รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 46

จิตใจที่แกร่งกล้า

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
กลิ่นอายจางๆ ของชาเอิร์ลเกรย์ผสมความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องประชุมใหญ่ของตระกูลอัศวเรืองรอง ช่างระคายผิวเสียเหลือเกินค่ะ สำหรับรินรดาแล้ว โต๊ะไม้มะฮอกกานีตัวยาวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เฟอร์นิเจอร์ราคาแพง แต่มันคือลานประหารที่ไร้เสียงกรีดร้อง ทว่าอาวุธที่ใช้เชือดเฉือนกันนั้นแหลมคมเสียยิ่งกว่าคมดาบ "เธอคิดจริงๆ หรือรินรดา ว่าเด็กกะโปโลที่เพิ่งสูญเสียทุกอย่าง จะเอาชนะโครงสร้างอำนาจที่ฉันสร้างมาค่อนชีวิตได้?" เสียงของคุณหญิงมณีดังขึ้น ทุ้มต่ำ ทว่าทรงอำนาจจนผู้ช่วยทนายความฝั่งตรงข้ามถึงกับต้องก้มหน้าหลบสายตา ความเย่อหยิ่งถูกเคลือบไว้ด้วยรอยยิ้มบางเบาที่มุมปาก ดวงตาคู่นั้นจ้องมองรินรดาประหนึ่งเหยื่อในกรงเล็บ รินรดาไม่ได้สะดุ้งสะเทือน เธอยังคงนั่งหลังตรง สง่างามในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้ม มือเรียวบางยกถ้วยชาขึ้นจิบรสชาติขมฝาดช้าๆ เป็นจังหวะจะโคนเพื่อสะกดกลั้นความสั่นไหวภายใน ปมในใจเรื่องการจากไปอย่างมีเงื่อนงำของครอบครัว ไม่ได้ทำให้เธออ่อนแอลงอีกต่อไปแล้วค่ะ ตรงกันข้าม มันกลับหล่อหลอมกระดูกสันหลังของเธอให้แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า ธันวา ซึ่งนั่งอยู่เคียงข้าง ส่งสายตาปรานีผ่านมาวกับจะโต้นแทนความรู้สึก เขาววางมือลงบนแฟ้มเอกสาร หันไปทางคุณหญิงมณีด้วยท่าทีสุขุมนุ่มลึกตามวิสัยทัศน์ของทนายความมือหนึ่ง "คุณหญิงครับ บางทีอำนาจที่ท่านภาคภูมิใจนักหนา อาจไม่ได้สร้างขึ้นมาจากความชอบธรรมเสมอไปหรอกนะครับ และความจริง... มักมีวิธีเปิดเผยตัวมันเองเสมอ แม้ในสถานที่ที่มืดมิดที่สุด" "เงียบไปเลยธันวา! แกมันก็แค่ไอ้ทนายรับจ้างที่คิดจะเกาะผู้หญิงกินเพื่อยกฐานะตัวเอง!" คุณหญิงมณีตบโต๊ะเสียงดังสนั่น ความเยือกเย็นเมื่อครู่แตกกระเจิงเผยให้เห็นความร้อนรนที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากาก รินรดาวางถ้วยชาลงบนจานรอง เสียงกระทบกันเบาๆ ช่างกังวานบาดลึกในความเงียบ เธอยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้เปื้อนด้วยความโกรธเกรี้ยว หากแต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็น ทรงพลัง และเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด "คุณหญิงกำลังกลัวอะไรอยู่หรือคะ?" น้ำเสียงของรินรดานุ่มนวล ทว่าแฝงประกายคมกริบดั่งใบมีดอาบน้ำผึ้ง เธอน้อมตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของผู้มีอิทธิพลอย่างไม่เกรงกลัว "กลัวว่าเอกสารฉบับที่สาม ที่ดิฉันถืออยู่ในมือตอนนี้ จะทำให้ภาพลักษณ์อันสูงส่งของตระกูลอัศวเรืองรองพังทลายลงในชั่วข้ามคืนอย่างนั้นหรือคะ" สีหน้าของคุณหญิงมณีเปลี่ยนสีทันที รอยยิ้มเยาะหยันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือเพียงความตกใจที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้กล้ามเนื้อที่เกร็งกระตุก "เธอ... เธอไม่มีทางมีเอกสารนั้น มันถูกทำลายไปตั้งแต่คืนที่พ่อแม่เธอ..." คุณหญิงมณีหลุดปากออกมาด้วยความลืมตัว ก่อนจะหยุดชะงักเมื่อรู้ว่าตนเองพลาดท่าเสียทีเข้าให้แล้ว ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ทำให้คนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออก1จากกระเป๋า วางลงกลางโต๊ะอย่างใจเย็น ไล้ปลายนิ้วผ่านผิวซองกระดาษแผ่วเบา "นั่นสินะคะ... คืนที่พวกท่านคิดว่าทำลายทุกอย่างราบคาบ แต่ลืมไปว่า มนุษย์เรามักประเมินความฉลาดของคนที่ตัวเองเหยียบย่ำต่ำต้อยไว้ต่ำเกินไปเสมอ" รินรดาเงยหน้าขึ้น สบตากับคุณหญิงมณีตรงๆ "ขอบคุณนะคะที่กรุณาหลุดปากยอมรับออกมาเองแบบนี้ ทำให้ดิฉันไม่ต้องเสียเวลาเปิดหลักฐานชิ้นสำคัญที่อัยการสูงสุดกำลังรอรับอยู่เลยสักนิด" คุณหญิงมณีหน้าซีดเผือด มือที่กำพัดเหล็กดัดสั่นเทาเล็กน้อย ความมั่นใจทั้งหมดมลายหายไปในพริบตา เมื่อตระหนักแล้วว่าเกมนี้เธอกำลังพ่ายแพ้ให้กับเด็กสาวที่เธอเคยคิดว่าเป็นแค่หมากตัวกระจ้อยร่อย ทว่า ในวินาทีที่ชัยชนะกำลังจะตกเป็นของฝั่งรินรดา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นทางการ ก่อนที่บานประตูไม้สักจะถูกผลักเปิดออกโดยเลขาฯ ส่วนตัวของคุณหญิงมณี พร้อมกับร่างของชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่าเข้มที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ รินรดาชะงัก สายตาคมกริบมองตามร่างนั้น ก่อนหัวใจจะกระตุกวูบเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาใหม่ชัดเจน—บุคคลที่เธอคิดว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน และเป็นกุญแจดอกสุดท้ายที่เธอตามหามาตลอดชีวิต "เสียใจด้วยนะรินรดา... คนที่เธอคิดว่าเป็นพันธมิตรน่ะ แท้จริงแล้วเขาคือนายหน้าขายวิญญาณตัวจริงต่างหากล่ะ" กำมะหยี่สีแดง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความล้างผลาญนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%