“อย่าหันหลังกลับมา!”
เสียงตะโกนนั้นทิ้งรอยแผลเป็นไว้ในโสตประสาทของรินรดา ภาพของชายคนนั้นที่ยืนอยู่ท่ามกลางเงามืดในห้องทำงานของพ่อยังคงชัดเจนราวกับภาพถ่ายติดตา รินรดาพาตัวเองออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ได้ทันท่วงที ทว่าความรู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งคอยจับจ้องมาจากเงามืดของแมกไม้ตลอดเส้นทางที่เธอเดินกลับที่พัก ยังคงบีบคั้นลมหายใจจนแทบไม่เป็นจังหวะ
เธอวางกุญแจรถลงบนโต๊ะไม้ตัวเก่าในอพาร์ตเมนต์ซอมซ่อ เสียงกระทบกันของโลหะดังกังวานในความเงียบ รินรดายกมือขึ้นกุมขมับ พยายามสะกดกลั้นอาการสั่นเทาของนิ้วมือ
*พินัยกรรมฉบับนั้น... มันมีความลับอะไรที่ทำให้พ่อต้องตาย*
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นสองครั้งอย่างจังหวะมั่นคงทำให้เธอกระตุกตัวสุดแรง รินรดาชะงัก สายตามองไปที่ประตูไม้เก่าคร่ำคร่าด้วยความระแวง นี่ไม่ใช่เวลาที่ใครจะมาหา... และคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงที่อยู่ของเธอในเวลานี้มีเพียงน้อยนิด
เมื่อเธอเปิดประตูออกไป ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มที่ดูขัดกับความโทรมของทางเดินก็ปรากฏตัวขึ้น เขาคือคนที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน แต่กลับคุ้นเคยกับแววตาที่สงบนิ่งดุจผิวน้ำลึกคู่นั้นอย่างประหลาด
“คุณรินรดาใช่ไหมครับ” เขาเอ่ยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่น เขาไม่ได้ก้าวล่วงเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเธอ แต่ยืนรออย่างมีระยะห่างที่ให้เกียรติ
“คุณคือใคร?” รินรดาถาม สัญชาตญาณป้องกันตัวทำงานเต็มรูปแบบ มือที่ซ่อนอยู่ข้างหลังกำแน่นจนเล็บจิกเนื้อ
ชายหนุ่มขยับยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มีความหมายว่าใจดี แต่มันสื่อถึงการรับรู้ทุกอย่าง “ผมธันวา... ทนายความที่ดูแลพินัยกรรมส่วนสุดท้ายของคุณพ่อคุณ”
รินรดานิ่งงัน ชื่อที่เขาเอ่ยออกมาทำลายกำแพงความสงสัยของเธอลงไปครึ่งหนึ่ง ความเงียบระหว่างคนทั้งสองขยายตัวออกคล้ายกับหมอกหนาที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในห้องแคบๆ
“เข้ามาสิคะ” เธอหลีกทางให้เขา
ธันวาก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นจางๆ ของกระดาษเก่าและกลิ่นหอมของไม้สนที่ติดตัวเขาทำให้ห้องที่เคยดูอับชื้นดูสงบลงอย่างน่าประหลาด เขาวางเอกสารปึกหนึ่งไว้บนโต๊ะ ก่อนจะมองไปที่รอยแตกบนผนังห้อง แล้วค่อยๆ หันมาสบตากับเธอ
“คุณคงเจออะไรบางอย่างที่คฤหาสน์เมื่อคืนใช่ไหมครับ” คำถามนั้นไม่ใช่การคาดเดา แต่มันคือการยืนยัน
รินรดาสะอึก เธอขยับเข้าไปใกล้โต๊ะ รวบรวมความกล้า “คุณรู้เรื่องนั้นได้อย่างไร หรือว่าคุณเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับความตายของพ่อ”
ธันวาเลิกคิ้วเล็กน้อย เขาไม่ได้โกรธเคืองต่อข้อกล่าวหา แต่กลับถอนหายใจยาว “ถ้าผมเกี่ยวข้อง ผมคงไม่ต้องมาเสี่ยงชีวิตเพื่อเอาเอกสารชุดนี้มาให้คุณถึงที่นี่หรอกครับ รินรดา... คนที่บงการทุกอย่างอยู่เหนือกว่าที่คุณจะจินตนาการได้ และตราบใดที่คุณยังถือรูปภาพใบนั้นอยู่ในมือ ชีวิตของคุณก็เหมือนเทียนที่ตั้งอยู่กลางพายุ”
“รูปนั่น...” รินรดานึกถึงภาพในคืนที่พ่อจากไป “มันมีความลับอะไรกันแน่ ทำไมทุกคนถึงต้องต้องการมัน”
“ไม่ใช่แค่รูปครับ” ธันวาขยับตัวเข้าใกล้ แววตาที่เคยนิ่งเฉยบัดนี้เต็มไปด้วยความเดือดดาลที่ถูกซ่อนไว้ใต้มาดทนาย “มันคือ 'รอยจารึก' ของความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ตระกูลของคุณหญิงมณีพยายามปกปิดมานานหลายทศวรรษ หากมันหลุดออกไปถึงสาธารณะ ทุกอย่างที่เธอสร้างมาจะมลายหายไปในพริบตา”
รินรดาฟังเรื่องราวจากปากของธันวาด้วยใจที่เต้นรัว ข้อมูลที่เขาให้มันเปรียบเสมือนกุญแจที่ไขเข้าสู่ความมืดมิดที่เธอพยายามหนีมาตลอดชีวิต ทั้งเรื่องการฟอกเงิน การแย่งชิงมรดก และความตายที่ถูกจัดฉากให้เป็นอุบัติเหตุ
“แล้วเราจะทำอย่างไร” เธอถาม เสียงของเธอเริ่มสั่นเครือจากความโกรธที่ก่อตัวขึ้น
“เราต้องวางแผนครับ” ธันวาตอบพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ “แต่ผมต้องบอกคุณไว้ก่อน ความจริงไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนจะรับไหว โดยเฉพาะเมื่อศัตรูของคุณคือคนที่คุณเคยเรียกว่าญาติผู้ใหญ่ที่เคารพ”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังจมดิ่งอยู่กับแผนการที่ซับซ้อน เสียงโทรศัพท์มือถือของธันวาก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ เขาหยิบขึ้นมาดูเพียงครู่เดียว ก่อนที่ใบหน้าจะถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด
“เกิดอะไรขึ้น?” รินรดารีบถาม
ธันวาไม่ได้ตอบ เขาหันหน้าจอโทรศัพท์ให้เธอเห็น มันเป็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ส่งเข้ามาทางข้อความ ภาพของหญิงชราที่ดูสง่างามยืนอยู่หน้าทางเข้าอพาร์ตเมนต์ที่พวกเขากำลังอยู่ ในมือของเธอถือดอกกุหลาบสีดำช่อใหญ่ และเธอกำลังเงยหน้าขึ้นมองตรงมาที่หน้าต่างห้องของรินรดา
“คุณหญิงมณี...” รินรดากระซิบด้วยความหวาดกลัว “เธอรู้ได้อย่างไรว่าเราอยู่ที่นี่?”
“ไม่ใช่แค่เธอรู้ครับ” ธันวาพูดพร้อมกับขยับไปปิดม่านหน้าต่างด้วยความรวดเร็ว “แต่เธอทิ้งของขวัญไว้ให้เราที่หน้าประตูแล้ว... และถ้าผมจำไม่ผิด เสียงฝีเท้าที่เดินวนอยู่หน้าห้องเราตอนนี้น่าจะเป็นการต้อนรับที่เธอเตรียมไว้ให้เราโดยเฉพาะ”
รินรดามองไปที่ประตูห้องที่ค่อยๆ ถูกบิดกลอนจากภายนอกอย่างช้าๆ ความมืดในห้องเริ่มบีบเข้ามาหาพวกเขาเหมือนกับม่านหมอกที่ไม่มีวันจางหาย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่ม่านหมอกไปกับรินรดาและธันวาครับ - กำมะหยี่สีแดง
รอยจารึกในม่านหมอก•ตอนที่ 3
การพบกันที่คาดไม่ถึง
ผลงานโดย กำมะหยี่สีแดง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กำมะหยี่สีแดง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยจารึกในม่านหมอก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!