สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 15

สร้างตำนานหน้าใหม่

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"เศษสวะตระกูลตกอับเช่นเจ้า กล้าดีอย่างไรจึงเหยียบย่างเข้าสู่ 'ค่ายกลร้อยกระบี่สวรรค์'!" เสียงคำรามด้วยความริษยาของศิษย์สายในผู้หนึ่งดังสะท้อนก้องไปทั่วลานทดสอบ ทว่าไป๋เฉินมิได้ชายตามองแม้แต่น้อย ร่างโปร่งในชุดคลุมสีขาวสะอาดสะอ้านยืนสงบนิ่งราวกับรูปสลักหยกสลักเสลา ดวงตาดำขลับล้ำลึกดั่งห้วงสมุทรโบราณสะท้อนภาพศิลาจารึกอักขระปราณที่กำลังสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอบกายของเขาในเวลานี้... คือความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว ค่ายกลร้อยกระบี่สวรรค์ บททดสอบโบราณที่สืบทอดมานับหมื่นปีของสำนักกระบี่เมฆา ไม่เคยมีผู้ใดสามารถทะลวงผ่านไปได้ภายในก้านธูปเดียวมาเป็นเวลาสามร้อยปีแล้ว สถิติสูงสุดที่ถูกจารึกไว้คือหนึ่งเค่อ (สิบห้านาที) โดยอัจฉริยะอันดับหนึ่งของรุ่นก่อน ทว่า ไป๋เฉินใช้เวลาเพียง... ชั่วลมหายใจเดียว *เปรี้ยง!* ศิลาพิทักษ์ค่ายกลแตกละเอียดเป็นผุยผง แรงปะทะของคลื่นปราณสีครามเข้มแผ่ซ่านออกไปดั่งคลื่นยักษ์ซัดสาด บีบให้เหล่าศิษย์และผู้ฝึกตนที่ยืนดูอยู่โดยรอบต้องถอยร่นกรูดด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับกระอักเลือดออกมาคำโตจากแรงกดดันอันไร้ที่สิ้นตนนี้ บนตำหนักสูงเบื้องบน มู่หรั่นชิง นางเซียนผู้เยือกเย็นและงดงามล่มเมืองแห่งสำนักกระบี่เมฆา มุมปากเรียวบางประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่หาได้ยากยิ่ง ดวงตาคู่คมดั่งหงส์ทอดมองบุรุษเบื้องล่างด้วยความรู้สึกที่หลากล้น นางรู้ดี... นี่ไม่ใช่ขีดจำกัดของเขา ไป๋เฉินเพียงแค่แสดงฝีมือออกมาไม่ถึงหนึ่งส่วนสิบด้วยซ้ำ "เด็กหนุ่มผู้นี้... ช่างน่ากลัวยิ่งนัก" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งหอคัมภีร์สวรรค์อุทานออกมาเสียงสั่น มือชราที่ถือไม้เท้าหัวมังกรสั่นเทาด้วยความตื่นตะลึง "เคล็ดวิชากระบี่ที่เขาใช้เมื่อครู่ มิใช่กระบวนท่าของสำนักเรา! มันคือ... วิชากระบี่บรรพกาลที่สาบสูญไปแล้ว!" สิ้นเสียงนั้น ความโกลาหลก็บังเกิดทั่วทั้งลานพิธี! เหล่าผู้อาวุโสจากเจ็ดขุนเขาแห่งสำนักกระบี่เมฆาต่างพากันพุ่งทะยานลงมาจากท้องนาราวกับฝูงเหยี่ยวร่อนลงล่าเหยื่อ ต่างคนต่างต้องการครอบครองเพชรเม็ดงามนี้ไว้ในสำนักย่อยของตน "ไป๋เฉิน! เจ้ามีความสามารถในการควบคุมปราณกระบี่ถึงขั้นไร้ลักษณ์ มาเป็นศิษย์สายตรงของข้าเถื่อนเถอะ! ข้าจะมอบกระบี่วิญญาณระดับนภาให้เจ้าสามเล่ม และสมุนไพรวิญญาณพันปีอีกหนึ่งโหล!" ผู้อาวุโสเขาบูรพาตะโกนแข่งกับเสียงลมหายใจของผู้อื่น "เหลวไหล! พื้นฐานปราณของเขาแข็งแกร่งปานนี้ เหมาะกับการฝึกวิชาสายหยางบริสุทธิ์ของเขาประจิมต่างหาก! ไป๋เฉิน เจ้ามาอยู่กับข้า ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชา 'ทะลวงสวรรค์' ให้แก่เจ้าทันที!" ผู้อาวุโสเขาประจิมไม่ยอมแพ้ แย่งกันก้าวเข้าไปประชิดตัวชายหนุ่ม บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความชุลมุนวุ่นวาย ผู้อาวุโสระดับสูงนับสิบชีวิตต่างฉุดกระชากลากถูและเสนอเงื่อนไขอันเย้ายวนใจเพื่อแย่งชิงเด็กหนุ่มผู้สร้างปาฏิหาริย์ ภาพลักษณ์อันน่าเกรงขามของยอดฝีมือแห่งยุคบاديมลายหายไปจนสิ้น เหลือเพียงความโลภที่จะได้ครอบครองอัจฉริยะผู้พลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน ทว่า ไป๋เฉินกลับยังคงยืนไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายๆ สายตาคมปลาบกวาดมองเหล่าผู้อำนวยการสำนักที่กำลังแย่งชิงตนราวกับสุนัขแย่งชิ้นเนื้อ มุมปากหยักลึกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันที่แฝงไว้ด้วยความเหยียดหยามอันเปี่ยมล้น "พวกท่านเสียงดังเกินไปแล้ว..." เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยขึ้นแผ่วเบา แต่กลับทรงพลังราวน้ำตกสวรรค์ถล่มทลาย ทำให้ทุกสรรพเสียงรอบด้านเงียบกริบลงทันที ความกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ออกจากร่างของไป๋เฉิน กดทับจนเหล่าผู้อาวุโสหน้าถอดสี "ศิษย์สำนักกระบี่เมฆา... มีกฎเกณฑ์ชัดเจนว่าผู้ที่มีสิทธิ์เลือกย่อมคือนักกระบี่ หาใช่พวกท่านที่วิ่งเข้ามาเห่าหอนราวกับสุนัขแย่งกระดูก" คำพูดนี้รุนแรงและตรงไปตรงมาจนทำให้ผู้อาวุโสหลายคนหน้าเขียวคล้ำด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่ทว่า ไม่มีผู้ใดกล้าลงมือ เนื่องจากพวกเขารับรู้ได้ถึงความน่ากลัวที่ซ่อนอยู่ภายใต้จิตวิญญาณของเด็กหนุ่มผู้นี้ มันไม่ใช่พลังของคนหนุ่มสาวทั่วไป แต่มันคือจิตสังหารของมหาเทพผู้ผ่านการฆ่าฟันมานับล้านปี! มู่หรั่นชิงก้าวเดินลงมาจากตำหนักเมฆา ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ปลิวไสวตามแรงลม นางก้าวเดินอย่างไร้สุ้มเสียง ราวกับเซียนสาวผู้ก้าวลงมาจากแดนสุขาวดี ความเย็นชาที่นางมีต่อโลกหล้าหลอมละลายลงเหลือเพียงสายตาที่อ่อนโยนยามเมื่อทอดมองไปยังชายหนุ่มเบื้องหน้า นางหยุดยืนเคียงข้างไป๋เฉิน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยละล่องแตะนาสิก ท่ามกลางสายตานับพันคู่ที่มองมา นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสราวระฆังแก้ว "เขา... เป็นคนของข้า" ประโยคสั้นๆ เพียงสามคำ แต่กลับทรงพลังราวกับสายฟ้าฟาดกลางฤดูร้อน ทำให้ลานทดสอบตกอยู่ในความเงียบงันอีกครา ผู้อาวุโสทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความตื่นตะลึง มู่หรั่นชิงผู้ไม่เคยชายตามองบุรุษใดในใต้หล้า บัดนี้กลับเอ่ยปากปกป้องศิษย์สวะตระกูลตกอับผู้นี้อย่างออกหน้าออกตา! ไป๋เฉินหันไปสบตากับนาง รอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดตั้งแต่เขากลับชาติมาเกิดปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย มือหนายื่นออกไปกุมมือเรียอบางของนางไว้อย่างแนบแน่น ท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งสำนัก ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังหวานซึ้ง ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยปลอดโปร่งกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทในพริบตา เมฆทมิฬม้วนตัวเข้าหากันอย่างรวดเร็วดั่งคลื่นมหาสมุทร แรงกดดันระดับมหาเทพที่กดทับลงมาจากฟากฟ้าทำให้พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาแตกร้าวเป็นทางยาว อักขระโบราณสีทองอร่ามปรากฏขึ้นบนม่านฟ้า มันไม่ใช่ทัณฑ์สวรรค์ธรรมดา แต่เป็น... 'ค่ายกลผนึกมารเก้าชั้นฟ้า' ที่ถูกกระตุ้นจากบุคคลปริศนาภายนอกสำนัก! เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องมาจากความว่างเปล่า เสียดแทงแก้วหูของทุกคนจนเลือดไหลซึม "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง ไป๋เฉิน... ในที่สุดข้าก็หาตัวเจ้าพบเสียที เจ้าคิดว่าการซ่อนตัวอยู่ในสำนักเล็กๆ เช่นนี้ จะหนีพ้นเงื้อมมือของ 'แดนบรรพกาล' ได้อย่างนั้นหรือ!" ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%