"สวะเช่นเจ้า ยังกล้าเอาหน้ามาเหยียบเรือนรับรองตระกูลไป๋อีกหรือ? ไสหัวออกไปเสีย! อย่าให้แปดเปื้อนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ด้วยกลิ่นอายอันต่ำต้อยของเจ้าเลย!"
เสียงตวาดกร้าวราวกับอสุนีบาตฟาดฟลงกลางฤดูร้อนดังสะท้านไปทั่วโถงรับรอง ผู้อาวุโสไป๋ไห่แห่งตระกูลรองก้าวเท้าออกมาเบื้องหน้า ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาบิดเบี้ยวด้วยความดูแคลน รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นมองสำรวจร่างของไป๋เฉินด้วยความรู้สึกราวกับกำลังมองดูเศษสยะที่ติดอยู่ใต้ฝ่าเท้า
เงาดำลึกลับที่ซุ่มอยู่บนหลังคายังคงจ้องมองเหตุการณ์เบื้องลึกด้วยรอยยิ้มชวนขนหัวลุก ทว่าภายในโถงกว้างเวลานี้ บรรยากาศกลับถูกแช่แข็งจนแทบหยุดหายใจ
ไป๋เฉินมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย เขายังคงก้าวเดินด้วยจังหวะที่มั่นคงและสง่างาม ร่างโปร่งในอาภรณ์สีเทาเก่าคร่ำคร่าทว่ากลับแผ่กลิ่นอายความทะนงตนที่ยากจะหาผู้ใดเทียมทาน ดวงตาคู่นคมกริบราวกับดาราดาราศาสตร์ในห้วงนภาทอดมองผู้อาวุโสผู้โง่เขลาเบื้องหน้า ราวกับกำลังพินิจดูมดปลวกตัวหนึ่งที่กำลังดิ้นรนอยู่บนฝ่ามือของมหาเทพ
"สถานที่ศักดิ์สิทธิ์?" ไป๋เฉินทวนคำ น้ำเสียงราบเรียบทว่าเย็นยะเยือกเสียจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงในพริบตา "สถานที่ที่แม้แต่บรรพบุรุษของพวกเจ้ายังต้องคุกเข่าคำนับเมื่อร้อยปีก่อน กลับถูกปากเน่าๆ ของสุนัขรับใช้เช่นเจ้าเอ่ยอ้างว่าเป็นของสูง รนหาที่ตายเร็วกว่าที่คิดเสียจริงนะ..."
"บังอาจ!" ไป๋ไห่คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว เส้นเลือดที่ขมับปูดโปนขึ้นมาอย่างน่ากลัว ในฐานะผู้อาวุโสแห่งตระกูลรองผู้กุมอำนาจการเงินและการฝึกยุทธ์ในยุคปัจจุบัน ไหนเลยจะยอมให้เด็กหนุ่มผู้ตกอับไร้ค่ามาหยามเกียรติเช่นนี้ "เจ้าคิดว่าตนเองเป็นใครกัน! แค่ศิษย์สวะขั้นรวบรวมลมปราณระดับสาม กล้าดียังไงมาต่อปากต่อคำกับผู้อาวุโส วันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้าสำนึกว่าความตายมันหน้าตาเป็นอย่างไร!"
สิ้นคำพูด เคล็ดวิชา 'ฝ่ามือเพลิงทมิฬ' ก็ถูกระเบิดออกมาทันที พลังปราณสีดำทมิฬพวยพุ่งออกจากฝ่ามือของไป๋ไห่ หลอมรวมเป็นรูปหัวกะโหลกเพลิงพุ่งเข้าใส่หน้าอกของไป๋เฉินหมายปลิดชีพในกระบวนท่าเดียว แรงกดดันระดับขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่เจ็ดแผ่ซ่านกดทับจนพื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าของไป๋เฉินปริร้าวแตกกระจาย
ทว่า... ไป๋เฉินหาได้หลบเลี่ยงไม่
เขาเพียงแค่ปรายตามองการโจมตีที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงนั้น ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อเบาๆ ครั้งหนึ่ง
*ตูมมม!*
คลื่นพลังปราณอันไร้รูปแต่มหาศาลราวกับมหาสมุทรคลั่งถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของไป๋เฉินในชั่วพริบตา ออร่าอันทรงพลังระดับมหาเทพโบราณที่ถูกผนึกไว้ในห้วงวิญญาณระเบิดทะลักออกมาอย่างไร้การยับยั้ง แรงกดดันระดับเซียนกดทับลงจากฟากฟ้า ราวกับมีภูเขาไท่ซานนับพันลูกโถมทับลงบนร่างของไป๋ไห่
รอยยิ้มเย้ยหยันบนใบหน้าของไป๋ไห่แข็งค้างในทันที
ดวงตาที่เคยฝ้าฟางด้วยความหยิ่งผยองเบิกกว้างจนแทบถล่นออกจากเบ้า ลมหายใจของเขาติดขัด ร่างกายสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกในพายุหิมะ พลังฝ่ามือเพลิงทมิฬที่รวบรวมมาสลายกลายเป็นควันสีดำอย่างไร้ร่องรอย แรงกดดันมหาศาลบีบอัดกระดูกทั่วร่างจนส่งเสียงลั่นดังกร๊อบ
*แปะ!*
เข่าทั้งสองข้างของผู้อาวุโสไป๋ไห่ทรุดฮวบลงกระแทกกับพื้นหินอย่างแรง จนพื้นหินแกรนิตแหลกละเอียดเป็นผุยผง เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกมาจากปากของเขาคำใหญ่ ร่างกายทั้งร่างหมอบราบคาบไปกับพื้นราวกับสุนัขจนตรอก โดยไม่สามารถแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาเด็กหนุ่มผู้ยืนตระหง่านเบื้องหน้าได้เลยแม้แต่น้อย
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมทั่วบริเวณ เหล่าศิษย์และบ่าวไพร่ตระกูลไป๋ที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่รอบๆ ต่างพากันอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงจนหัวใจแทบหยุดเต้น ไม่มีใครคาดคิดว่าผู้อาวุโสผู้ทรงอำนาจจะพ่ายแพ้และคุกเข่าลงแทบเท้าของไป๋เฉินด้วยการปล่อยออร่าเพียงคราเดียว!
"นี่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!" บ่าวรับใช้คนหนึ่งพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ขาสั่นพับจนแทบยืนไม่อยู่
ไป๋เฉินก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างที่กำลังสั่นเทาของไป๋ไห่ทีละก้าว เสียงรองเท้ากระทบพื้นดังก้องกังวานรา과เสียงเคาะระฆังแห่งความตาย ทุกย่างก้าวของเขาสะท้อนถึงความเด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งความปรานี
"จำไว้ให้ดี..." ไป๋เฉินก้มตัวลงกระซิบข้างหูของผู้อาวุโสผู้ตระหนตกาล น้ำเสียงทุ้มนุ่มทว่าเต็มไปด้วยจิตสังหารที่เย็นยะเยือกถึงกระดูกดำ "ในสายตาของข้า เจ้าก็เป็นเพียงแค่มดปลวกตัวหนึ่ง หากข้าต้องการ เจ้าสามารถตายได้โดยไม่ต้องแม้แต่จะรู้ว่าดาบเล่มไหนปลิดชีพเจ้า... ไสหัวไปเสีย ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจส่งพวกเจ้าทุกคนลงนรกไปพร้อมกัน"
ไป๋ไห่ที่หวาดกลัวจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง รีบตะเกียกตะกายคลานหนีออกไปด้วยความอัปยศอดสู ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ที่มองมาด้วยความหวาดผวา
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดถึงขีดสุดนั้นเอง ท้องนภายามค่ำคืนที่เคยปลอดโปร่งกลับปรากฏกลุ่มเมฆสีเลือดลอยมาปกคลุมอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงหัวเราะอันแหลมคมและเย็นเยียบที่ดังสะท้อนก้องมาจากความว่างเปล่า
"ฮี่ๆๆ... ช่างเป็นฉากการสั่งสอนที่สนุกเสียจริง ไป๋เฉิน... เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าการกวาดล้างตระกูลรองจะทำให้เจ้าปลอดภัยจากเงามืดที่แท้จริง?"
สิ้นเสียงหัวเราะ เงาดำลึกลับที่เคยซุ่มอยู่บนหลังคาก็กระโดดลงมาขวางทางออก พร้อมกับชักกริชอาบยาพิษสีม่วงเข้มขึ้นมาสะท้อนแสงจันทร์ เผยให้เห็นใบหน้าที่สวมหน้ากากครึ่งซีกและกลิ่นอายพลังปราณที่แท้จริง... ซึ่งอยู่ในขอบเขตเบิกนภาขั้นที่เก้า!
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 3
ตบหน้าผู้อาวุโสตาบอด
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!