รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 20

แผนการซ้อนแผน

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
"ฉันไม่คิดว่าคุณจะกล้าก้าวออกมาจากมุมมืดนั้นด้วยตัวเองนะ... ท่านรอง" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย หากแต่มือที่ซ่อนอยู่ภายใต้ชายแขนเสื้อกลับกำแน่นจนเล็บจิกเข้าที่ฝ่ามือ ความเย็นเยียบจากแผ่นหลังกระจายไปทั่วสรรพางค์กาย เมื่อเงาร่างของ 'ธนา' รองประธานบริษัทผู้ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากคุณหญิงมณีค่อยๆ ก้าวพ้นจากเงามืดของชั้นหนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ รอยยิ้มที่เขาเคยใช้มอบให้เธอเสมือนพี่ชายที่แสนดี บัดนี้มันช่างดูบิดเบี้ยวและอาบด้วยความอำมหิตจนน่าสะพรึงกลัว "ความลับน่ะรินรดา... ถ้ามันถูกเก็บไว้ในที่มืดนานเกินไป มันจะเน่าเฟะจนส่งกลิ่น" ธนาเอ่ยพลางใช้นิ้วเรียวยาวไล้ไปตามสันหนังสือหนังแท้อย่างใจเย็น "เหมือนกับที่คุณกำลังพยายามขุดมันขึ้นมาดูนั่นแหละ คุณคิดจริงๆ หรือว่าการเดินหมากโง่ๆ บนกระดานที่ผมเป็นคนวางไว้ จะทำให้คุณชนะได้?" รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก สายตาของเธอไม่ได้ไหวหวั่นอย่างที่เขาคาดหวัง แม้ในใจจะกำลังกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก "การขุดศพขึ้นมาดูอาจจะน่ารังเกียจ แต่เชื่อเถอะค่ะว่ามันน่ารื่นรมย์กว่าการเห็นคนเป็นๆ อย่างคุณเน่าตายไปพร้อมกับความชั่วร้ายพวกนั้น" บรรยากาศในห้องหนังสือเงียบงันจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ธนาขยับเข้ามาใกล้ขึ้น กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของเขาตีรวนกับกลิ่นอับของกระดาษเก่า ทำให้รินรดารู้สึกสะอิดสะเอียน เธอถอยหลังหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ แต่ทว่านัยน์ตาคมกริบของเธอยังคงจ้องประสานกับเขาไม่ลดละ "ธันวาบอกคุณหรือเปล่าล่ะ ว่าทนายความที่แสนดีคนนั้นน่ะ เขาก็มีราคาที่ต้องจ่ายเหมือนกัน" ธนาโน้มตัวลงมาใกล้ กระซิบถ้อยคำที่เปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กๆ ทิ่มแทงความเชื่อมั่นของเธอ "อย่าได้ไว้ใจใครในวังวนนี้ แม้แต่คนที่คุณคิดว่าอยู่ข้างเดียวกัน รินรดา" ทว่าแทนที่จะแสดงอาการสับสนอย่างที่เขาต้องการ รินรดากลับหัวเราะแผ่วเบา เสียงหัวเราะที่ฟังดูเย็นชาจนธนาต้องชะงัก เธอหมุนตัวเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานไม้ตัวใหญ่ ก่อนจะหยิบซองจดหมายสีน้ำตาลที่ซ่อนไว้ใต้พรมปูพื้นขึ้นมาวางไว้ต่อหน้าเขา "คุณพูดถูกค่ะธนา... ฉันอาจจะเดินหมากโง่ๆ แต่ฉันก็เรียนรู้เร็วพอที่จะรู้ว่า ในเมื่อบนกระดานนี้มีงูพิษมากกว่าหนึ่งตัว วิธีเดียวที่จะอยู่รอด คือการเผากระดานทิ้งซะ" ธนาขมวดคิ้ว มือที่กำลังจะเอื้อมไปคว้าซองจดหมายหยุดชะงัก เมื่อเห็นรินรดากดปุ่มบันทึกเสียงบนนาฬิกาข้อมือของเธอ ไฟสีแดงดวงเล็กๆ กระพริบขึ้นเป็นจังหวะ ราวกับสัญญาณเตือนภัยที่บ่งบอกว่าทุกคำพูดที่เขาหลุดปากออกมาเมื่อครู่ ได้ถูกบันทึกไว้เป็นหลักฐานมัดตัวเรียบร้อยแล้ว "คุณเล่นสกปรก!" ธนาตวาดลั่น ใบหน้าที่เคยสุขุมเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ "สกปรกเหรอคะ?" รินรดาเดินเข้าใกล้เขาจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของอีกฝ่าย "เทียบกับสิ่งที่พวกคุณทำกับครอบครัวของฉันแล้ว สิ่งที่ฉันทำวันนี้มันยังเรียกว่า 'มารยาททางสังคม' ได้อยู่เลยนะคะธนา" เธอเก็บหลักฐานนั้นใส่กระเป๋าด้วยท่าทีสงบนิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ท่ามกลางความโกรธจัดของชายตรงหน้า รินรดารู้ดีว่านี่เป็นเพียงก้าวแรกของแผนการล้างแค้นที่เธอออกแบบด้วยมือตัวเอง เธอไม่ได้ต้องการแค่ทำลายคนพวกนี้ให้ย่อยยับ แต่เธอต้องการให้พวกเขา 'สูญเสีย' ทุกอย่างที่พวกเขารัก เหมือนที่เธอเคยเสียไป ธนาพยายามจะคว้าตัวเธอไว้ แต่ทว่าเสียงฝีเท้าที่ดังสะท้อนมาจากทางเดินด้านนอกทำให้เขารีบถอยกรูดกลับเข้าสู่เงามืดอีกครั้ง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความตึงเครียดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในอากาศ รินรดายืนนิ่งอยู่กลางห้อง พยายามปรับลมหายใจให้เป็นปกติ มือที่สั่นเทาถูกซุกไว้ในกระเป๋าเสื้อโค้ท เธอรู้ดีว่าจากนี้ไปเธอไม่ได้เดินบนเส้นทางสายเดิมอีกแล้ว เธอเดินบนเส้นทางแห่งความตายที่เธอเลือกเอง เสียงเปิดประตูห้องหนังสือดังขึ้นอีกครั้ง ร่างสูงโปร่งของธันวาก้าวเข้ามาด้วยสีหน้ากังวล เขาหยุดชะงักเมื่อเห็นรินรดายืนอยู่เพียงลำพังด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นัยน์ตาของเธอดุจดั่งน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย แตกต่างจากหญิงสาวผู้อ่อนโยนที่เขาเคยปกป้องอย่างลิบลับ "รินรดา? คุณอยู่ที่นี่ได้ยังไง... แล้วเมื่อกี้ผมได้ยินเสียง—" เขายังพูดไม่ทันจบประโยค ประตูห้องหนังสือก็ถูกกระชากเปิดออกโดยคุณหญิงมณี พร้อมกับบอดี้การ์ดชุดดำอีกสองคนที่ยืนคุมเชิงอยู่ด้านหลัง ในมือของคุณหญิงถือแฟ้มเอกสารบางอย่างที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกับการทำธุรกรรมลับที่รินรดาเพิ่งได้มา "ธันวา..." คุณหญิงมณีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบราบหากแต่กดดัน "ดูเหมือนว่าคนของเธอจะล้ำเส้นไปไกลกว่าที่ฉันอนุญาตนะ" รินรดาหันกลับไปมองหญิงสูงวัยผู้อยู่เบื้องหลังความตายของครอบครัว เธอไม่ได้กลัว แต่ในใจกลับจุดประกายความรู้สึกบางอย่างที่เธอเก็บงำมานาน... ความรู้สึกที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างที่ขวางหน้า ทันใดนั้นเอง ธันวาก็ขยับตัวก้าวไปยืนข้างรินรดา ทว่าสิ่งที่เขาทำกลับไม่ใช่การดึงเธอกลับไปในที่ปลอดภัย แต่เป็นการกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายของรินรดาเย็นเฉียบ "แผนของคุณน่ะยอดเยี่ยมมาก... แต่น่าเสียดายที่หลักฐานในซองจดหมายที่คุณถืออยู่นั่น มันเป็นของปลอมที่ผมเป็นคนสลับเองตั้งแต่นาทีที่คุณเดินเข้ามาในห้องนี้แล้วนะ รินรดา" รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอค่อยๆ ก้มมองซองจดหมายในมือที่ถูกเปิดออกโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพบว่าภายในนั้นมีเพียงกระดาษเปล่าแผ่นเดียว และเสียงหัวเราะเยือกเย็นของคุณหญิงมณีก็ดังขึ้นซ้ำเติมท่ามกลางความมืดมิดที่เริ่มโอบล้อมพวกเขาไว้จากทุกทิศทาง รินรดาได้แต่เบิกตากว้างเมื่อตระหนักว่า คนที่เธอไว้ใจที่สุด กลับกลายเป็นหมากตัวที่อันตรายที่สุดบนกระดานนี้... หรือว่าเกมนี้เธอพ่ายแพ้ตั้งแต่วินาทีแรกที่คิดจะเริ่มเดินหมากแล้วกันแน่? กำมะหยี่สีแดงขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดและเข้มข้นนี้ไปพร้อมกับรินรดานะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%