สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 30

กระบี่สังหารผู้อาวุโส

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
ความเงียบงันในโถงใหญ่อวี้หลันประดุจผืนน้ำนิ่งสนิทก่อนพายุครามจะโหมกระหน่ำ สายตาหลายร้อยคู่ต่างจดจ้องไปยังร่างของชายหนุ่มผู้ยืนตระหง่านอยู่เบื้องกลาง ผู้อาวุโสไป๋ซานแค่นเสียงหัวเราะเยาะหยันออกมาอย่างไม่ปิดบัง ริมฝีปากแห้งผากของมันบิดเบี้ยวเป็นรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม ขณะที่ไอพลังปราณสีดำทมิฬแผ่ซ่านออกมาจากร่างชราภาพจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นคลื่น "เด็กเหลือขอ... เจ้าคิดว่าการรวบรวมเศษเสี้ยวพลังที่น่าสมเพชนั้น จะต่อกรกับผู้บรรลุขอบเขตวิญญาณแท้จริงเช่นข้าได้งั้นหรือ? ช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริง!" ผู้อาวุโสไป๋ซานคำรามก้อง ฝ่ามือเหี่ยวย่นตบลงบนที่วางแขนจนเก้าอี้ไม้แกะสลักสลายเป็นผุยผง มันสะบัดแขนเสื้อคราหนึ่ง ค่ายกลโลหิตหมื่นศพก็พรั่งพรูออกมาจากพื้นศิลา อักขระสีแดงฉานนับหมื่นตัวลอยเคว้งคว้าง ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนดั่งภูตผีในขุมนรกภูมิ กลิ่นอายคาวเลือดคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ กดทับจนเหล่าศิษย์สายในตระกูลไป๋ถึงกับกระอักเลือด เข่าอ่อนทรุดลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัว ทว่า... ไป๋เฉินกลับมิได้แสดงสีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ดวงตาคู่นคมกริบดั่งดาราในห้วงจักรวาลกว้างใหญ่ทอดมองความวุ่นวายเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า ราวกับสิ่งที่เห็นมิใช่ค่ายกลมรณะ หากแต่เป็นเพียงใบไม้ร่วงหล่นตามฤดูกาลเท่านั้น "ความโง่เขลา... มักมีเสียงดังเสมอ" เสียงทุ้มนุ่มลึกเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ทว่ากลับก้องกังวานเสียดแทงเข้าสู่จิตวิญญาณของทุกคนในที่นั้นอย่างไร้ที่มา มู่หรั่นชิงผู้ยืนสงบนิ่งอยู่มุมเสาหลักของโถงใหญ่ ปรายตามองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาเยือกเย็นดั่งน้ำแข็งพันปี นางมิได้ขยับกายเข้าไปช่วยเหลือ แม้ในใจจะรู้ดีว่าศัตรูเบื้องหน้าแข็งแกร่งเพียงใด แต่นางย่อมรู้ซึ้งยิ่งกว่า... ว่าบุรุษผู้นี้เมื่อชักกระบี่ออกจากฝัก ย่อมไม่มีสิ่งใดบนผืนแผ่นดินนี้ที่จะรอดพ้นจากคมดาบของเขาไปได้ นางเพียงยกมือเรียวขาวดั่งหยกขึ้นลูบด้ามกระบี่วิเศษข้างกายเบาๆ ราวกับกำลังส่งกระแสจิตผ่านความเชื่อมั่นอันไร้ขีดจำกัดไปยังชายหนุ่ม "อวดดีนัก! ตายเสียเถอะ!" ผู้อาวุโสไป๋ซานบันดาลโทสะจนเส้นเลือดปูดโปーン ทะยานร่างพุ่งเข้าใส่ไป๋เฉินด้วยความเร็วเหนือแสง ฝ่ามือเคลือบด้วยปราณโลหิตอสูรหมายปลิดชีพอีกฝ่ายให้สิ้นซากในกระบวนท่าเดียว แรงกดดันจากขอบเขตวิญญาณแท้จริงแผ่ขยายวงกว้างจนหลังคาโถงใหญ่สั่นสะเทือนระรัว ท่ามกลางวิกฤตอันตายนั้นเอง ไป๋เฉินพลันก้าวเท้าซ้ายออกไปครึ่งก้าว ร่างกายของเขายืดตรงสง่างามราวกับต้นสนพันปีที่หยั่งรากลึกบนยอดผาสูงชัน มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามกระบี่โบราณที่เหน็บอยู่ข้างเอว... *แกร๊ก...* เสียงโลหะเสียดสีกับฝักกระบี่ดังขึ้นแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังอำนาจสะกดข่มเสียงกรีดร้องของค่ายกลโลหิตให้มลายหายไปในพริบตา ทันทีที่ปลายนิ้วเรียวยาวสัมผัสโดนตัวกระบี่ มิติรอบกายก็คล้ายจะหยุดนิ่งลงชั่วขณะ อุณหภูมิภายในโถงอวี้หลันลดฮวบลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว นั่นคือ "กระบี่ไร้ลักษณ์" กระบี่ที่ไม่มีรูปร่างตายตัว หากแต่แปรเปลี่ยนไปตามจิตวิญญาณของผู้ถือครอง! ไป๋เฉินหลับตาลงเสี้ยววินาทีหนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ประกายแสงสีฟ้าครามเจิดจ้าพวยพุ่งออกจากนัยน์ตาทั้งสองข้าง ท้องฟ้าเหนือโถงใหญ่ที่เคยปลอดโปร่งพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท สายฟ้าฟาดคำรามกึกก้องผ่าทะลวงหมู่เมฆลงมาผสานกับรัศมีกระบี่ในมือเขา "หนึ่งกระบี่... ตัดสินวิถีสวรรค์" เสียงพึมพำราวกับบทสวดโบราณหลุดออกจากริมฝีปากของไป๋เฉิน ร่างของเขาเคลื่อนไหวราวกับภาพมายา ไม่มีความฟุ่มเฟือย ไม่มีกระบวนท่าซับซ้อน มีเพียงการตวัดข้อมือขึ้นวาดเป็นเส้นโค้งเรียบง่ายกลางอากาศ ทว่าเส้นโค้งนั้นกลับกรีดผ่ามิติออกเป็นรอยแยกสีดำสนิท! *ฉับ!* ประกายแสงกระบี่สีครามสว่างวาบขึ้นเพียงครั้งเดียว ดั่งหิ่งห้อยแข่งกับแสงตะวัน แต่ความรุนแรงของมันกลับแผ่ขยายจนปกคลุมไปทั่วทั้งรัศมีร้อยลี้ ร่างของผู้อาวุโสไป๋ซานที่กำลังพุ่งทะยานเข้ามาแข็งค้างกลางอากาศ ดวงตาเบิกโพ้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ปราณโลหิตอสูรที่ภูมิใจนักหนาสลายกลายเป็นจุลในเสี้ยวพริบตา รอยขีดสีแดงบางเฉียบปรากฏขึ้นบนลำคอเหี่ยวย่นของมัน ก่อนที่ศีรษะขาวโพลนจะค่อยๆ เคลื่อนหลุดออกจากบ่า เลือดสีดำพุ่งทะลักออกมาราวกับน้ำพุร้อน ก่อนที่ร่างไร้หัวจะทรุดฮวบลงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ความตายมาเยือนรวดเร็วจนไม่มีใครทันตั้งตัว แม้แต่เสียงกรีดร้องก็ยังติดอยู่ลำคอของผู้อาวุโสไป๋ซาน ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วโถงใหญ่อีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนแม้แต่เสียงหายใจก็ยังไม่มีใครกล้าส่งออกมา เหล่าผู้อาวุโสตระกูลไป๋ที่เหลือต่างหน้าถอดสี ถอยกรูดจนชิดผนัง ตัวสั่นเทานิดๆ ด้วยความตระหนก พวกเขาย่อมไม่อาจเชื่อสายตาตนเองว่ายอดฝีมือผู้มีตบะสูงส่งจะถูกเด็กหนุ่มรุ่นหลานปลิดชีพด้วยการชักกระบี่เพียงครั้งเดียว! มู่หรั่นชิงมองภาพเบื้องหน้าด้วยแววตาชื่นชมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเยือกเย็น นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้ไป๋เฉินช้าๆ กลิ่นอายหอมละมุนดั่งดอกเหมันต์ลอยล่องมาแตะจมูก ขณะที่ชายหนุ่มกำลังค่อยๆ เก็บกระบี่เข้าฝักอย่างใจเย็น ราวกับเมื่อครู่เขาเพียงแค่ปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้าเท่านั้น ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะคลี่คลายลง เสียงปรบมือช้าๆ และกังวานใสก็ดังขึ้นจากมุมมืดลึกที่สุดของโถงใหญ่... "แปะ... แปะ... แปะ..." รอยยิ้มลึกลับปรากฏขึ้นบนใบหน้าของสقุณาน้อยผู้ก้าวออกมาจากเงานั้น นางคือใครกัน? เหตุใดจึงซ่อนตัวอยู่ ณ ที่แห่งนี้ตั้งแต่ต้นโดยที่แม้แต่สัมผัสปราณของไป๋เฉินและมู่หรั่นชิงก็ยังไม่อาจล่วงรู้ได้... ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%