"ถ้าคุณก้าวออกไปจากประตูบานนั้น รินรดา... เรื่องราวทั้งหมดที่เราพยายามรักษามันไว้จะพังทลายลงทันที"
เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับห้องทำงานส่วนตัวของเขา เอกสารคดีสำคัญที่รวบรวมหลักฐานมัดตัวคุณหญิงมณีถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊ค แต่มันดูไร้ความหมายเมื่อเทียบกับแววตาที่สั่นไหวของหญิงสาวตรงหน้า
รินรดาหยุดชะงัก มือที่กำลังกระชับเสื้อโค้ทแน่นสั่นเทาเล็กน้อย เธอไม่หันกลับไปมองชายหนุ่มที่เธอมอบความไว้วางใจให้มากที่สุด เธอทำเพียงจ้องมองไปยังกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเงาของความมืดมิดภายนอก
"ความยุติธรรมไม่ใช่เรื่องของการรักษาสิ่งใดไว้หรอกค่ะธันวา... แต่มันคือการกล้าที่จะยอมรับว่า ต่อให้เราพยายามรักษาแค่ไหน สุดท้ายถ้ามันมีเนื้อร้าย เราก็ต้องยอมสละมันออกไปเพื่อรักษาชีวิตที่เหลืออยู่"
"คุณกำลังหมายถึงอะไร" ธันวาก้าวเข้ามาใกล้ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่มีเพียงกลิ่นอายของกระดาษเก่าและน้ำหอมจางๆ ที่บัดนี้กลับกลายเป็นกลิ่นของความอึดอัด "คุณอย่าบอกนะว่าคุณทำข้อตกลงกับคุณหญิงมณีโดยไม่บอกผม"
รินรดาหันกลับมา แววตาของเธอว่างเปล่าจนน่าใจหาย ความสง่างามที่เธอสวมใส่เป็นเกราะกำบังมาตลอดชีวิตดูเหมือนจะร่วงหล่นลงสู่พื้น เธอหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลที่ดูคุ้นตาขึ้นมาวางบนโต๊ะ "ฉันไม่ได้ทำข้อตกลง... ฉันแค่ยอมรับความพ่ายแพ้ในส่วนของตัวเอง เพื่อให้หลักฐานชิ้นสุดท้ายในมือคุณไปถึงมืออัยการได้โดยไม่มีใครขวาง"
"คุณทำบ้าอะไรลงไป!" ธันวาตวาดเสียงต่ำ สันกรามของเขานูนเด่นด้วยความโกรธและเป็นห่วง "คุณเอาชีวิตตัวเองไปแลกกับหลักฐานพวกนี้งั้นหรือ? คุณคิดว่าผมจะยอมให้มันเป็นแบบนั้นเหรอ!"
รินรดายิ้มออกมา—เป็นรอยยิ้มที่เศร้าสร้อยที่สุดเท่าที่ธันวาเคยเห็นมา "รอยจารึกในม่านหมอกมันไม่ได้จางหายไปไหนหรอกค่ะ มันแค่ฝังลึกอยู่ในใจของคนที่ยังอยู่... ฉันหนีปมเรื่องครอบครัวมานานเกินไปแล้ว ถึงเวลาต้องจบมันเสียที"
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นและเป็นจังหวะของคนกลุ่มหนึ่งก็ดังขึ้นจากโถงทางเดิน หน้าประตูห้องทำงานของธันวาถูกเปิดออกอย่างแรง โดยไม่มีคำขออนุญาต ร่างของคุณหญิงมณีปรากฏกายขึ้นในชุดผ้าไหมสีเข้มดูสง่าน่าเกรงขาม ดวงตาเย็นชาของหญิงวัยกลางคนคู่นั้นกวาดมองไปทั่วห้อง ก่อนจะหยุดอยู่ที่ซองเอกสารบนโต๊ะ
"ดูเหมือนการเจรจาจะจบลงเร็วกว่าที่คิดนะรินรดา" คุณหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ทว่าแฝงด้วยกระแสอำนาจที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวหนักอึ้งขึ้นเป็นเท่าตัว
"ฉันมาตามสัญญาแล้วค่ะ" รินรดาก้าวออกไปข้างหน้า ยืนเผชิญหน้ากับศัตรูคู่อาฆาตโดยไม่มีความกลัวหลงเหลืออยู่ในแววตา "ปล่อยคนของฉัน และหยุดการแทรกแซงคดีนี้เสียที"
"รินรดา! อย่าไป!" ธันวาพุ่งเข้ามาคว้าข้อมือเธอไว้ แต่กลับถูกรินรดาสะบัดออกอย่างเด็ดขาด แววตาที่เธอส่งมาให้เขามีเพียงความหมายเดียว... *ไปเสีย*
"หลักฐานพวกนี้จะพิสูจน์ความจริงทั้งหมดในวันพรุ่งนี้ค่ะธันวา" รินรดากระซิบแผ่วเบาขณะที่เดินผ่านเขาไป "อย่าให้สิ่งที่ฉันต้องเสียไปในวันนี้... กลายเป็นเรื่องสูญเปล่า"
ธันวาได้แต่มองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆ เดินห่างออกไปสู่ความมืดมิดที่รออยู่หน้าห้องทำงาน เขาเจ็บปวดจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อตระหนักได้ว่าผู้หญิงที่เขารักที่สุดกำลังเดินเข้าไปสู่กับดักที่ไม่มีวันหวนกลับเพียงเพื่อให้เขาคว้าชัยชนะในเกมนี้ได้
คุณหญิงมณีแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างผู้ชนะ ก่อนจะส่งสัญญาณให้ลูกน้องชายฉกรรจ์สองคนประกบร่างของรินรดาไว้ ทันใดนั้น รินรดาก็หยุดเดิน เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดส่งข้อความบางอย่างออกไป ก่อนจะหันมามองธันวาเป็นครั้งสุดท้าย
"คุณไม่ได้แพ้หรอกธันวา... เราต่างหากที่กำลังจะชนะ"
เสียงปืนดังขึ้นเพียงนัดเดียวจากด้านหลังของธันวา ไม่ใช่จากฝั่งของคุณหญิงมณี แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากเงามืดภายในห้องทำงานของเขาเอง! เขาหันกลับไปพบว่าคนที่ยืนถือปืนอยู่ตรงนั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็น 'พี่ชาย' ของเขาที่ทุกคนเชื่อว่าเสียชีวิตไปนานแล้ว เขากำลังจ่อปากกระบอกปืนไปที่ซองเอกสารบนโต๊ะก่อนจะเหนี่ยวไกซ้ำอีกครั้งจนซองนั้นฉีกขาดกระจาย
รินรดาเบิกตากว้าง ความหวังสุดท้ายที่เธอแบกรับมาพังทลายลงในพริบตา ในขณะที่คุณหญิงมณีกลับหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง
กำมะหยี่สีแดง ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านม่านหมอกแห่งความล้างผลาญมาจนถึงจุดวิกฤตินี้ด้วยกันนะคะ
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 51
ความสูญเสีย
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!