กลิ่นอายจางๆ ของยาสูบราคาแพงที่ลอยมาปะทะจมูกคือสิ่งแรกที่รินรดาสัมผัสได้ ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มที่ยืนตระหง่านอยู่หลังบานประตูนั้นคือคนคนเดียวกับที่เธอเคยจุดธูปบอกกล่าวหน้าป้ายชื่อในทุกวันครบรอบสิบปี
"ตกใจจนลืมหายใจเลยหรือริน?"
เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นประสาทเธอได้ดีพอๆ กับภาพที่เห็น ธันวาไม่ได้ตายในกองเพลิงวันนั้น เขายืนอยู่ตรงนี้ ในห้องทำงานที่ปิดตาย ร่องรอยแผลเป็นจางๆ ที่หางคิ้วซ้ายเป็นเครื่องยืนยันว่านี่ไม่ใช่ภาพหลอนที่เธอกล่าวโทษตัวเองมาตลอดทศวรรษ
รินรดาถอยหลังกรูดจนแผ่นหลังกระแทกกับโต๊ะทำงาน เสียงแฟ้มเอกสารหล่นกระจัดกระจาย "คุณ... เป็นไปไม่ได้ คุณตายไปแล้ว ธันวา!"
"ถ้าการมีชีวิตอยู่ของผมทำให้คุณตกใจขนาดนี้ ผมคงต้องขอโทษ" ธันวาก้าวเข้ามาในห้องช้าๆ สายตาของเขาไม่ได้มีความอ่อนโยนเหมือนเมื่อครั้งอดีต แต่มันเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและลึกล้ำราวกับห้วงน้ำที่ซ่อนก้นบึ้งของอันตรายไว้ "แต่ในขณะที่คุณกำลังขุดคุ้ยหาความจริงจากม่านหมอกของคุณหญิงมณี คุณลืมไปแล้วหรือว่าเกมนี้ไม่ได้เล่นด้วยความจริงใจ แต่เล่นด้วยชีวิต"
รินรดาพยายามตั้งสติ ความโกรธแค้นที่ถูกหักหลังด้วยการหายตัวไปอย่างเงียบเชียบปะทะกับความโล่งใจที่เห็นเขายังมีลมหายใจ มือของเธอสั่นเทาขณะหยิบซองเอกสารที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักขึ้นมา "ทำไม? ทำไมต้องทิ้งฉันไว้กับความโดดเดี่ยวสิบปี ในขณะที่คุณแอบดูฉันพังทลายลงเรื่อยๆ แบบนี้?"
ธันวาหยุดยืนห่างจากเธอเพียงไม่กี่ก้าว เขาก้มลงเก็บแฟ้มเอกสารที่หล่นพื้น สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องที่เธอ "เพราะถ้าผมปรากฏตัวเร็วกว่านี้ ป่านนี้คุณคงไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้ฝัง ริน... ศัตรูที่ป้ามณีสร้างขึ้นไม่ได้มีแค่ชื่อในทะเบียนบ้าน แต่มันคือโครงข่ายที่ครอบงำทุกคนรอบตัวคุณ"
เขาขยับเข้าไปใกล้ขึ้น กลิ่นหอมของยาสูบและความเย็นเยียบจากกายเขาส่งผ่านเข้ามา "ผมกลับมาเพื่อปิดบัญชี และครั้งนี้ ผมจะไม่ยอมให้คุณเดินเข้ากองไฟลำพังอีก"
"คุณจะช่วยฉัน?" รินรดาถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า
"มากกว่าช่วย ผมจะทำให้คุณเป็นคนเดียวที่รอดจากม่านหมอกนี้"
ธันวาวางเอกสารชุดใหม่ลงบนโต๊ะ รินรดาเห็นตราประทับของกรมที่ดินและเอกสารการโอนหุ้นที่ถูกปลอมแปลงด้วยลายเซ็นพ่อของเธอ ความจริงที่ถูกฉาบไว้ด้วยคำลวงพังทลายลงตรงหน้า เธอพบว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา เธอสู้กับเงาในขณะที่ตัวจริงกำลังรวบรวมกำลังเพื่อบดขยี้เธออยู่เงียบๆ
"คุณมีแผนอย่างไร" รินรดาเงยหน้าขึ้น สายตาเปลี่ยนจากความระแวงเป็นความมุ่งมั่นที่ธันวาเฝ้ารอมานาน
"เราต้องเปิดโปงเรื่องบัญชีลับของเธอในวันประมูลที่ดินสัปดาห์หน้า" ธันวากระซิบ น้ำเสียงของเขาเฉียบคมดุจใบมีด "แต่มีข้อแม้เดียว ริน... ห้ามคุณตั้งคำถามกับวิธีที่ผมใช้ และห้ามคุณมีความปราณีกับผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด"
รินรดาพยักหน้า เธอรู้ดีว่านี่คือเส้นทางที่ไม่อาจหวนกลับ ไม่ว่าเขาจะเปลี่ยนไปเพียงใด แต่ความแค้นที่อัดแน่นในอกของเธอทั้งคู่คือพันธนาการที่แข็งแกร่งที่สุดในเวลานี้
ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนการที่อาจพลิกโฉมหน้าตระกูลวรโชติไปตลอดกาล เสียงเคาะประตูที่รัวและหนักแน่นจากภายนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงของคุณหญิงมณีที่เย็นเยียบจนน่าขนลุก
"รินรดา... ฉันรู้ว่าเธอยังไม่หลับ และฉันรู้ว่าเธอกำลังคุยกับ 'ใคร' อยู่ข้างในนั้น"
รินรดาสะดุ้งสุดตัว มองไปยังธันวาที่หยิบปืนพกขนาดเล็กออกมาจากเสื้อสูทอย่างใจเย็น ก่อนที่เขาจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่ทำเอาหัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะ
"ถึงเวลาต้องเลือกแล้ว ริน... จะเปิดประตูให้ความตายเดินเข้ามา หรือจะกระโดดออกทางหน้าต่างไปพร้อมกับผม เพื่อเริ่มเกมที่ไม่มีวันหันหลังกลับ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกไปกับกำมะหยี่สีแดงนะคะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 12
ความช่วยเหลือที่ไม่คาดคิด
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!