ความกดดันระดับบรรพกาลกดทับจนอากาศภายในคูหาลับใต้สุสานโบราณแทบจะกลายเป็นของแข็ง ทุกย่างก้าวที่ไป๋เฉินและมู่หรั่นชิงเคลื่อนผ่าน คลื่นปราณสีครามเข้มข้นราวกับน้ำหมึกก็ส่งเสียงคำรามก้องอยู่ในโสตประสาท คล้ายผืนแผ่นดินกำลังคำรามขับไล่ผู้บุกรุก
"ระวังตัวด้วยค่ะ หรั่นชิง... ไอสังหารที่แผ่ออกมาจากเบื้องล่างนี้ ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ในยุคปัจจุบันจะรับมือได้"
เสียงทุ้มต่ำของไป๋เฉินเอ่ยเตือนอย่างราบเรียบ ทว่าแววตาทะนงองอาจกลับทอประกายคมกริบดั่งคมกระบี่ที่เพิ่งออกจากฝัก มือหนากระชับด้ามกระบี่วิญญาณในมือแน่นจนข้อต่อนูนเด่น
มู่หรั่นชิงไม่เอวาจา นางเพียงพยักหน้ารับอย่างเยือกเย็น อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางพลิ้วไหวตามสายลมปราณที่หมุนวนรอบกาย กระบี่คู่ใจ 'เหมันต์วารี' เปล่งแสงเรืองรองสีฟ้าใสขับเน้นใบหน้างามล่มเมืองให้ดูราวกับรูปสลักหยกหิมะที่ไร้ความรู้สึก ทว่าแววตาที่ทอดมองแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความห่วงใยลึกซึ้งที่เก็บซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชา
*โครม—!*
พื้นหินอัคนีเบื้องหน้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวทำให้หินงอกหินย้อยร่วงหล่นลงมาดั่งห่าฝน ท่ามกลางกลุ่มควันและไอหมอกพิษสีนิล ร่างมหึมาของสิ่งมีชีวิตโบราณค่อยๆ โผล่พ้นความมืดออกมา
มันคือราชันย์เต่ามังกรบรรพกาล!
กระดองของมันหนาเตอะราวกับกำแพงเมืองเหล็กไหล สลักลวดลายอักขระโบราณที่เรืองแสงสีทองคำขาว ดวงตากลมโตสีเลือดคู่ใหญ่จ้องมองผู้บุกรุกทั้งสองด้วยความเหี้ยมเกรียมและรังเกียจ อ้าปากพ่นไอหมอกกรดที่สามารถหลอมละลายเหล็กกล้าให้กลายเป็นของเหลวได้ในพริบตา
"บังอาจนัก... มดปลวกกล้าดีอย่างไรถึงมารบกวนการจำศีลของเปิ่นหวัง!"
เสียงคำรามกึกก้องดังสะท้อนกังวานในจิตวิญญาณ แรงกดดันระดับขอบเขตราชันย์แท้จริงแผ่พุ่งออกมาราวกับคลื่นสึนามิถาโถมเข้าใส่ ไป๋เฉินแค่นเสียงหึในลำคอ ร่างสูงสง่าก้าวออกไปยืนบังร่างเพรียวบางของนางเซียนไว้ครึ่งหนึ่ง ปราณกระบี่บรรพกาลระเบิดออกจากร่างจนเกิดเป็นพายุหมุนสีทองขนาดย่อม ต้านทานแรงกดดันนั้นไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่แม้แต่จะก้าวถอยหลัง
"เต่าเฒ่า... เจ้าเพียงแค่สัตว์อสูรเฝ้าสมบัติที่หลงเหลือมาจากยุคบรรพกาล อย่าได้อาจหาญเอ่ยวาจาอวดดีต่อหน้าเรา" ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพอสูรยักษ์ราวกับเห็นเป็นเพียงฝุ่นผง
"รุกล้ำเขตหวงห้าม มีทางตายไม่มีทางรอด!"
ราชันย์เต่ามังกรคำรามลั่น ขาหน้าขนาดมหหมาตบกระแทกพื้นสุสานจนเกิดเป็นรอยแยกอัคคีพุ่งเข้าหาไป๋เฉินอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด เปลวเพลิงสีม่วงเข้มลุกโชนขึ้นรอบทิศทาง อุณหภูมิพุ่งสูงขึ้นจนหินรอบด้านเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน
"วิชากระบี่เมฆา... เหมันต์นิรันดร์!"
มู่หรั่นชิงไม่รอช้า นางสะบัดข้อมือเรียانگงาม กระบี่เหมันต์วารีวาดออกเป็นวงโค้งแสงสีฟ้าคราม ไอความเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปรวดเร็วดั่งใจนึก เปลี่ยนทะเลเพลิงสีม่วงให้กลายเป็นผลึกน้ำแข็งสีขาวโพลนในพริบตา การประสานงานระหว่างทั้งสองคนไร้รอยต่อและทรงพลังอย่างยิ่ง นางเซียนน้ำแข็งควบคุมความเย็นระงับอัคคี ส่วนมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดเตรียมชักกระบี่เด็ดหัวอสูร
ทว่า... ราชันย์เต่ามังกรย่อมไม่ใช่สัตว์อสูรทั่วไป มันหัวเราะเยาะด้วยเสียงอันน่าสะพรึงกลัว กระดองหลังของมันเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า อักขระโบราณนับหมื่นตัวลอยออกมาจากกระดอง หลอมรวมกันเป็นโล่พลังงานปราณบรรพกาลที่แข็งแกร่งจนแม้แต่กระบี่ของมู่หรั่นชิงก็ยังไม่สามารถเจาะทะลวงผ่านไปได้
"ระวัง! มันกำลังจะใช้ 'ผนึกสวรรค์สะท้านโลกันต์'!" ไป๋เฉินอุทานเตือน ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของกระแสลมปราณรอบตัว
แสงสีทองสว่างวาบจนแสบตา ไป๋เฉินคว้าเอวบางของมู่หรั่นชิงเข้าหาตัวอย่างรวดเร็วเพื่อหลบพ้นลำแสงทำลายล้างที่พ่นออกมาจากปากของอสูรยักษ์ พื้นที่ที่พวกเขายืนอยู่เมื่อครู่ถูกหลอมละลายกลายเป็นหลุมลึกไร้ก้นบึ้ง
ร่างทั้งสองลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ ท่ามกลางเศษหินและฝุ่นผงที่กำลังร่วงหล่น มู่หรั่นชิงซบหน้าลงกับอกแกร่งของชายหนุ่ม กลิ่นอายบุรุษอันคุ้นเคยและอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บทำให้จิตใจของนางสงบลงอย่างประหลาด นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาคู่สวยมีความกังวลฉายชัด
"เฉินหลาง... พลังของมันแกร่งเกินไป เกรงว่าอภินิหารระดับปัจจุบันของเรายังยากที่จะสังหารมันได้ในกระบวนท่าเดียว"
ไป๋เฉินก้มลงมองสตรีก과นใจในอ้อมแขน มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเปี่ยมไปด้วยความมั่น องอาจ และท้าทายต่อฟ้าดิน ราวกับโลกหล้าไม่มีสิ่งใดที่เขากลัวเกรง
"ใครบอกว่าเราต้องสู้กับมันด้วยวิธีปกติเล่า... หรั่นชิง เจ้าเชื่อใจข้าหรือไม่?"
มู่หรั่นชิงชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ อย่างหนักแน่น แววตาเต็มไปด้วยความศรัทธาอันไร้เงื่อนไข "ข้าเชื่อท่าน... ต่อให้ท่านบอกให้ข้าดับสูญวิญญาณสลาย ข้าก็ไม่ลังเลแม้แต่น้อย"
"ดี!"
ไป๋เฉินคำรามก้องในลำคอ ปล่อยร่างของนางลงยืนบนพื้นอย่างมั่นคง ก่อนที่เขาจะก้าวเท้าออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ร่างกายของเขาสั่นสะท้อนด้วยพลังปราณสีทองอร่ามที่ระเบิดออกมาราวกับดวงอาทิตย์แผดเผา เคล็ดวิชา 'บรรพกาลพลิกฟ้า' ถูกกระตุ้นถึงขีดสุด ลมปราณในจุดชีพจรทั่วร่างหมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงหวีดหิวราวกับภูตผีร่ำไห้
เขายกกระบี่วิญญาณขึ้นชี้ฟ้า ท้องฟ้าจำลองภายในสุสานพลถูกแหวกออกด้วยพลังปราณอันไร้เทียมทาน เมฆหมอกสีนิลสลายกลายเป็นจุล เผยให้เห็นรอยแยกมิติสีดำสนิทที่แฝงไปด้วยสายฟ้าทัณฑ์สวรรค์คำรามลั่น
ราชันย์เต่ามังกรเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตายที่แท้จริงเป็นครั้งแรกในรอบนับหมื่นปี "นี่มัน... วิชาต้องห้ามอันใดกัน! เจ้าไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา!"
ไป๋เฉินไม่ตอบคำถาม รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนริมฝีปาก เขาเตรียมจะเหวี่ยงกระบี่ตัดสินชะตากรรมของอสูรยักษ์ในดาบเดียว
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่คมกระบี่กำลังจะตวัดลงนั้นเอง...
เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งก็พุ่งทะลวงผ่านรอยแยกมิติออกมาอย่างไร้ซุ่มเสียง ลูกศรโลหิตอาบพิษดอกหนึ่งพุ่งตรงเข้าใส่หัวใจของมู่หรั่นชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังโดยไม่มีใครทันตั้งตัว!
"ระวัง!" ไป๋เฉินตื่นตระหนกถึงขีดสุด พลังปราณที่กำลังรวบรวมเพื่อสังหารเต่ามังกรต้องถูกบังคับให้หันกลับมาปัดป้องอย่างกะทันหัน
*ฉึก—!*
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 21
สัตว์อสูรพิทักษ์สุสาน
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!