ป้ายไม้แกะสลักรูปหัวหมาป่าเปื้อนเลือดถูกเหวี่ยงลงบนโต๊ะทำงานไม้จันทน์เสียงดังสนั่น *ปัง!* จนพู่กันขนกระเรียนในมือของกู้หมิงหยางสะบัด หมึกสีดำสนิทหยดลงบนกระดาษซวานจื่อราคาแพงจนเสียหายไปแถบใหญ่
แต่ท่านแม่ทัพผู้เยือกเย็นกลับมิได้ใส่ใจรอยเปื้อนนั้นแม้แต่น้อย ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายกวาดมองศพไร้หัวที่ถูกโยนเข้ามากลางห้องหนังสือของจวนตระกูลกู้ ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปสบกับดวงตากลมโตเป็นประกายของสตรีผู้ยืนกอดอกพิงชั้นตำราด้วยท่าทางสบายจนน่าหมั่นไส้
"นี่คือวิธีต้อนรับแขกของจวนแม่ทัพหรือเพคะ ท่านแม่ทัพกู้?"
เซี่ยฉีหยุนเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากบางเฉียบยกยิ้มเยาะอย่างไม่เกรงกลัวอำนาจมืดที่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ของบุรุษตรงหน้า วันนี้เธอยังคงสวมชุดผ้าไหมปักลายดอกท้อสีชมพูอ่อน ตัดกับบรรยากาศเคร่งเครียดในห้องหนังสือได้อย่างน่าประณาม ช่างเป็นสตรีขี้โอ่ที่ไร้กาลเทศะเสียจริง... ในสายตาของคนอื่น แต่ในสายตาของกู้หมิงหยางตอนนี้ นางคือตัวปัญหาที่ขยันหาเรื่องใส่ตัวเก่งยิ่งกว่าสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์
กู้หมิงหยางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงกดดันจากสนามรบแผ่ซ่าจนอากาศรอบตัวคล้ายจะลดอุณหภูมิลงหลายองศา เขาก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวนางทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลัง กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นจางๆ ของสนและโลหิตลอยเข้ามารบกวนประสาทสัมผัส จนเซี่ยฉีหยุนต้องแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนทน แม้ปากจะเก่งเพียงใด แต่การถูกเสือร้ายต้อนจนมุมในพื้นที่แคบเช่นนี้ก็ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ
"คุณหนูเซี่ย... ดูท่าทางท่านจะว่างมากกระมัง ถึงได้เที่ยวเก็บศพเร่ร่อนตามถนนมาประจานไว้ที่หน้าเรือนของข้า" น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของสัตว์ป่าดังอยู่เหนือศีรษะ ร่างสูงโน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าคมคายอยู่ห่างจากรãจจมูกของนางเพียงคืบ "หรือว่า... ที่แท้แล้วท่านแอบหลงใหลในตัวข้า จนถึงขั้นยอมลงทุนสร้างสถานการณ์เรียกร้องความสนใจจากข้ากันแน่?"
ให้ตายสิ! บุรุษผู้นี้ นอกจากจะแข็งกระด้างเหมือนหินผาแล้ว ยังหลงตัวเองจนน่าเอาเกิบตบหน้าเสียจริง!
เซี่ยฉีหยุนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉยแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ "หงส์ย่อมไม่คู่กับกา... เอ๊ย! แม่ทัพผู้สูงส่งเช่นท่าน ข้าจะกล้าอาจหาญได้อย่างไรเพคะ? อีกอย่าง ศพนั้นมีตราประทับของหน่วยลับองค์ชายสามซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า หากท่านยังมีสมองหลงเหลืออยู่บ้าง แทนที่จะมากล่าวหาข้า ไฉนไม่ลองคิดดูเล่าว่าเหตุใด 'ของขวัญ' ชิ้นนี้ถึงเจาะจงมาส่งที่หน้าประตูท่านในวันที่ข้ามาเยือนพอดี?"
คำพูดของนางทำให้แววตาของกู้หมิงหยางไหววูบไปชั่วพริบตา ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความสุขุมลุ่มลึก เขามองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตคู่นั้น พยายามค้นหาความจริงหรือร่องรอยของการโกหก แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงความท้าทายและสติปัญญาอันเฉียบคมที่ซ่อนอยู่หลังรอยยิ้มยั่วโมโห
"เจ้าฉลาดเกินไปแล้ว... เซี่ยฉีหยุน" กู้หมิงหยางเอ่ยเสียงกระซิบพร่า ริมฝีปากหยักลึกอยู่ใกล้แก้บเนียนใสของนางจนเกือบชิด "ความฉลาดระดับนี้ มักมีจุดจบที่ไม่ค่อยสวยงามนักในเมืองหลวง"
"ถ้าไม่ฉลาด ป่านนี้ข้าคงโดนท่านกลืนลงท้องไปทั้งตัวแล้วกระมังเพคะ" นางตอบโต้ทันควัน ดวงตาสაღสว่างวาววับด้วยความท้าทาย ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ ทั้งสิ้น มือเรียวเล็กยื่นออกไปแตะเบาๆ ที่ปกเสื้อผ้าไหมสีเข้มของเขา ปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงออกอย่างถือวิสาสะ "อีกอย่าง... ข้าว่าท่านควรห่วงตัวเองก่อนดีกว่านะเพคะ องค์ชายสามกำลังเดินเกมกระดานใหญ่ และท่าน... ก็คือเบี้ยตัวสำคัญที่จะต้องถูกเขี่ยทิ้งเป็นรายต่อไป"
สัมผัสแผ่วเบาจากปลายนิ้วของนางทำเอากู้หมิงหยางชะงักงัน กลิ่นหอมหวานประหลาดที่คล้ายกับดอกท้อปะปนกับกลิ่นหมึกจีนลอยวนเวียนอยู่ปลายจมูก หัวใจใต้เกราะเหล็กของแม่ทัพหนุ่มกระตุกวูบอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน สตรีผู้นี้ช่าง... อันตรายต่อความสงบในจิตใจของเขายิ่งนัก นางกล้าดียังไงมาแตะต้องตัวเขาตามอำเภอใจเช่นนี้?
"บังaưh!" กู้หมิงหยางจับข้อมือนุ่มนิ่มนั้นไว้แน่นด้วยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรงจนเจ็บ แต่กักขังให้นางขยับไปไหนไม่ได้ "ใครอนุญาตให้เจ้าแตะต้องตัวข้า?"
"อุ๊ย! ท่านแม่ทัพโปรดระวังอารมณ์ด้วยเพคะ หากข้าช้ำขึ้นมาจริงๆ ละครฉากต่อไปที่ข้าจะเขียนแฉท่านรับรองว่าเผ็ดร้อนกว่าเรื่องเดิมร้อยเท่าแน่!" เซี่ยฉีหยุนไม่เพียงแต่ไม่กลัว นางยังลอยหน้าลอยตาแย้มยิ้มกวนประสาทใส่เขาอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาสองคู่ประสานกันในระยะประชิด เคมีร้อนแรงบางอย่างปะทุขึ้นท่ามกลางกองเลือดและกลิ่นอายความตาย
ห้องหนังสือที่ควรจะเต็มไปด้วยความน่ากลัว บัดนี้กลับกลายเป็นสมรภูมิย่อยๆ ที่เต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความเสน่หาและการชิงไหวชิงพริบ ทั้งสองต่างฝ่ายต่างไม่ยอมถอยให้กัน ใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงลมหายใจกั้น ความใกล้ชิดนี้ทำให้กู้หมิงหยางลืมเลือนเรื่องศพไร้หัวไปชั่วขณะ สายตาคมกราบกรานสำรวจพวงแก้มใสและริมฝีปากอิ่มที่ขยับเถียงเขาไม่หยุดด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไปจากเดิม... นางไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิด กลับน่าค้นหาเสียจนเขาอยากจะจับมาลงทัณฑ์ด้วยริมฝีปากของตนเองสักครั้ง
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังหวานล้ำปนอันตรายจนหัวใจของคนทั้งคู่เต้นระรัว เสียงฝีเท้าหนักหน่วงก็ดังขึ้นที่หน้าประตู พร้อมกับเสียงตะโกนตื่นตระหนกของพ่อบ้านลุงฝาน
"ทะ... ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วขอรับ! ราชโองการด่วนจากในวังหลวง... ฮองเฮามีรับสั่งให้เชิญคุณหนูเซี่ยเข้าเฝ้าเป็นการด่วนเจ้าค่ะ!"
กู้หมิงหยางชะงัก ดวงตาคมกริบหรี่ลงทันที เขาตวัดสายตากลับมามองสตรีตรงหน้าที่ตอนนี้ใบหน้าเผือดสีลงเล็กน้อย เซี่ยฉีหยุนเม้มปากแน่นโดยสัญชาตญาณ ฮองเฮาผู้หนุนหลังองค์ชายสามเรียกตัวนางเข้าวังในยามวิกาลเช่นนี้... นี่คือแผนการตัดตอนที่รวดเร็วกว่าที่คิด!
ข้อมือที่ถูกกู้หมิงหยางกุมไว้ถูกปล่อยให้เป็นอิสระอย่างกะทันหัน ร่างสูงใหญ่ก้าวบังหน้าingเซี่ยฉีหยุนไว้โดยสัญชาตญาณ บรรยากาศรอบตัวแปรเปลี่ยนเป็นความดุดันดั่งพญาอินทรีย์ปกป้องเหยือกในอาณาเขต
"อยู่ที่นี่... ห้ามไปไหนทั้งสิ้น" กู้หมิงหยางเอ่ยเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความเด็ดเดี่ยว "ต่อให้เป็นราชโองการจากสวรรค์ ก็ไม่มีสิทธิ์มาลากตัวคนของข้าไปต่อหน้าต่อตา!"
เซี่ยฉีหยุนเงยหน้าขึ้นมองแผ่นหลังกว้างที่ตั้งตระหง่านปกป้องนาง หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับไหววูบอย่างรุนแรง ประโยคว่า 'คนของข้า' จากปากบุรุษผู้เย็นชาผู้นี้ ทำเอาความร้อนพุ่งพล่านขึ้นมาที่ใบ0งอย่างห้ามไม่อยู่...
---
ขอบพระคุณรี้ด,er ทุกท่านที่แวะเวียนมาสัมผัสความฟินปนความแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะคะ! ✨
ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง•ตอนที่ 4
สมรภูมิในห้องหนังสือ
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!