"ถ้าคุณยังยืนกรานจะเก็บงำความจริงเอาไว้แบบนี้ รินรดา... สิ่งที่จะพังทลายลงมา ไม่ใช่แค่เรื่องในอดีต แต่มันคือชีวิตของคุณเอง"
เสียงของธันวาทุ้มต่ำและหนักแน่นราวกับค้อนที่ตอกลงบนเนื้อไม้ เขายืนพิงกรอบหน้าต่างของห้องทำงานส่วนตัว แสงไฟสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะขับเน้นให้ใบหน้าคมสันของทนายหนุ่มดูเคร่งเครียดกว่าปกติ รินรดานั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีเข้ม นิ้วเรียวยาวของเธอประสานกันแน่นจนข้อปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาวซีด เธอไม่ได้ตอบโต้ แต่สายตาที่เหม่อมองไปยังหน้าต่างบานใหญ่ที่ปิดสนิทนั้นกลับสะท้อนความสั่นคลอนภายในออกมาอย่างชัดเจน
"ฉันไม่ได้เก็บงำ..." รินรดาเอ่ยเสียงแผ่ว ทว่ากังวานด้วยความดื้อรั้น "ฉันแค่กำลังรอให้หมอกมันจางลง ถ้าฉันรีบก้าวออกไปตอนนี้ ฉันอาจจะตกหน้าผาโดยที่ยังไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าใครเป็นคนผลัก"
ธันวาถอนหายใจยาว เดินเข้ามาใกล้แล้ววางมือลงบนโต๊ะไม้ขัดเงา เขาโน้มตัวลงมาสบตากับเธออย่างต้องการค้นหาคำตอบ "แต่คนอื่นไม่ได้รอคุณอยู่หรอกนะ รินรดา... พวกเขากำลังขยับ และหมากตาต่อไปของคุณ ถ้าไม่เดินเอง ก็ต้องยอมให้คนอื่นลากไปเชือด"
รินรดาแค่นยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความขบขัน "คุณคิดว่าคุณหญิงมณีจะปล่อยให้คนอย่างฉันมีชีวิตอยู่อย่างสงบสุขไปตลอดหรือคะ? เธอกำลังเล่นเกมกับฉัน และฉัน... ก็กำลังสนุกกับมันพอๆ กับเธอ"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าเบาหวิวที่ดังขึ้นจากนอกประตูห้องทำงานทำให้บทสนทนาหยุดชะงัก รินรดาชะงักไปครู่หนึ่ง หูของเธอเริ่มทำหน้าที่ประสานกับสัญชาตญาณที่เฉียบคม เธอไม่ได้หันไปมอง แต่สายตาของเธอจดจ้องไปยังเงาตะคุ่มที่พาดผ่านช่องว่างใต้ประตู ห้องทำงานนี้อยู่ชั้นบนสุดของคฤหาสน์เก่าแก่ การที่ใครสักคนจะเดินผ่านโถงทางเดินนี้ในยามดึกสงัดไม่ใช่เรื่องปกติ
รินรดาตัดสินใจเดินไปที่ประตูอย่างเงียบเชียบ เธอเปิดมันออกทันควัน ทว่าโถงทางเดินกลับว่างเปล่า มีเพียงแสงไฟจากผนังที่กะพริบถี่ๆ เหมือนกระแสไฟฟ้าขัดข้อง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยแตะเข้าที่ปลายจมูก... กลิ่นกุหลาบอังกฤษผสมกับกลิ่นเครื่องหอมราคาแพงที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณหญิงมณี
ความเย็นวาบวิ่งพล่านไปทั่วสันหลัง เธอไม่ได้ถูกจับตาดูแค่คนเดียว... เธอถูกต้อนให้จนมุมในบ้านของตัวเอง
เธอกลับเข้ามาในห้องแล้วล็อกกลอนประตู มือที่สั่นเทาหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจากลิ้นชับลับ ทุกหน้ากระดาษเต็มไปด้วยรอยขีดเขียนและชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการตายของพ่อแม่เธอ รินรดารู้ดีว่าหากสมุดเล่มนี้ตกไปอยู่ในมือศัตรู ทุกอย่างที่เธอพยายามปกป้องจะสูญสิ้น เธอเฝ้าสังเกตการณ์มาตลอดหลายสัปดาห์ ไม่ใช่แค่เฝ้าสังเกตคุณหญิงมณี แต่เธอกำลังสังเกต 'ร่องรอย' ที่ทิ้งไว้ตามมุมมืดของคฤหาสน์หลังนี้
"ดูเหมือนว่าจะมีใครบางคนแอบเข้ามาในโซนส่วนตัวของคุณ" ธันวากระซิบพลางหรี่ตาลง มองตามทิศทางที่เธอกำลังจ้องมอง
"ไม่ใช่แค่แอบเข้ามาค่ะธันวา... เขาเข้ามาเพื่อเตือน" รินรดากล่าวเสียงเรียบพลางเปิดลิ้นชักออกอีกครั้งเพื่อหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งออกมา เป็นภาพถ่ายระยะไกลของเธอกับธันวาที่ร้านกาแฟเมื่อวานนี้ "ดูนี่สิ"
ธันวารับภาพถ่ายไปดู ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปทันที ภาพนั้นถูกถ่ายจากมุมสูงผ่านเลนส์ซูมที่ชัดเจนจนเห็นสีหน้าของเขาที่กำลังโน้มตัวไปกระซิบกับรินรดา มันไม่ใช่การแอบถ่ายธรรมดา แต่มันคือการประกาศให้รู้ว่าทุกความเคลื่อนไหวถูกบันทึกไว้ในฐานข้อมูลของใครบางคน
"พวกเขาเริ่มคุกคามคุณอย่างเปิดเผย" ทนายหนุ่มพึมพำ
รินรดาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความสง่างามที่เธอเคยมีกลับคืนมาแทนที่ความเปราะบาง เธอเดินไปที่หน้าต่างแล้วเลิกม่านขึ้นเล็กน้อย มองออกไปยังสวนด้านล่าง แสงไฟจากเสาไฟในสวนส่องให้เห็นเงาร่างของชายชุดดำคนหนึ่งยืนนิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขากำลังเงยหน้าขึ้นมองมาที่ห้องนี้ราวกับรู้ว่าเธอกำลังจับจ้องอยู่
"ฉันรู้แล้วว่าใครเป็นคนส่งสายตามาให้ฉัน" รินรดากล่าว พลางหยิบมีดพับขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ใต้โต๊ะขึ้นมา "คนคนนั้นไม่ได้ต้องการแค่ข่มขู่... แต่เขาต้องการให้ฉันทำตามคำสั่งบางอย่างก่อนที่ความลับของตระกูลมณีจะถูกเปิดเผย"
"คุณหมายความว่ายังไง?"
"ธันวาคะ..." รินรดาหันกลับมามองคู่คิดของเธอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของหญิงสาวที่น่าสงสารอีกต่อไป แต่เป็นแววตาของผู้ล่าที่พร้อมจะขย้ำ "คนที่ยืนอยู่ข้างล่างนั่น ไม่ใช่คนของป้ามณี"
ทันใดนั้น เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของเธอก็ดังขึ้นพร้อมกัน เป็นข้อความจากหมายเลขปริศนาที่เธอเห็นแล้วต้องหยุดหายใจ ข้อความนั้นมีเพียงรูปถ่ายล่าสุดที่เพิ่งถ่ายเมื่อครู่นี้... เป็นรูปด้านหลังของเธอขณะที่เธอกำลังยืนมองเขาจากหน้าต่าง พร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพสั้นๆ ที่ทำเอาหัวใจเธอหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
'รอยจารึกในม่านหมอกกำลังจะถูกลบ... หากเธอยังไม่หยุดหายใจในค่ำคืนนี้'
ขณะที่เธอกำลังจะพิมพ์ตอบโต้ ประตูห้องทำงานที่เพิ่งล็อกไว้อย่างแน่นหนากลับค่อยๆ แง้มออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่หนักแน่นของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในห้อง... ไม่ใช่คนของป้ามณี แต่เป็นคนที่เธอเชื่อใจที่สุดและคิดว่าเขาตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมค้นหาความจริงไปกับกำมะหยี่สีแดงนะคะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 11
ลอบสังเกตการณ์
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!