"เลิกเล่นละครเสียที มณี... เสียงหัวเราะของเธอในความมืดมันน่าสมเพชมากกว่าน่ากลัว"
รินรดาเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบที่กดทับจนแทบหยุดหายใจ สายตาของเธอไม่ได้จับจ้องไปที่กลุ่มชายชุดดำที่ขยับเข้ามาใกล้ แต่กลับตรึงแน่นอยู่กับดวงตาเรียวรีที่ฉาบด้วยความเย็นชาของคุณหญิงมณี มือของหญิงสาวซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อโค้ท นิ้วเรียวเกร็งแน่นจนเล็บจิกลงบนฝ่ามือเพื่อเรียกสติไม่ให้สั่นไหว
คุณหญิงมณีเหยียดยิ้มที่มุมปาก เผยให้เห็นรอยย่นจางๆ ที่มุมตา "ความกล้าหาญมักเป็นอาวุธชิ้นสุดท้ายของคนใกล้ตายนะ รินรดา เธอคงได้รับเชื้อดื้อด้านมาจากพ่อแม่เธอสินะ"
คำว่า 'พ่อแม่' เหมือนเข็มอาบยาพิษที่พุ่งเข้าปะทะกลางใจ ทันใดนั้น โลกทั้งใบของรินรดาก็หมุนคว้าง กลิ่นคาวเลือดที่ควรจะเป็นเพียงความทรงจำเลือนรางกลับตีตื้นขึ้นมาในมวลอากาศ เสียงประตูกระแทกอย่างแรงในห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกลิ่นน้ำมันเบนซิน ภาพเปลวเพลิงที่ตวัดเลียผนังบ้านในคืนที่ฝนตกหนักผุดขึ้นมาฉายชัดในหัวเหมือนหนังที่ถูกกรอซ้ำ
*“หนีไป... รินรดา อย่าหันหลังกลับมา!”*
เสียงทุ้มต่ำของบิดาดังสะท้อนก้องในโสตประสาท รินรดากัดริมฝีปากล่างจนห้อเลือด ความเจ็บปวดทางกายช่วยดึงเธอกลับมาจากห้วงนรกในอดีต เธอเห็นมือของชายชุดดำคนหนึ่งเงื้ออาวุธขึ้น แต่มันกลับพร่าเลือนกลายเป็นมือของชายแปลกหน้าในคืนนั้นที่ถือมีดเล่มยาว... ชายที่มีรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวบนสันมือ
"ริน! ก้มลง!"
เสียงคำรามของธันวาดังแทรกผ่านความสับสน ทนายหนุ่มพุ่งตัวจากมุมมืดเข้าปะทะกับชายฉกรรจ์คนแรกอย่างไม่เกรงกลัว เสียงปะทะของร่างกายและหมัดหนักๆ ดังสนั่นไปทั่วโถงกว้าง รินรดาไม่ได้ถอยหนี หากแต่ความทรงจำที่บิดเบี้ยวได้เปลี่ยนความหวาดกลัวให้กลายเป็นความแค้นที่แผดเผา
เธอคว้าแจกันคริสตัลบนโต๊ะข้างตัวทุ่มเข้าใส่ศีรษะของชายอีกคนที่กำลังจะคว้าแขนเธอ มันแตกกระจายกลายเป็นเศษคมกริบที่บาดมือจนเลือดซึม แต่เธอไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวด สิ่งเดียวที่เห็นคือร่างของคุณหญิงมณีที่กำลังถอยห่างไปทางประตูทางออกลับ
"อย่าหนี!" รินรดาตะโกน เสียงของเธอสั่นเครือแต่เต็มไปด้วยอำนาจที่ทำให้แม้แต่ธันวายังต้องชะงักมอง
"รินรดา! อย่าไปคนเดียว!" ธันวาตะโกนเตือนขณะพยายามสะบัดตัวจากการรุมล้อมของคนชุดดำอีกสองคน
แต่รินรดาไม่ฟัง เธอพุ่งตัวตามเงาร่างของคุณหญิงมณีเข้าไปในทางเดินแคบๆ ที่มืดสลัว กลิ่นอับชื้นของคฤหาสน์เก่าหลังนี้ช่างคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ยิ่งเดินลึกเข้าไป ความทรงจำยิ่งถาโถมเหมือนเขื่อนแตก เธอจำทางเดินนี้ได้ เธอเคยวิ่งหนีตายผ่านทางเดินนี้เมื่อยี่สิบปีก่อน!
ทันใดนั้น รินรดาก็หยุดชะงักเมื่อเห็นคุณหญิงมณีไม่ได้หนีไปไหน แต่กลับยืนหยุดนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้แกะสลักเก่าคร่ำคร่า ซึ่งเป็นห้องลับที่ไม่มีใครในบ้านหลังนี้เคยพูดถึง
"เธออยากรู้นักไม่ใช่เหรอว่าทำไมฉันถึงยอมเก็บเธอไว้ใกล้ตัวตลอดหลายปีที่ผ่านมา" คุณหญิงมณีหันกลับมา แสงไฟสลัวจากหลอดนีออนกะพริบถี่ๆ สะท้อนให้เห็นรอยยิ้มสมเพชบนใบหน้าผู้สูงวัย "ไม่ใช่เพราะความสงสารหรอก รินรดา... แต่เพราะเธอคือ 'กุญแจ' ดอกเดียวที่จะไขความลับที่พ่อแม่เธอซ่อนเอาไว้"
คุณหญิงมณีผลักบานประตูเข้าไป กลิ่นเหม็นอับของกระดาษเก่าและฝุ่นควันพุ่งออกมาปะทะหน้า รินรดาเดินตามเข้าไปอย่างไร้สติ เธอเห็นภาพตัวเองในวัยเด็กนั่งคุดคู้กอดตุ๊กตาหมีที่เปื้อนคราบเลือดอยู่บนพื้นห้องนั้น... ภาพนั้นไม่ใช่ความทรงจำ แต่มันเป็นเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นซ้ำในหัวเธออย่างสมจริง
เธอค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปในห้อง แต่แล้วฝีเท้าก็ต้องหยุดกึก เมื่อสายตาปะทะกับสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะไม้กลางห้อง แฟ้มเอกสารสีน้ำตาลที่มุมหนึ่งเปื้อนรอยเลือดแห้งกรัง และตราประทับสีแดงฉานของ 'ตระกูลวรโชติ' ที่เธอเพิ่งเห็นในฝันเมื่อคืนก่อน!
ทว่า สิ่งที่ทำให้หัวใจของรินรดาหยุดเต้นไม่ใช่แฟ้มเอกสารนั้น แต่เป็นร่างของชายชราคนหนึ่งที่นั่งหันหลังให้เธออยู่บนเก้าอี้โยก เขากำลังฮัมเพลงกล่อมเด็กที่พ่อเคยร้องให้เธอฟัง... เสียงเพลงที่ควรจะตายไปพร้อมกับกองเพลิงเมื่อยี่สิบปีก่อน!
"พ่อคะ...?" รินรดาพึมพำด้วยเสียงที่แทบไม่ได้ยิน
ชายชราค่อยๆ หมุนเก้าอี้กลับมา ใบหน้าที่ซีกหนึ่งถูกปกปิดด้วยหน้ากากเหล็กเผยให้เห็นรอยแผลเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวบนสันมือที่วางนิ่งอยู่บนตัก เขาไม่ได้มีแววตาของผู้เป็นพ่อ แต่กลับเป็นสายตาเย็นชาของนักล่าที่จ้องมองเหยื่อ
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน... ลูกสาวที่รัก"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรอยร้าวในความทรงจำนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าด้วยความลับที่ไม่มีใครคาดคิดครับ — กำมะหยี่สีแดง
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 9
รอยร้าวในความทรงจำ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!