“ถ้าคุณก้าวเท้าเข้าเขตอาคารนี้ไปแล้ว สิ่งที่คุณจะเจออาจไม่ใช่แค่ความจริง แต่มันคือหลุมศพของความลับที่ไม่มีใครอยากให้ขุดขึ้นมา”
ธันวากระซิบพลางกระชับปกเสื้อโค้ทแน่น ท่ามกลางบรรยากาศอับชื้นที่อบอวลไปด้วยกลิ่นฝุ่นผงและกาลเวลาที่หยุดนิ่งภายในธนาคารเก่าแก่ใจกลางย่านที่ถูกลืม รินรดาไม่ตอบ เธอทำเพียงแค่ใช้ถุงมือหนังสีดำแตะลงบนบานประตูเหล็กดัดที่ขึ้นสนิมเขรอะ ดวงตาคู่สวยสั่นไหววูบหนึ่งเมื่อเธอนึกถึงภาพบันทึกการโอนเงินก้อนสุดท้ายของตระกูลที่หายไปพร้อมกับชีวิตของพ่อแม่
“ความจริงมันไม่มีวันเป็นหลุมศพหรอกค่ะธันวา มันเป็นเพียงเชื้อไฟ... ที่รอวันเผาผลาญคนผิดให้มอดไหม้ไปกับเถ้าถ่าน”
เธอผลักบานประตูเข้าไป เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่นจนก้องไปทั่วโถงกว้าง แสงไฟจากไฟฉายในมือธันวาสาดส่องผ่านความมืด เผยให้เห็นโต๊ะเคาน์เตอร์ไม้สักที่ถูกปลวกกินไปครึ่งหนึ่ง เอกสารนับพันฉบับถูกวางระเกะระกะบนพื้นราวกับมีคนพยายามค้นหาบางอย่างอย่างบ้าคลั่งก่อนที่ที่นี่จะถูกปิดตาย
รินรดาเดินตรงไปยังตู้เซฟขนาดใหญ่ที่ตั้งเด่นอยู่หลังเคาน์เตอร์ใหญ่ เธอไม่ลังเลที่จะหยิบกุญแจดอกจิ๋วที่เก็บได้จากช่องลับในกรอบรูปเก่าของพ่อออกมา มันคือหัวใจสำคัญที่เธอเฝ้าตามหามาตลอดห้าปี
“ริน... คุณแน่ใจนะ ถ้าในนี้ไม่มีสิ่งที่หวัง เราจะไม่มีทางเข้าใกล้คุณหญิงมณีได้อีกเลย” ธันวาเตือนด้วยน้ำเสียงกังวล ขณะที่สายตาเขาสอดส่องไปรอบๆ ราวกับระแวงว่าจะมีใครเฝ้ามองจากมุมมืด
รินรดาไม่ตอบ มือที่สั่นเทาของเธอไขกุญแจเข้ากับรูกุญแจที่ถูกซ่อนไว้ใต้ฐานตู้ เสียงกลไกภายในหมุนขยับอย่างแผ่วเบา ‘คลิก’ เสียงที่ฟังดูเหมือนสัญญาณชีพที่เต้นรัวในอกของเธอ
บานประตูเหล็กหนักอึ้งเผยอออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในไม่ได้มีแค่เงินทองหรืออัญมณี แต่มันคือแฟ้มเอกสารปกหนังสีน้ำตาลเข้มที่ดูใหม่ผิดปกติ รินรดารีบหยิบมันขึ้นมาเปิดดู มือที่ถือไฟฉายเริ่มสั่นแรงขึ้นเมื่อเห็นลายเซ็นอันคุ้นตาที่ปรากฏบนกระดาษท้ายสัญญาซื้อขายที่ดินผืนสุดท้ายของตระกูล... ลายเซ็นของคุณหญิงมณี
“พระเจ้า...” เสียงของธันวาขาดห้วงไปทันทีเมื่อก้มลงมองเอกสารนั้น “นี่มันไม่ใช่แค่การฉ้อโกง แต่มันคือการวางแผนฆาตกรรมทางธุรกิจ นี่คือเอกสารยืนยันว่าคุณหญิงเธอเป็นคนสั่งระงับการโอนเงินเพื่อดึงให้ตระกูลคุณล้มละลายก่อนจะเกิดอุบัติเหตุครั้งนั้น”
“มันไม่ใช่อุบัติเหตุธันวา” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาของเธอเปลี่ยนจากความโศกเศร้าเป็นความแค้นที่เยียบเย็น “มันคือการฆาตกรรมที่ถูกวางแผนมาอย่างเลือดเย็นที่สุด”
ขณะที่พวกเขากำลังจดจ่ออยู่กับการพลิกหน้ากระดาษ เสียงฝีเท้าหนักๆ จากรองเท้าส้นสูงก็ดังกระทบพื้นหินอ่อนใกล้เข้ามาทีละจังหวะ มันแผ่วเบาแต่มั่นคง ราวกับผู้มาเยือนรู้อยู่แล้วว่าจะมี ‘หนู’ เข้ามาติดกับในรังเก่าแห่งนี้
ทั้งสองชะงัก รินรดารีบปิดแฟ้มเอกสารแล้วซุกไว้ในอกเสื้อ ธันวาชักปืนพกออกมาในจังหวะเดียวกับที่เงามืดใต้บันไดเริ่มขยับไหว ร่างระหงของสตรีผู้สูงศักดิ์ในชุดคลุมผ้าไหมสีดำสนิทก้าวออกมาจากเงามืด ใบหน้าของคุณหญิงมณีเรียบเฉย ทว่าแววตาของเธอกลับฉายชัดด้วยความสมเพช
“เสียดายเหลือเกินนะคะรินรดา” คุณหญิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กดดัน “ฉันอุตส่าห์ส่งคนไปเฝ้าที่นั่นแทบพลิกแผ่นดิน แต่สุดท้าย... ขยะที่ไร้ค่าก็นำพากันมาหาความตายถึงที่นี่ด้วยตัวเอง”
“คุณนั่นเอง” รินรดากัดฟันแน่น “คนบงการชีวิตคนอื่นให้กลายเป็นเพียงหมากในกระดานที่คุณเป็นคนกำหนด”
คุณหญิงมณีหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะผายมือไปทางประตูทางเข้าที่บัดนี้มีชายชุดดำอาวุธครบมือปิดล้อมไว้อย่างมิดชิด “ในโลกนี้ไม่มีความยุติธรรมหรอกค่ะรินรดา มีเพียงแค่คนที่เหลืออยู่และคนที่ต้องดับสูญ... และวันนี้ ที่นี่ คือจุดจบของเรื่องราวทั้งหมดของคุณ”
สิ้นเสียงของเธอ รินรดาเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนที่ยืนอยู่ด้านหลังคุณหญิงมณี เขาคนนั้นคือบุคคลที่เธอไว้ใจที่สุดในบริษัททนายความ... และเขากำลังยกปืนขึ้นจ่อไปที่ขมับของธันวา
ความหวังที่ริบหรี่อยู่ตรงหน้ากลับดับวูบลงทันทีเมื่อทนายความหนุ่มที่เธอเชื่อใจหันมาสบตาเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่า ก่อนจะกระซิบออกมาว่า “ผมขอโทษรินรดา... แต่เงินก้อนนี้มันมากเกินกว่าจะปฏิเสธได้”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านรอยแยกของอาณาจักรที่สั่นคลอนไปกับรินรดาและกำมะหยี่สีแดงนะคะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 30
หลักฐานชิ้นสุดท้าย
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!