วยความร้ายกาจ “แต่รินรดาจ้ะ... เธอแน่ใจแล้วเหรอว่าสิ่งที่เธอกำลังถืออยู่ คือของจริง?”
รินรดาสะดุ้งสุดตัวเมื่อมองลงไปที่แฟ้มในมือ กระดาษด้านในไม่ได้หนาแน่นอย่างที่ควรจะเป็น แต่มันกลับมีเพียงกระดาษเปล่ากับโน้ตแผ่นหนึ่งที่เขียนด้วยลายมือคุ้นตาว่า *‘เล่นสนุกพอหรือยัง?’* วินาทีนั้นเอง เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังแทรกเข้ามาในความเงียบ พร้อมกับธันวาที่ทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสนและหวาดกลัว ขณะที่คุณหญิงมณีเดินตรงเข้ามาใกล้จนลมหายใจเย็นยะเยือกของเธอสัมผัสที่ข้างหูรินรดา
“คนรักของเธอ... ไม่ได้ขายเธอให้ฉันหรอกนะรินรดา แต่เขาเป็นคนเขียนบทให้เธอแสดงละครฉากนี้ตั้งแต่แรก เพื่อให้เธอสารภาพความผิดในสิ่งที่เธอไม่ได้ทำ... และดูเหมือนว่าตำรวจที่ฉันเรียกมา กำลังจะมาถึงเพื่อจับกุมตัว ‘ฆาตกร’ อย่างเธอแล้วล่ะ”
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกอันตรายไปกับรินรดาในตอนนี้ด้วยนะคะ มาร่วมลุ้นกันว่าเธอจะเอาตัวรอดจากกับดักนี้ได้อย่างไรในตอนหน้าค่ะ
"กำมะหยี่สีแดง"
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 26
การตัดสินใจที่ยากลำบาก
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!