“ความสัมพันธ์ที่เพิ่งจะเริ่มเบ่งบานน่ะ... จบลงแค่นี้แหละค่ะ คุณทนาย”
น้ำเสียงเรียบเรื่อยของคุณหญิงมณีดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับกลิ่นน้ำหอมดอกไม้ไทยที่ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ราวกับไอเย็นที่พุ่งเข้าปะทะสันหลังของรินรดา ธันวายังคงยืนนิ่ง แผ่นหลังกว้างของเขาสั่นไหวเพียงเล็กน้อยด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกกดทับเอาไว้ รินรดาเห็นเพียงเงาของเขาที่สะท้อนในกระจกบานใหญ่—สายตาของเขาไม่ได้มองคุณหญิงมณี แต่มองสบตากับเธอผ่านเงาสะท้อนด้วยความนัยที่รินรดารู้ดีว่ามันคือ ‘การเตือนภัย’
“คำขู่ของคุณหญิงไม่เคยมีความหมายกับคนอย่างผมหรอกครับ... เอ้อ... ดิฉันหมายถึง คนอย่างเรา” ธันวาแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก เขาก้าวถอยหลังมาขวางหน้าคุณหญิงมณีอย่างสุภาพแต่หนักแน่น “ความจริงก็เหมือนม่านหมอกครับ ต่อให้หนาแค่ไหน วันหนึ่งมันก็ต้องจางลงเพื่อให้เห็นรอยจารึกที่แท้จริง”
คุณหญิงมณีแค่นหัวเราะ เสียงหัวเราะแหลมเล็กบาดลึกเข้าไปในความรู้สึกของรินรดา นางไม่ได้โต้ตอบด้วยวาจา แต่หมุนตัวเดินจากไปอย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งและกลิ่นหอมอบอวลที่น่าสะอิดสะเอียน
เมื่อเสียงฝีเท้าของศัตรูหายไปลับตา ธันวารีบคว้าข้อมือของรินรดาแล้วดึงตัวเธอเข้าไปในมุมอับของระเบียงทางเดิน “อย่าได้หลงเชื่อคำพูดของนาง รินรดา เราไม่มีเวลาแล้ว ห้องใต้ดินนั่น... ผมเจอจุดที่ล็อกไว้เป็นรหัส”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง “คุณแน่ใจหรือคะว่าเราจะรอดพ้นสายตานางไปได้... บ้านหลังนี้มีหูมีตาอยู่ทุกตารางนิ้ว”
“ผมถึงต้องพึ่งพาคุณ” ธันวายื่นกุญแจเหล็กเก่าคร่ำคร่าให้เธอ “คุณเป็นคนเดียวที่รู้รหัสนั้น... รหัสที่พ่อของคุณทิ้งไว้ในความทรงจำของคุณ”
ทั้งคู่เร้นกายเข้าสู่ความมืดมิดของบันไดเวียนที่ทอดตัวลงสู่ชั้นใต้ดิน อากาศข้างล่างเย็นเฉียบและอบอวลไปด้วยกลิ่นอับของกระดาษเก่าและสนิมเหล็ก แสงไฟฉายดวงเล็กจากมือของธันวาสาดส่องกระทบกับผนังหินที่ชื้นแฉะ รินรดาก้าวตามจังหวะชีพจรที่เต้นระรัวในอก หัวใจของเธอไม่ได้สั่นไหวเพราะความกลัว แต่มันสั่นไหวเพราะ ‘ความจริง’ ที่เธอพยายามหนีมาตลอดกำลังรอคอยอยู่ตรงหน้า
เธอก้าวไปหยุดที่หน้าตู้เซฟฝังผนัง ซึ่งถูกปกคลุมด้วยม่านใยแมงมุม มือที่สั่นเทาของเธอแตะลงบนแผงตัวเลขรหัสที่คุ้นเคย มันคือตัวเลขวันเกิดของเธอ... และเลขวันเสียชีวิตของแม่
“ได้แล้วค่ะ”
เสียง ‘กริ๊ก’ ดังสะท้อนก้องทั่วห้องใต้ดิน ประตูลับเผยออกเผยให้เห็นเอกสารกองโตและสมุดบันทึกที่ห่อหุ้มด้วยหนังแท้ รินรดาหยิบสมุดเล่มหนึ่งขึ้นมา นิ้วของเธอสัมผัสลงบนตัวอักษรที่เขียนด้วยลายมือของผู้เป็นพ่อ ข้อความนั้นสั้นแต่ทรงพลังจนน้ำตาของเธอร่วงเผาะลงมาบนหน้ากระดาษ
*‘ความลับไม่ได้อยู่ที่ตัวเงิน แต่อยู่ที่รายชื่อผู้ถือหุ้นในเงามืด... มณีเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง แต่คนที่ถือหมากคือเงาที่ไม่มีตัวตน’*
ธันวาชะโงกหน้าเข้ามาอ่าน เนื้อหาในนั้นทำให้เขานิ่งงันไปครู่ใหญ่ “รินรดา... ถ้าสิ่งนี้เป็นเรื่องจริง เท่ากับว่าครอบครัวของคุณไม่ได้ตายเพราะเหตุอุบัติเหตุ แต่มันคือการฆาตกรรมเพื่อปิดปากพยานสำคัญในเครือข่ายธุรกิจที่โยงไปถึงคนในรัฐบาล”
ทว่า ในขณะที่ทั้งคู่กำลังถลำลึกสู่ความลับที่อันตรายที่สุด แสงไฟจากด้านบนก็สาดส่องลงมาที่บันไดเวียน ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าที่ก้าวลงมาอย่างใจเย็นและเป็นจังหวะ ไม่ใช่เสียงของยาม แต่เป็นเสียงส้นสูงที่คุ้นเคย
รินรดาหันไปมอง เห็นคุณหญิงมณียืนอยู่ตรงปากทางเข้า พร้อมกับชายชุดดำสองคนที่ขนาบข้าง มือของคุณหญิงมณีถือปืนกระบอกเล็กไว้ในมืออย่างมั่นคง ใบหน้าที่เคยเคร่งขรึมบัดนี้กลับเต็มไปด้วยความสมเพช
“น่าประทับใจจริงๆ ค่ะ” คุณหญิงมณีก้าวลงมาทีละขั้น “รินรดา... เธอเก่งมากที่หาเจอ แต่เสียดายนะที่วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เธอจะได้ใช้ความฉลาดนั้น”
“คุณหญิง!” ธันวารีบก้าวขึ้นมาขวางหน้า แต่ชายชุดดำคนหนึ่งชักปืนจ่อไปที่ขมับของเขา
“ถอยไป ธันวา” คุณหญิงมณีสั่งเสียงเย็น “ถ้าอยากให้คนรักของเธอรอดชีวิต ก็จงส่งสมุดเล่มนั้นมาให้ฉัน”
รินรดาตัวแข็งทื่อ ในสมุดเล่มนั้นมีรูปถ่ายใบหนึ่งซ่อนอยู่ด้านใน รูปถ่ายที่เปิดเผยหน้าตาของบุคคลที่อยู่ ‘เหนือ’ คุณหญิงมณีขึ้นไปอีกชั้น และบุคคลนั้นไม่ใช่ใครอื่นไกล... แต่เป็นคนเดียวกับที่ยืนอยู่หลังคุณหญิงมณีในตอนนี้พร้อมรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว
“ถ้าฉันส่งให้คุณ แล้วคุณจะปล่อยเราไปจริงๆ หรือคะ?” รินรดาถามด้วยเสียงที่พยายามคงความนิ่งไว้ แม้จะรู้ว่าความตายกำลังก้าวเข้ามาใกล้
“รินรดา... อย่าทำอะไรโง่ๆ” ธันวากระซิบ แต่รินรดากลับยิ้มออกมา—เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คุณหญิงมณีชะงักไปครู่หนึ่ง เพราะในมือนั้นไม่ได้มีแค่สมุด แต่มันคือเครื่องบันทึกเสียงที่เธอกดเปิดไว้ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้!
เสียงจากเครื่องบันทึกดังก้องขึ้นไปทั่วห้องใต้ดิน เป็นเสียงของคุณหญิงมณีที่สารภาพความผิดทั้งหมดออกมาผ่านการข่มขู่เมื่อครู่!
คุณหญิงมณีหน้าซีดเผือดก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำด้วยความโกรธจัด “นังเด็กนี่! ฆ่ามันซะ!”
ชายชุดดำขยับตัวพุ่งเข้าหา แต่ในวินาทีที่วิกฤตที่สุดนั้นเอง ไฟในห้องใต้ดินก็ดับพรึ่บลงสนิท พร้อมกับเสียงปืนที่ดังลั่นทะลุความมืด รินรดารู้สึกถึงแรงดึงที่ข้อมืออย่างแรงก่อนที่ร่างของเธอจะถูกกระชากให้ลอยละลิ่วหายไปในช่องทางลับที่เพิ่งเปิดออกจากการกดปุ่มปริศนาที่มุมผนัง!
ความมืดมิดกลืนกินทุกอย่าง ทิ้งไว้เพียงเสียงตะโกนด้วยความเกรี้ยวกราดของคุณหญิงมณีที่ไล่หลังมาติดๆ
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกมาด้วยกันนะคะ หวังว่าความเข้มข้นในบทนี้จะทำให้ทุกคนรอคอยตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ
กำมะหยี่สีแดง
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 16
ม่านหมอกเริ่มจาง
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!