“ความจริงไม่ใช่สิ่งที่ควรเอามาวางบนโต๊ะอาหารนะคะ ลุงบุญ”
เสียงของรินรดาราบเรียบ ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในตอนท้าย เธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักตัวเดิมในห้องหนังสือที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและฝุ่นจางๆ ปลายนิ้วเรียวสัมผัสกรอบรูปถ่ายใบเก่าที่มุมหนึ่งของโต๊ะ สายตาคมกริบจับจ้องไปยังชายชราในชุดพ่อบ้านที่ยืนค้อมตัวอยู่ไม่ไกลนัก ลุงบุญเป็นคนรับใช้เก่าแก่ที่อยู่กับตระกูลมานานกว่าสามสิบปี แผ่นหลังที่เคยเหยียดตรงบัดนี้โค้งงอราวกับแบกรับความลับของคนทั้งตระกูลเอาไว้
“คุณรินรดา...” ลุงบุญเอ่ยเสียงแหบพร่า “ความจริงมันไม่ใช่เรื่องของความเหมาะสม แต่มันคือเรื่องของลมหายใจที่คุณยังเหลืออยู่”
รินรดาหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ เธอผุดลุกขึ้นก้าวฉับๆ เข้าไปหาชายชรา ดวงตาคู่สวยสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดที่พยายามกดทับไว้ “คุณหญิงมณีสั่งให้คุณเผาบันทึกเล่มนั้นใช่ไหม? วันที่บ้านหลังนี้มีแต่คราบน้ำตา วันที่คนในครอบครัวฉันจากไปโดยไม่มีโอกาสได้บอกลา... คุณเป็นคนหยิบไฟแช็กนั่นส่งให้เธอเองกับมือหรือเปล่า?”
ลุงบุญนิ่งเงียบ แววตาของเขาที่มักจะดูเฉยเมยต่อโลกภายนอก บัดนี้กลับฉายแววแตกสลาย เขาไม่ได้ปฏิเสธ แต่นั่นกลับเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด
“ผมไม่ได้ส่งไฟแช็กให้เธอครับ... แต่ผมเป็นคนรื้อเตาผิงนั่นเองกับมือ” ลุงบุญตอบเสียงสั่น “เพื่อให้ไฟมันแรงพอที่จะทำลายร่องรอยทั้งหมดไม่ให้เหลือแม้แต่เถ้าถ่าน”
ความเย็นวาบวิ่งผ่านสันหลังของรินรดา เธอถอยหลังกรูดราวกับถูกผลัก มือไม้สั่นเทาจนต้องคว้าขอบโต๊ะไว้แน่น นี่คือความจริงที่เธอพยายามตามหามาตลอดสิบปี คนที่เธอไว้ใจ คนที่ดูแลเธอมาตั้งแต่เด็ก กลับเป็นคนเดียวที่ช่วย ‘ฆ่า’ ความทรงจำของพ่อแม่เธอให้ตายสนิท
“ทำไม...” เธอถาม เสียงขาดห้วง “ทำไมต้องเป็นคุณ ทำไมต้องทำลายมัน!”
“เพราะถ้าไม่ทำ...” ลุงบุญก้าวเข้ามาหนึ่งก้าว ดวงตาที่ฝ้าฟางจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ “คุณหญิงไม่ได้แค่จะเผาบันทึกเล่มนั้น แต่ท่านจะเผา ‘คุณ’ ทิ้งไปพร้อมกับบ้านหลังนี้ด้วย ท่านฆ่าพ่อแม่คุณได้ ท่านก็ฆ่าลูกสาวคนเดียวที่ขวางทางท่านได้ไม่ยากหรอกครับคุณริน”
บทสนทนาหยุดชะงักลงเพียงเท่านั้น บรรยากาศภายในห้องหนังสือดูจะหนักอึ้งขึ้นอย่างกะทันหัน เสียงเข็มนาฬิกาลูกตุ้มทองเหลืองดังชัดเจนขึ้นทุกจังหวะ หัวใจของรินรดาเต้นรัวราวกับกลองศึก ความลับที่พยายามไขว่คว้ากลับกลายเป็นอาวุธที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงตัวเอง
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องหนังสือถูกเปิดออกช้าๆ ร่างสูงโปร่งของทนายความหนุ่ม ‘ธันวา’ ก้าวเข้ามา เขาสวมสูทสีเทาเข้มที่ดูขัดกับสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ แววตาคมกริบของเขากวาดมองคนทั้งคู่ก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าซีดเผือดของรินรดา
“ผมเพิ่งได้หลักฐานใหม่จากกรมที่ดิน” ธันวากล่าวด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น มือของเขาถือซองเอกสารสีน้ำตาลไว้ “แต่มันดูเหมือนว่า สิ่งที่คุณลุงกำลังปิดบังอยู่ จะมีความหมายมากกว่าโฉนดที่ดินที่ถูกปลอมแปลงไปเมื่อสิบปีก่อนนะ ริน”
รินรดาหันไปมองธันวา แววตาของเขามีความหมายลึกซึ้งเกินกว่าจะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานหรือทนายความ เขารู้... เขาอาจจะรู้มาตลอดว่าพ่อบ้านคนนี้คือ ‘ผู้สมคบคิด’ ที่อยู่เคียงข้างคุณหญิงมณีมาโดยตลอด
“คุณหมายความว่ายังไง ธันวา?”
ธันวาเดินเข้ามาใกล้ วางเอกสารลงบนโต๊ะข้างๆ กรอบรูปใบเดิม “ผมพบว่าบันทึกที่คุณลุงพยายามทำลายทิ้งไปเมื่อสิบปีก่อนน่ะ... มันไม่ได้มีแค่เล่มเดียว และหน้าสุดท้ายที่ถูกฉีกออกไป ไม่ได้ถูกเผาในเตาผิงนั้น”
ลุงบุญตัวแข็งทื่อ ใบหน้าของชายชราเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดราวกับคนตายในชั่วพริบตา เขารีบก้าวถอยหลังไปจนชนกับชั้นหนังสือด้านหลัง
ธันวาหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมาจากซอง มันเป็นภาพเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของคุณหญิงมณีในคืนที่เกิดเหตุ ในมือของคนคนนั้นถือสมุดเล่มเล็กๆ ที่หน้าตาคุ้นเคยเป็นอย่างดี มันคือสมุดบันทึกของแม่รินรดา
“คุณหญิงไม่ได้สั่งให้ลุงบุญทำคนเดียวหรอกครับริน” ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำลึก ทว่าแฝงไปด้วยความเคียดแค้น “และคนที่ถือสมุดเล่มนั้นออกไปจากห้องในคืนนั้น... ไม่ใช่คนของฝั่งคุณหญิง แต่มันคือ ‘คนใน’ ที่ทรยศทั้งตระกูล เพื่ออำนาจที่คิดว่าตนเองควรจะได้ครอบครอง”
รินรดาจ้องมองรูปถ่ายในมือธันวา หัวใจของเธอแทบหยุดเต้นเมื่อเห็น ‘แหวนรุ่น’ ที่นิ้วก้อยของบุคคลในภาพ... แหวนที่สลักชื่อย่ออันคุ้นตาที่เธอเห็นบนนิ้วของคนใกล้ตัวมาตลอดนับสิบปี
คนคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่มันคือคนเดียวกับที่ยืนอยู่ข้างๆ เธอมาตลอดในวันที่เธอไร้ที่พึ่งพิง
รินรดาหันขวับไปมองบุคคลที่ก้าวเข้ามาจากเงามืดหลังประตูห้องหนังสืออีกบาน ใบหน้าที่เปื้อนยิ้มอบอุ่นมาตลอดในวันนี้ กลับกลายเป็นรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวและเยือกเย็นจนน่าสะพรึงกลัว เธอเพิ่งเข้าใจในวินาทีนี้เองว่า ทุกย่างก้าวที่เธอเดินหน้าสืบหาความจริง มี ‘ผู้สมคบคิด’ คนที่สามที่อันตรายยิ่งกว่าคุณหญิงมณีคอยกางปีกปกคลุมความชั่วร้ายนั้นไว้อย่างมิดชิด
กำมะหยี่สีแดงขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่สิบเก้าด้วยกันนะคะ หวังว่าความลับที่ค่อยๆ เผยออกมาจะทำให้ทุกท่านลุ้นไปกับรินรดาจนวางไม่ลงค่ะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 19
ผู้สมคบคิด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!