"อย่าพยายามยัดเยียดความยุติธรรมที่เปื้อนเลือดนั่นให้ฉันเลยค่ะ คุณธันวา... เพราะสิ่งที่ฉันเห็นในกระจกตอนนี้ มันไม่เหลือเค้าโครงของรินรดาคนเดิมอีกต่อไปแล้ว"
รินรดาสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุมของชายหนุ่ม เสียงหอบหายใจของเธอแผ่วเบาแต่สั่นสะท้าน เธอเดินถอยหลังไปจนแผ่นหลังปะทะกับตู้หนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ในห้องทำงานส่วนตัว บรรยากาศภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษโบราณและกลิ่นกำยานที่ดูเหมือนจะจางหายไปนานแล้ว ทว่าสำหรับเธอมันกลับฟุ้งกระจายราวกับกำลังสำลักควันไฟจากเหตุการณ์คืนนั้น
ธันวานิ่งเงียบ แววตาของเขาไม่ได้มีความโกรธเคือง มีเพียงความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็นตามวิสัยของนักกฎหมาย เขาไม่ขยับเข้าไปใกล้มากกว่าเดิม เพราะรู้ดีว่ารอยร้าวในใจของหญิงสาวตรงหน้าเปราะบางเพียงใด
"ถ้าการมีชีวิตอยู่คือการต้องแบกรับภาพเงาของคนที่ตายไปแล้วไว้บนบ่าทุกฝีก้าว... ผมว่านั่นไม่ใช่ความยุติธรรมหรอกครับ มันคือคุก" ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่สายตาจับจ้องไปที่ดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหวราวกับเปลวเทียนในพายุ "คุณหญิงมณีไม่ได้ฆ่าแค่ครอบครัวคุณริน แต่เธอกำลังพยายามฆ่าตัวตนที่คุณสร้างขึ้นมาใหม่ด้วย คุณจะยอมแพ้ให้แก่ปีศาจที่สร้างภาพหลอนให้คุณเห็นเพียงเพราะคุณกลัวความจริงงั้นหรือคะ?"
รินรดาหัวเราะเบาๆ เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความรื่นรมย์ เธอหลับตาลง ภาพใบหน้าของแม่ที่ถูกเปลวเพลิงกลืนกินย้อนกลับมาฉายชัดอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันเป็นความรู้สึกร้อนผ่าวที่โอบล้อมกายเธออยู่จริงในตอนนี้ มือที่สั่นเทาของเธอคว้าแจกันเซรามิกบนโต๊ะข้างๆ แล้วขว้างมันลงพื้นจนแตกกระจาย เสียงกัมปนาทของเศษกระเบื้องไม่ได้ทำให้เธอมั่นคงขึ้น แต่มันกลับตอกย้ำว่าโลกที่เธอยึดเหนี่ยวอยู่ช่างแตกสลายง่ายดายเพียงใด
"คุณไม่เข้าใจ... สิ่งที่ฉันเห็นไม่ใช่แค่ความตาย แต่มันคือคำถาม" รินรดาก้มลงมองเศษแจกันที่บาดนิ้วจนเลือดซึมออกมาเป็นทางยาว "ทำไมต้องเป็นฉัน? ทำไมฉันถึงรอดมาเพื่อจดจำนรกนั่นเพียงลำพัง ในขณะที่คุณหญิงมณียังคงจิบน้ำชาในชุดไหมราคาแพง และหัวเราะเยาะโชคชะตาด้วยใบหน้าที่ไร้รอยมลทิน"
ธันวาเดินเข้ามาใกล้ ก้าวหนึ่งที่หนักแน่นและมั่นคง เขาคุกเข่าลงท่ามกลางเศษกระเบื้องที่แหลมคม ไม่สนใจว่ามันจะบาดผิวหนังของเขาเช่นกัน มือหนาเอื้อมไปกุมมือที่สั่นเทาของรินรดาไว้แน่น พลังงานจากมือของเขาถ่ายทอดผ่านความเย็นเยียบของผิวหนังเธอ
"เพราะคุณคือหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่เธอทำลายไม่ได้ไงคะ" ธันวากระซิบ น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่น่าเกรงขาม "ถ้าคุณแตกสลาย เธอก็ชนะ แต่ถ้าคุณยืนหยัด... แม้จะเป็นการยืนหยัดบนเศษซากของความทรงจำ คุณคืออาวุธที่อันตรายที่สุดที่เธอเคยสร้างมา"
รินรดาลืมตาขึ้น ในม่านน้ำตาที่เอ่อคลอ เธอเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในแววตาของธันวา—หญิงสาวที่ดูอ่อนแอแต่แฝงไปด้วยความแค้นที่ฝังลึก บาดแผลทางใจของเธอไม่ได้จางหายไป แต่มันกำลังเปลี่ยนรูปร่าง กลายเป็นเกราะกำบังที่แข็งแกร่งกว่าเดิม
"ฉันไม่ได้ต้องการเป็นอาวุธ..." เธอพึมพำ แต่ทว่ากระแสเสียงกลับเริ่มหนักแน่น "ฉันแค่ต้องการให้ความยุติธรรมมันทำงานในแบบที่มันควรจะเป็น... แม้ว่าฉันจะต้องจุดไฟเผาโลกใบนี้ให้เหลือเพียงเถ้าถ่าน เพื่อให้ความจริงปรากฏก็ตาม"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูห้องทำงานก็ดังขึ้นอย่างไม่รีบร้อน แต่มันแฝงไปด้วยจังหวะที่จงใจสร้างความกดดันให้คนในห้อง รินรดาและธันวาชะงัก สายตาประสานกันด้วยความระแวง ก่อนที่บานประตูจะเปิดออกโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต
ร่างที่ดูสง่างามในชุดสีดำสนิทเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ใบหน้าของคุณหญิงมณีเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับพราวระยับด้วยรอยยิ้มที่มองไม่เห็น เธอถือซองจดหมายเก่าคร่ำคร่าในมือหนึ่งข้าง ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะทำงานด้วยท่าทีที่สุภาพจนน่าขนลุก
"ฉันไม่คิดว่าค่ำคืนที่แสนหดหู่แบบนี้ จะเป็นเวลาที่ดีในการรื้อฟื้นเศษขยะจากอดีตหรอกนะรินรดา" คุณหญิงมณีเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่บาดลึกถึงกระดูก "แต่ในเมื่อเธอพยายามจะตามหาคำตอบ... ฉันก็แค่ต้องการให้เธอดูสิ่งที่อยู่ในซองนี้ด้วยตาของเธอเอง ว่าทำไมครอบครัวของเธอถึงไม่ได้ 'ตาย' อย่างที่เธอเข้าใจ"
รินรดาชะงักงัน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เมื่อเห็นตราประทับสีแดงฉานบนซองจดหมายนั้น—มันคือตราประทับเดียวกับที่เธอพบในสมุดบันทึกของแม่ก่อนที่ไฟจะเผาทำลายทุกอย่าง
ธันวาขยับตัวบังหน้าเธอไว้โดยสัญชาตญาณ ทว่าคุณหญิงมณีกลับหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะหันหลังเตรียมเดินจากไปโดยทิ้งท้ายประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของรินรดาสั่นสะเทือน
"อ้อ... แล้วอย่าลืมเช็คดูนะคะ ว่าคนที่อยู่ข้างกายเธอตอนนี้ เขารักเธอที่ตัวตนจริงๆ หรือรักเพราะเขาคือคนที่จงใจปล่อยให้เปลวไฟในคืนนั้นลุกลามจนเกินควบคุม"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านรอยแยกของความจริงและความลวงไปกับรินรดาและกำมะหยี่สีแดงนะคะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 31
ภาพหลอนในใจ
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!