"องค์ชายสามทรงว่างงานถึงเพียงนี้เชียวหรือเพคะ ถึงได้ทรงปีนหน้าต่างห้องนอนของสตรีที่เพิ่งหมั้นหมายได้ไม่นานยามวิกาลเช่นนี้ เกรงว่าหากข่าวนี้แพร่งพรายออกไป ชื่อเสียงของราชสำนักคงต้องมัวหมองเพราะงานอดิเรกอันพิสดารของพระองค์ไม่น้อย"
น้ำเสียงของเซี่ยฉีหยุนไม่ได้สั่นไหวดั่งที่บุตรีขุนนางทั่วไปควรจะเป็น นางเพียงแต่หันกลับไปเผชิญหน้ากับผู้มาเยือนอย่างไม่เกรงกลัว เรียวปากสีชาดคลี่ยิ้มเยาะหยัน ดวงตาคู่คมพินิจพิเคราะห์ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์ปักดิ้นทองที่ยืนอยู่ตรงกรอบหน้าต่างราวกับประเมินราคาสินค้าในตลาด
องค์ชายสามหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุ้มนุ่มแต่แฝงไว้ด้วยความเย็นเยียบที่ชวนให้ขนลุกเกรียว พระองค์ก้าวเข้ามายืนหยัดในห้องนอนของนางอย่างไร้มารยาท ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องที่ยังคงมีร่องรอยการต่อสู้เมื่อครู่คร่าวๆ
"ฉีเอ๋อร์ เจ้ายังคงปากกล้าไม่เปลี่ยน... น่าเสียดายที่ความเฉลียวฉลาดของเจ้า มักจะไปฝากไว้ผิดที่ผิดทางเสมอ" องค์ชายสามย่างสามขุมเข้ามาใกล้ ชายผ้าคลุมยาวลากผ่านพื้นห้อง ทว่าเซี่ยฉีหยุนกลับก้าวถอยหลังอย่างระแวดระวัง นางไม่โง่พอจะปล่อยให้สุนัขป่าตัวนี้เข้าประชิดตัวเด็ดขาด
"หม่อมฉันโง่เขลาเบาปัญญามาแต่ไหนแต่ไรเพคะ ถึงได้หลงเชื่อคำลวงของพระองค์จนเอาตัวเองมาผูกติดกับท่านแม่ทัพน้ำแข็งผู้นั้น หากพระองค์ทรงประสงค์จะใช้หม่อมฉันเป็นหมากในกระดานแย่งชิงบัลลังก์ ก็ควรจะรู้ว่าม้าพยศย่อมมีวันเตะเจ้าของจนกะโหลกแตกได้เช่นกัน"
เพียะ!
เสียงตบโต๊ะไม้ฉลลายเบาๆ ไม่ได้ดังมาจากมือขององค์ชายสาม แต่ทว่ามาจากทางประตูห้องนอนชั้นนอกต่างหาก!
เซี่ยฉีหยุนและองค์ชายสามสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองยังทิศทางเดียวกัน ประตูห้องที่ควรจะปิดสนิท กลับถูกผลักออกกว้างเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของกู้หมิงหยางที่ยืนค้ำฟ้าอยู่ตรงนั้น แววตาของแม่ทัพหนุ่มมืดมนยิ่งกว่าก้นบึ้งของเหวลึก รังสีอำมหิตแผ่ซ่านจนอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงอย่างฉับพลัน
"ดูท่าจวนของข้าจะกลายเป็นตลาดสดไปเสียแล้วกระมัง ถึงได้มีทั้งโจรราคะปีนหน้าต่าง และ... แขกผู้ไม่ได้รับเชิญเดินเข้าประตูมาตามอำเภอใจ"
กู้หมิงหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าทุกคำที่หลุดออกมากลับกดดันจนบรรยากาศแทบหยุดหายใจ เขากวาดสายตาคมกริบมององค์ชายสามสลับกับเซี่ยฉีหยุน รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากหยักลึก "หรือว่าองค์ชายสามทรงสนพระทัยในงานอดิเรกการตรวจตราห้องหอของคู่หมั้นข้าเป็นพิเศษ?"
องค์ชายสามชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มสุภาพจอมปลอมบนใบหน้ากระตุกเกร็งเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งได้อย่างรวดเร็ว พระองค์ประสานมือคำนับตามพิธีการอย่างขอไปที
"ท่านแม่ทัพเข้าใจผิดแล้ว ข้าเพียงแต่ผ่านมาได้ยินเสียงเอะอะในจวนของท่าน จึงแวะมาดูด้วยความห่วงใย เกรงว่า 'คู่หมั้น' ของท่านจะสร้างความอับอายให้ตระกูลกู้เสียก่อน"
"เรื่องนั้นไม่ต้องร้อนถึงพระองค์หรอกเพคะ" เซี่ยฉีหยุนแทรกขึ้นทันที นางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายอย่างไม่เกรงกลัวใครทั้งสิ้น "ต่อให้หม่อมฉันจะเผาจวนนี้ทิ้ง หรือทำให้อับอายขายหน้าจนแผ่นดินสะเทือน มันก็เป็นเรื่องภายในระหว่างหม่อมฉันกับท่านแม่ทัพ หาใช่ธุระกงการอะไรขององค์ชายที่ต้องเสด็จมา 'สอดมือ' ยุ่งไม่"
กู้หมิงหยางเหลือบมองสตรีข้างกายแวบหนึ่ง นัยน์ตาคมปลาบมีความรู้สึกซับซ้อนฉายผ่านไปอย่างรวดเร็ว—ความฉุนเฉียวปะปนกับความระอาใจอย่างถึงที่สุด เขารู้ดีว่านางตั้งใจยั่วโมโหและใช้เขาเป็นโล่กำบังองค์ชายสาม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมให้ใครมาล้ำเส้นในอาณาเขตของตน
"องค์ชายทรงได้ยินชัดเจนแล้วกระมัง" กู้หมิงหยางก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างองค์ชายสามกับเซี่ยฉีหยุน ร่างกายกำยำบังร่างบอบบางของนางไว้มิดชิด "จวนแม่ทัพมีกฎเกณฑ์เคร่งครัด ยามวิกาลเช่นนี้... ไม่เหมาะที่เชื้อพระวงศ์จะประทับอยู่นานเกินควร หากไม่มีอะไรแล้ว ขอเชิญเสด็จกลับทางเดิมเถอะพ่ะย่ะค่ะ"
องค์ชายสามหรี่ตามองคนทั้งคู่ รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง "ดี... ดีมาก ท่านแม่ทัพกู้ หวังว่าท่านจะปกป้อง 'ของเล่น' ชิ้นนี้ได้ตลอดรอดฝากนะ"
สิ้นพระสุระเสียง ร่างสูงโปรดก็หมุนตัวและทะยานหายออกไปทางหน้าต่างบานเดิมอย่างรวดเร็วราวกับภูตผี ทิ้งไว้เพียงกลิ่นจางๆ ของกำยานราคาแพงและความตึงเครียดที่ยังคงค้างคาในอากาศ
ปัง!
กู้หมิงหยางหันกลับมาปิดหน้าต่างกระแทกเสียงดังลั่นห้อง ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับต้นเหตุของความวุ่นวายทั้งหมด เซี่ยฉีหยุนยังคงยืนกอดอก ใบหน้างามเชิดขึ้นอย่างดื้อรั้น ไม่มีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
"เจ้ากล้าดียังไงถึงปล่อยให้มันเข้ามาในห้องนี้!" กู้หมิงหยางกัดฟันกรอด น้ำเสียงต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความโกรธ
"แล้วท่านกล้าดียังไงถึงปล่อยให้คนร้ายย่องเข้ามาถึงเตียงนอนของหม่อมฉันเล่า!" เซี่ยฉีหยุนสวนกลับทันควัน เสียงหวานใสแต่แหลมคมบาดหู นางก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาดุร้ายคู่นั้นอย่างไม่ยอมแพ้ "หากท่านดูแลความปลอดภัยในจวนให้มันดีกว่านี้ มีหรือที่ใครจะเข้าออกที่นี่ราวกับเป็นตลาดกลางคืน!"
"เซี่ยฉีหยุน!"
"เรียกเสียดังทำไม หูหม่อมฉันไม่ได้หนวก!" นางแหวใส่ทันที "จำไว้เลยนะท่านแม่ทัพ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป หม่อมฉันจะแหกกฎทุกข้อในจวนของท่าน หากท่านไม่อยากให้ความลับรั่วไหล หรือไม่อยากให้จวนหลังนี้พังพินาศด้วยน้ำมือหม่อมฉัน ทางที่ดีท่านควรปล่อยให้หม่อมฉันเป็นอิสระเสีย!"
กู้หมิงหยางแค่นหัวเราะในลำคอ เขาโน้มตัวลงมาประชิดจนใบหน้าห่างกันเพียงคืบ ลลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับแก้ว Nวลของนางจนเซี่ยฉีหยุนเผลอผถอยหลังไปครึ่งก้าว
"อิสระอย่างนั้นหรือ?" เสียงทุ้มต่ำกระซิบชิดริมฝีปากของนาง แววตาคมกريบพราวระยับด้วยประกายอันตราย "ฝันไปเถอะ ในเมื่อเจ้าอยากเล่นนัก ข้าก็จะจัดให้ตามคำขอ... ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป กฎข้อแรกของจวนแม่ทัพคือ 'ห้ามห่างจากสายตาข้าเกินสามก้าว'!"
เซี่ยฉีหยุนเบิกตากว้าง อ้าปากค้างด้วยความตกใจกับความเผด็จการหน้าไม่อายนี้ นางรีบดันอกแกร่งออกห่าง "ท่านมัน... คนพาล!"
"ใช่ ข้ามันคนพาล" กู้หมิงหยางยิ้มเยาะอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า มือหนาคว้าข้อแขนเรียวรวบเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว ไม่เปิดโอกาสให้นางได้ถอยหนี "และคนพาลผู้นี้กำลังจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็นว่า ต่อให้เจ้าจะมีแผนการร้อยเล่ห์พันกลแค่ไหน ก็ไม่มีทางหนีพ้นกรงขังของข้าไปได้..."
ทว่า ในวินาทีที่ใบหน้าของแม่ทัพหนุ่มโน้มต่ำลงมาใกล้จนริมฝีปากเกือบจะสัมผัสกัน เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นรัวเร็วขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงร้องตื่นตระหนกของสาวใช้หน้าห้องที่ตะโกนแทรกเข้ามาด้วยความหวาดผวา
"ทะ... ท่านแม่ทัพ! คุณหนู! เกิดเรื่องใหญ่แล้วเจ้าค่ะ! ที่เรือนรับรองหน้า... จู่ๆ ก็มีศพปริศนาโผล่มาพร้อมกับป้ายประกาศท้าทายตระกูลกู้เจ้าค่ะ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความแซ่บของคู่กัดคู่นี้ แล้วมาฟินและลุ้นไปพร้อมกันในตอนหน้านะคะ!
ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง•ตอนที่ 3
กฎสามประการของท่านแม่ทัพ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!