รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 28

การเจรจาในเงามืด

ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
“งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ ว่าคุณมีค่าพอที่จะได้รับคำตอบนั้น” รินรดายืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ตระกูลวรโชติเมธี ดวงตาของเธอจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่ที่เต็มไปด้วยรอยร้าวของธันวา ประโยคสุดท้ายจากปากเขายังคงดังก้องเหมือนเสียงระเบิดที่ทำลายกำแพงความเชื่อมั่นที่เธอสร้างมาตลอดหลายปี ธันวาไม่ได้ตอบคำถาม เขายืนกอดอก พิงหลังเข้ากับตู้หนังสือไม้โอ๊กเก่าแก่ แสงสลัวจากโคมไฟระย้าด้านบนทอดเงาเป็นเส้นยาวรบกวนใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขา ความสับสนในแววตาของรินรดาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกสะใจ แต่กลับทำให้เขารู้สึกถึงความรับผิดชอบที่หนักอึ้งขึ้นกว่าเดิม “อย่าทำหน้าแบบนั้นเลยค่ะ ริน” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าสั่นเครือเล็กน้อย “ความจริงมันไม่ใช่ของหวานที่เสิร์ฟถึงโต๊ะอาหาร แต่มันคือยาพิษที่ใครหลายคนพยายามยัดเยียดให้เรากลืนลงคอ” “คุณพูดเหมือนกับว่า... ทุกคนที่ฉันรู้จักล้วนมีส่วนเกี่ยวข้องกับเลือดบนมือพ่อฉัน” รินรดากัดริมฝีปากแน่นจนซีดเผือด “รวมถึงคุณหญิงมณีด้วยใช่ไหม?” ธันวาไม่ได้ตอบทันที เขาหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาแล้วยื่นให้เธอ “เปิดดูสิคะ แล้วคุณจะรู้ว่าในเงามืดที่มณีเพิ่งจะคลานเข้าไปหานั้น... มีใครที่น่ากลัวกว่าเธอรออยู่” ในขณะเดียวกัน ณ มุมมืดของคฤหาสน์อีกฟากฝั่ง ห่างจากห้องที่รินรดาอยู่ไม่ไกลนัก คุณหญิงมณีกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้กำมะหยี่สีแดงสดราวกับสีเลือด มือที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตลูบไล้ไปตามขอบแก้วคริสตัลที่มีไวน์สีเข้มข้นอยู่เพียงก้นแก้ว เบื้องหน้าของเธอคือชายร่างสูงใหญ่ในชุดสีดำสนิทที่ยืนก้มหน้าอย่างนอบน้อม “ฉันให้โอกาสเธอมาหลายครั้งแล้วนะ” คุณหญิงมณีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นเหมือนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย “แต่ดูเหมือนว่านังเด็กนั่นจะยังไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังขวางทางใครอยู่” ชายในเงามืดเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยแผลเป็นที่พาดผ่านดวงตาข้างหนึ่ง “จะให้ผมจัดการแบบไหนครับคุณหญิง... แบบเงียบ หรือแบบให้คนทั้งเมืองได้เห็น?” คุณหญิงมณียกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ปราศจากความเมตตาอย่างสิ้นเชิง “คนอย่างรินรดามันฉลาดพอที่จะระวังตัว แต่ความฉลาดนั่นแหละที่เป็นจุดอ่อน... ทำให้มันดูเด่นเกินไปในเงามืด เอาให้จบ อย่าให้เหลือร่องรอยให้ไอ้ทนายความหน้าโง่นั่นได้ตามสืบอีก หากงานนี้พลาด... ชีวิตของแกก็จบลงที่เดิม” ชายคนนั้นโค้งคำนับเล็กน้อยก่อนจะถอยหลังหายเข้าไปในความมืดมิดของระเบียงทางเดิน ทิ้งให้คุณหญิงมณีจมอยู่กับความเงียบงันและเปลวไฟจากเทียนเล่มที่กำลังจะมอดดับ รินรดาเปิดซองเอกสารในมือออก ภาพถ่ายใบหนึ่งร่วงลงสู่พื้น มันไม่ใช่ภาพฆาตกรที่เธอคิดไว้ แต่มันคือภาพของ 'แม่เลี้ยง' ของเธอในอิริยาบทที่กอดคออยู่กับชายคนที่ยืนเคียงข้างคุณหญิงมณีมาตลอดหลายปี ความรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังหมุนคว้างโจมตีเข้ามาในหัวสมอง “นี่มันหมายความว่ายังไงคะธันวา!” รินรดาตวาดเสียงสั่น “แม่ฉัน... แม่เลี้ยงของฉัน... เธอร่วมมือกับคุณหญิงงั้นเหรอ?” “เรื่องมันลึกกว่าที่คุณเห็นในภาพค่ะ ริน” ธันวาเดินเข้ามาใกล้ กลิ่นหอมจางๆ ของกระดาษเก่าและกลิ่นอายความลึกลับจากตัวเขายิ่งทำให้รินรดารู้สึกเหมือนขาดใจ “คุณหญิงมณีแค่ใช้ความโลภของคนรอบข้างคุณเป็นเครื่องมือ แต่คนที่เปิดประตูให้ฆาตกรเข้าบ้านในคืนนั้น... คือคนที่คุณไว้ใจที่สุด” ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังก้องขึ้นที่โถงทางเดินภายนอก เสียงฝีเท้าที่บ่งบอกว่าไม่ได้มาเพื่อเจรจา แต่มาเพื่อยุติปัญหาตามคำสั่งที่ได้รับมา รินรดาชะงักไป เธอรีบหันไปมองหน้าต่างบานใหญ่ด้านหลัง ทว่าภาพที่เห็นกลับทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดลงไปอีก เมื่อเธอมองเห็นเงาของชายชุดดำสองคนกำลังปีนขึ้นมาบนระเบียงด้วยความชำนาญ มือของพวกเขาไม่ได้ถือเพียงแค่มีด แต่มันคืออุปกรณ์เก็บเสียงที่ถูกเตรียมมาอย่างดี “คุณหลบไปข้างหลังฉัน!” ธันวาตะโกนพลางดึงรินรดาให้พ้นจากวิถีของบานหน้าต่าง ปัง! เสียงกระจกแตกละเอียดกระจายไปทั่วห้อง พร้อมกับกระสุนนัดหนึ่งที่พุ่งเฉียดไหล่ของธันวาไปเพียงไม่กี่นิ้ว รินรดาล้มลงไปกองกับพื้น มือของเธอคว้าเอาซองเอกสารที่ตกอยู่ขึ้นมาแนบอก ความตื่นตระหนกเปลี่ยนเป็นความเด็ดเดี่ยวในดวงตาเมื่อเธอตระหนักได้ว่า... ความจริงที่เธอถืออยู่ในมือนั้นมีค่าเกินกว่าชีวิตของเธอ แต่ก่อนที่ชายชุดดำจะก้าวพ้นขอบหน้าต่างเข้ามาในห้อง ไฟในคฤหาสน์ทั้งหมดก็ดับพรึบลงเหลือเพียงความมืดมิดสนิทใจ ทว่าในความมืดนั้น กลับมีเสียงฝีเท้าที่สามดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอ... ไม่ใช่คนของมณี และไม่ใช่ธันวา “อย่าขยับค่ะ... ถ้าคุณไม่อยากให้ปมปริศนาที่เหลืออยู่ต้องหายไปพร้อมกับชีวิตของคนที่คุณรัก” เสียงผู้หญิงที่แหบพร่าและคุ้นหูอย่างประหลาดกระซิบอยู่ที่ข้างหูของรินรดา พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อเข้าที่ขมับของเธออย่างแผ่วเบา รินรดาตัวแข็งทื่อ เธอจำเสียงนี้ได้ดี... เสียงของคนที่ประกาศว่าตายไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับรินรดาและกำมะหยี่สีแดงในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%