"หากท่านแม่ทัพยังทำหน้าเหมือนอมยาขมหม้อใหญ่เช่นนี้ เกรงว่าพวกเราคงถูกองค์ชายสามลากตัวไปเสียบบนหลาวก่อนจะได้เริ่มล้วงความลับเสียอีกนะคะ"
เซี่ยฉีหยุนกระซิบลอดไรฟัน ขณะที่ปลายนิ้วเรียวดั่งลำหยกกำลังจัดสาบเสื้อคลุมผ้าไหมปักดิ้นทองให้ชายหนุ่มผู้ยืนตัวตรงราวกับเสาหลักเมือง กู้หมิงหยางในยามนี้สวมอาภรณ์หรูหราผิดวิสัยท่านแม่ทัพผู้เคร่งครัดในระเบียบ ใบหน้าคมคายบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบห้องโถงจัดเลี้ยงในตำหนักหลวงที่ประดับประดาด้วยโคมแก้วเจียระไนระยิบระยับ
งานเลี้ยงรับรองในค่ำคืนนี้คลาคล่ำไปด้วยขุนนางชั้นผู้ใหญ่และสตรีสูงศักดิ์ กลิ่นสุราฤทธิ์แรงเคล้าคลอด้วยกลิ่นอายอำนาจที่ลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศ และนั่นคือเหตุผลว่าทำไมทั้งสองจึงต้องยืนชิดใกล้กันในฐานะ ‘คู่รักข้าวใหม่ปลามัน’ ตามแผนการตบตาเพื่อเข้าถึงตัวหนอนบ่อนไส้
"ถ้าเจ้าไม่เอานิ้วเย็นเฉียบพวกนี้มาจิ้มอยู่แถวอกเสื้อของข้า ข้าคงทำหน้าได้ธรรมชาติกว่านี้เยอะ แม่นางเซี่ย" กู้หมิงหยางตอบเสียงต่ำรอดไรฟัน ใบหน้าหล่อเหลายังคงรักษามาดนิ่งขรึม ทว่าเอวสอบกลับถูกมือเล็กๆ ของอีกฝ่ายหยิกเข้าให้เต็มแรงจนกล้ามเนื้อใต้ร่มผ้าเกร็งกระตุก
"อุ๊ย ตายจริง มือมันลื่นไปหน่อยค่ะท่านแม่ทัพ" ฉีหยุนแย้มยิ้มหวานหยาดเยิ้ม ดวงตากลมโตพราวระยับด้วยความสะใจยามเห็นคนตัวโตกว่าต้องขบกรามแน่น "จำบทบาทของเราไว้ให้ดีนะคะ ห้ามทำหน้าเหมือนอยากฆ่าคน ไม่อย่างนั้นข่าวลือเรื่องที่เราแอบลักลอบได้เสียกันก่อนแต่งงานจะกลายเป็นเรื่องจริง... แบบที่ข้าอาจจะลากท่านไปนอนเตียงเดียวกันจริงๆ ให้เข็ด"
แม่ทัพหนุ่มชะงักไปชั่วขณะ ปลายหูที่เคยขาวสะอาดบัดนี้ขึ้นสีแดงจัดอย่างรวดเร็ว แม้เขาจะขึ้นชื่อว่าเป็นบุรุษผู้เย็นชาและเกลียดความเหลาะแหละสำส่อนเป็นที่สุด แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ยามที่หญิงสาวผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากกล้าคนนี้เข้ามาคลอเคลียใกล้ชิด กลิ่นกายหอมกรุ่นคล้ายดอกท้อป่ากลับปั่นป่วนสติสัมปชัญญะของเขาให้รวนเรได้อย่างน่าประหลาด
"เจ้าชักจะกล้าเกินไปแล้ว" เขาเค้นเสียงดุ ทว่ายามที่วงแขนแข็งแกร่งตวัดโอบเอวคอดกิ่วของเธอเข้ามาแนบชิดเพื่อตบตาสายตาของขุนนางฝ่ายตรงข้ามที่มองมา ร่างบางก็เบียดชิดติดกับแผงอกกว้างจนสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็วไม่แพ้กัน
ฉีหยุนแอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่ทาบทับอยู่บนเอวผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้ท้องไส้ของเธอปั่นป่วนขึ้นมาดื้อๆ กลิ่นอายบุรุษเฉพาะตัวของกู้หมิงหยาง—กลิ่นอายของสนและดินปืนหลังฝนตก—ช่างทรงพลังเกินกว่าที่สตรีปากเก่งอย่างเธอจะตั้งรับไหว
"ท่าน... โอบแน่นเกินไปแล้วกระมังคะ" เธอเงยหน้าขึ้นท้วงติบ ดวงตาประสานกับนัยน์ตาคมกริบที่ทอดมองลงมาอย่างมีความหมาย
"ถ้าไม่ทำเนียน องค์ชายสามที่กำลังเดินมาทางเราคงจับพิรุธได้" กู้หมิงหยางกระซิบชิดริมใบหู ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวแก้มทำให้ฉีหยุนต้องย่นคอหนีด้วยความจั๊กจี้ "จำไว้... ทำตามแผน ห้ามออกนอกลู่นอกทางเด็ดขาด"
สิ้นเสียงนั้น ร่างสูงสง่าในอาภรณ์ปักลายมงคลขององค์ชายสามก็ก้าวเข้ามาหยุดเบื้องหน้า รอยยิ้มเจือความเจ้าเล่ห์ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาที่ซ่อนความร้ายกาจไว้มิดชิด สายตาดั่งสุนัขจิ้งจอกกวาดมองคู่รักตรงหน้าด้วยความสนใจใคร่รู้
"โอ้... ท่านแม่ทัพกู้ผู้เยือกเย็น ถึงกับยอมสยบให้แก่บุตรีขุนนางผู้ปราดเปรื่องเรื่องบทละครเชียวหรือ ช่างเป็นภาพที่หาดูยากยิ่งนัก" องค์ชายสามเอื้อnเสียงกลั้วหัวเราะ สายตาคมกริบเหลือบมองมือที่กู้หมิงหยางโอบเอวฉีหยุนไว้อย่างแนบแน่น "ดูเหมือนข่าวลือเรื่องความสัมพันธ์ของพวกท่านจะมิใช่เรื่องโกหกสินะ"
เซี่ยฉีหยุนรีบปรับสีหน้าให้เป็นสตรีขี้โอ่ผู้หลงระเริงในความโปรดปรานทันที เธอหัวเราะคิกคักอย่างจงใจให้ดูไร้สาระและน่าหมั่นไส้ สมกับฉายา ‘สตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง’ ที่ผู้คนต่างลือกันหนาหู
"องค์ชายตรัสเกินไปแล้วเพคะ! หม่อมฉันเป็นถึงสตรีที่มีความสามารถล้นเหลือ คู่ควรกับบุรุษไร้พ่ายเช่นท่านแม่ทัพยิ่งกว่าใครในแผ่นดินนี้เสียอีก ท่านแม่ทัพของหม่อมฉันทั้งรักทั้งหลงจนแทบจะไม่ยอมให้หม่อมฉันคลาดสายตาเลยเพคะ... จริงไหมคะท่านพี่?" ประโยคหลังเธอจงใจเอียงคอไปออดอ้อนกู้หมิงหยาง พร้อมส่งสายตาเป็นเชิงบังคับให้เขาเล่นตามบท
กู้หมิงหยางเกือบจะสำลักน้ำลายตัวเอง ใบหน้าคมคายกระตุกเกร็งเล็กน้อยก่อนจะฝืนปั้นยิ้มฝืดเฝื่อนที่ดูแข็งทื่อเสียยิ่งกว่าหินผา มือที่โอบเอวเธออยู่กระชับแน่นขึ้นจนเนื้อผ้าแทบปริ พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่พยายามดัดให้ฟังดูอ่อนโยนจนน่าขนลุก
"จริงที่สุด... น้องหญิงของพี่งดงามและน่าหลงใหลปานนี้ มีหรือที่พี่จะยอมปล่อยให้ห่างกาย"
องค์ชายสามหัวเราะร่วนในลำคอ ทว่าดวงตากลับฉายแววระแวงสงสัย "นับว่าแปลกที่คนอย่างแม่ทัพกู้จะยอมจำนนต่อความงามได้ง่ายดายนัก... ว่าแต่ ข้าได้ยินมาว่าในงานเลี้ยงเต้นรำหลวงค่ำคืนนี้ จะมีการแสดงกล่องสมบัติลับที่บรรจุม้วนสาส์นลับทางราชการไว้ หากใครไขปริศนาได้ จะได้รับสิทธิ์ในการครอบครองของล้ำค่า... ท่านแม่ทัพผู้เก่งกาจสนใจจะลองประลองปัญญาดูสักหน่อยหรือไม่?"
ฉีหยุนแอบสบตากับกู้หมิงหยางเพียงเสี้ยววินาที—*มาแล้ว ปล่อยเหยื่อล่อแล้ว*
"เรื่องสนุกเช่นนี้ ไฉนเลยหม่อมฉันจะพลาดเพคะองค์ชาย!" ฉีหยุนรีบแทรกขึ้นด้วยท่าทางกระดีกระด้าเกินงาม "ท่านพี่ของหม่อมฉันทั้งเก่งกล้าและชาญฉลาดเป็นเลิศ เรื่องไขปริศนากล่องสมบัตินั้นง่ายดายเสียยิ่งกว่าพลิกฝ่ามือ! ไปเพคะท่านพี่ ไปแสดงให้พวกมันเห็นกันว่าเราเหนือกว่าผู้ใด!"
พูดจบเธอก็ทำทีเป็นดึงแขนแม่ทัพหนุ่มให้เดินตามแรงกระ3ก แม้กู้หมิงหยางจะขมวดคิ้วมุ่นกับความละครฉากใหญ่ของหญิงสาว ทว่าเขาก็ยอมก้าวตามไปโดยดี พร้อมกับส่งสายตาคมปลาบเตือนสติว่าอย่าเล่นสนุกจนเกินขอบเขต
ท่ามกลางเสียงดนตรีบรรเลงครึกครื้นและแสงไฟจากโคมระย้า ทั้งสองเดินลึกเข้าไปยังมุมอับของระเบียงตำหนักที่จัดเตรียมไว้สำหรับตั้งกล่องสมบัติปริศนา บรรยากาศรอบตัวเริ่มเงียบสงบลงเมื่อห่างไกลจากผู้คน ทว่าหัวใจของทั้งคู่กลับเต้นระรัวด้วยความตื่นตัวจากภารกิจอันตรายเบื้องหน้า
"เจ้าเกือบจะเล่นใหญ่เกินบทไปแล้วนะ ฉีหยุน" กู้หมิงหยางกระซิบดุ ทันทีที่พวกเขาลับตาจากผู้คน ร่างสูงดันร่างบางชิดติดกับเสาศิลาแกะสลักอย่างรวดเร็ว กักขังเธอไว้ในวงแขนโดยมีระเบียงดอกไม้บังสายตาจากภายนอก
ฉีหยุนเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว แม้แผ่นหลังจะชนเข้ากับความเย็นเยียบของเสา แต่ความร้อนผ่าวจากตัวของแม่ทัพหนุ่มกลับแผ่ซ่านเข้ามาจนเธอแทบหายใจไม่ออก ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนอกเสื้อของเขาเบาๆ เป็นเชิงหยอกเย้า
"ถ้าไม่ทำเช่นนั้น องค์ชายสามจะยอมคายเบาะแสเรื่องเอกสารลับออกมาหรือคะ? ท่านแม่ทัพควรจะขอบคุณข้าเสียด้วยซ้ำ..."
เธอเว้นจังหวะไปนิด เมื่อกู้หมิงหยางโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนหัวใจของฉีหยุนกระตุกวูบ รอยยิ้มเย้าแหย่บนริมฝีปากอิ่มพลันเลือนหายไป ถูกแทนที่ด้วยความประหม่าที่พุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้
"ขอบคุณเจ้าแน่..." เสียงทุ้มต่ำพร่าเลื่อนลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่ม "แต่ก่อนจะไปไขปริศนากล่องสมบัติ... ข้าว่าเราควรสะสาง ‘หนี้’ ที่เจ้าทำไว้เมื่อครู่เสียก่อนดีกว่า"
ฉีหยุนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "หนี้อะไร... อื้อ!"
คำพูดทั้งหมดถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวของแม่ทัพหนุ่มทาบทับลงมาปิดกั้นอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า ความนุ่มนวลที่แฝงไว้ด้วยความดุดันและโหยหาทำให้โลกทั้งใบหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ก่อนที่สติอันน้อยนิดของฉีหยุนจะหลุดลอยไปพร้อมกับสัมผัสวาบหวามที่เขาเป็นผู้มอบให้ เสียงฝีเท้าฝ่าความเงียบพร้อมกับเงาร่างของทหารยามที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก็ดังขึ้นขัดจังหวะ!
"ท่านแม่ทัพ! แย่แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ทางท้องพระโรงเกิดเรื่องใหญ่—!"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและหัวใจเต้นแรงไปกับความซี้ยั๊วะของคู่กัดคู่นี้ พบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง•ตอนที่ 8
ภารกิจแฝงตัวในงานเลี้ยง
ผลงานโดย เสี่ยวเถาฮวา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เสี่ยวเถาฮวา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ท่านแม่ทัพผู้เกลียดการโอ้อวดกับสตรีขี้โอ่แห่งเมืองหลวง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!