“ก้มลง! อย่าให้พวกมันเห็น!”
เสียงเข้มของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดที่กลืนกินห้องจัดเลี้ยงหรูหราจนหมดสิ้น รินรดารู้สึกได้ถึงแรงกระชากที่ข้อมือ ก่อนที่ร่างของเขาจะลากเธอหมอบลงหลบหลังแนวกระถางต้นไม้ประดับขนาดใหญ่ หัวใจของเธอเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมาจากอก ความกลัวไม่ได้มาจากความมืด แต่มาจากความเงียบที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งมักจะตามมาด้วยอันตรายที่มองไม่เห็นเสมอ
“คุณธันวา... พวกมันคือใคร” รินรดาถามเสียงสั่น พยายามควบคุมลมหายใจที่ติดขัด เธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากฝ่ามือของเขาที่ยังกุมมือเธอไว้แน่น ความอบอุ่นที่แทรกซึมผ่านผิวหนังเข้ามาเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวเธอไว้ในห้วงเวลาที่โลกกำลังหมุนคว้าง
ธันวาไม่ได้ตอบในทันที เขารอให้เสียงฝีเท้าที่ดังมาจากมุมมืดของโถงทางเดินเงียบลงไปเสียก่อน ดวงตาของเขาจ้องมองไปยังทิศทางที่แสงไฟดับวูบลง แววตาเคร่งขรึมนั้นเต็มไปด้วยความระแวดระวัง “คนที่กลัวความจริงมักจะใช้ความมืดปิดบังร่องรอยเสมอ ริน... จำไว้นะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าปล่อยมือผม”
คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับสั่นสะเทือนไปถึงขั้วหัวใจของหญิงสาว รินรดาช้อนสายตามองใบหน้าด้านข้างของเขาในความสลัว ธันวาไม่ใช่แค่ทนายความที่เข้ามาพัวพันกับคดีของครอบครัวเธออีกต่อไป แต่เขาคือคนคนเดียวที่ก้าวข้ามกำแพงน้ำแข็งที่เธอก่อไว้ และเห็นความเปราะบางที่เธอพยายามซ่อนมาตลอดหลายปี
“ทำไมคุณถึงต้องทำเพื่อฉันขนาดนี้” เธอถามเบาๆ พลางเบนสายตาไปที่รอยแผลเป็นเล็กๆ ตรงหางคิ้วของเขา “คุณมีชีวิตที่ปกติ มีชื่อเสียง มีความยุติธรรมที่ต้องปกป้อง การมายืนอยู่ตรงนี้... ในจุดที่อันตรายที่สุด... มันไม่คุ้มค่าเลย”
ธันวาหันกลับมามองเธอ ดวงตาของเขาในความมืดดูคมลึกและสื่อความหมายเกินกว่าที่คำพูดจะบรรยายได้ เขาขยับตัวเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ ผสมกับกลิ่นอายของหนังสือเก่าที่ติดตัวเขาเสมอ “ความยุติธรรมที่ปราศจากมนุษย์ที่ผมอยากปกป้อง มันก็เป็นแค่ตัวอักษรบนกระดาษที่ไร้ค่า รินรดา... ผมไม่ได้ทำเพื่อหน้าที่ แต่ผมทำเพื่อคนที่ทำให้ผมรู้ว่า ชีวิตที่เหลืออยู่นี้ควรมีไว้เพื่ออะไร”
รินรดานิ่งงันไป คำพูดนั้นไม่ได้มีคำบอกรักที่หวานหยด แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเธอ ราวกับเส้นขนานที่เคยวิ่งขนานกันมาตลอด กำลังถูกแรงดึงดูดบางอย่างดึงให้เข้าใกล้กันจนแทบจะกลายเป็นเส้นเดียว ความสับสนในใจเริ่มก่อตัวขึ้น ท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์
ทว่าก่อนที่เธอจะทันได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใด เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนอย่างเชื่องช้าและมั่นคงก็ดังขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านหน้า ทุกจังหวะฝีเท้าดูเหมือนจะตอกย้ำให้หัวใจของพวกเขาหยุดเต้น มันเป็นจังหวะที่คุ้นเคย... จังหวะของผู้ที่กุมอำนาจไว้ในมือ
“คุณหญิงมณี...” รินรดาพึมพำด้วยเสียงที่แทบจะหายไปในลำคอ
ธันวากระชับมือเธอแน่นขึ้นเป็นเชิงเตือน เขาค่อยๆ ชะโงกหน้าออกไปมองผ่านความมืด เห็นเงาร่างสง่างามของคุณหญิงมณีที่กำลังเดินผ่านไปยังจุดที่เธอและเขาเพิ่งจากมา เธอหยุดยืนอยู่ตรงนั้น หมุนแหวนเพชรที่นิ้วนางข้างซ้ายอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาจนน่าขนลุก
“ถ้าหนูรินไม่ยอมปรากฏตัวออกมาดีๆ ฉันเกรงว่าสิ่งที่เก็บไว้ในเซฟที่บ้านของเธอ... อาจจะหายสาบสูญไปพร้อมกับความลับที่เธอพยายามขุดคุ้ย”
รินรดารู้สึกเหมือนถูกกระชากวิญญาณ สิ่งของในเซฟนั้นคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะมัดตัวผู้หญิงตรงหน้าได้ เธอขยับตัวจะลุกขึ้นแต่ธันวากดไหล่เธอไว้ สายตาเขาสั่งให้เธอหยุดนิ่ง เขารู้ดีว่าหากเปิดเผยตัวตอนนี้ ทุกอย่างจะจบลงที่ความพ่ายแพ้
แต่ในวินาทีที่ดูเหมือนทุกอย่างจะถึงทางตัน เสียงสมาร์ทโฟนของธันวากลับสั่นเบาๆ ในกระเป๋าเสื้อ เขาหยิบมันขึ้นมาดู แสงจากหน้าจอที่หรี่แสงลงจนสุดส่องให้เห็นข้อความสั้นๆ บนหน้าจอที่ทำให้ลมหายใจของเขาแทบหยุดชะงัก
*‘หนูรินอย่าเพิ่งกลับไปที่บ้าน... ตอนนี้มีคนกำลังรื้อค้นห้องทำงานของเธออยู่ และไม่ใช่คนของฉัน’*
ดวงตาของธันวาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาหันมามองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากความสุขุมกลายเป็นความกังวลอย่างเห็นได้ชัด ในตอนนั้นเอง แสงไฟในห้องจัดเลี้ยงก็กลับมาสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ทว่ามันไม่ได้สว่างทั่วทั้งห้อง หากแต่สว่างเพียงแค่จุดเดียว... จุดที่พวกเขาซ่อนตัวอยู่
เสียงปรบมือดังขึ้นอย่างแช่มช้าจากทางด้านหลังของพวกเขาเอง ทั้งคู่หันขวับไปมองพร้อมกัน และสิ่งที่เห็นก็ทำให้ความหวังที่ริบหรี่อยู่พังทลายลงในพริบตา เมื่อชายในชุดสูทสีดำสนิทสามคนยืนดักหน้าอยู่ พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อตรงมายังจุดตายของพวกเขาทั้งคู่
“ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มเบ่งบานน่ะ... จบลงแค่นี้แหละค่ะ คุณทนาย” น้ำเสียงเรียบเรื่อยของคุณหญิงมณีดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมดอกไม้ไทยที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง
กำมะหยี่สีแดงหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะยังคงเป็นกำลังใจให้รินรดาและธันวาก้าวผ่านคืนมรณะนี้ไปได้นะคะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 15
เส้นขนานของความรู้สึก
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!