สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 2

เคล็ดวิชาลับบรรพกาล

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
ความเจ็บปวดราovถูกพันด้วยเข็มนับหมื่นเล่มแผดเผาไปทั่วทุกอณูขุมขน จนหยาดเหงื่อกาฬไหลโทรมกายาของไป๋เฉินจนชุ่มโชก เส้นชีพจรทั่วร่างของเขาในยามนี้มิได้ต่างอันใดกับเศษแก้วที่แตกละเอียด ภายในห้องหับอันมืดสลัว กลิ่นอายโลหิตคาวคละคลุ้งผสมผสานกับกลิ่นอายจางๆ ของสมุนไพรทิพย์ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนผิวเนื้อ ไป๋เฉินนั่งขัดสมาธิบนเตียงไม้เก่าคร่ำคร่า แผ่นหลังเหยียดตรงดั่งกระบี่เหล็กกล้าที่แม้จะหักสะบั้นแต่ก็ยังไม่ยอมก้มหัวให้ฟ้าดิน ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวพญาหงส์ปิดสนิท เม็ดเหงื่อเม็ดโตเกาะพราวบนหน้าผากมน "หากข้ารอให้ห้วงเวลาแห่งฟ้าดินเยียวยาด้วยตนเอง เกรงว่าอายุขัยของร่างสวะนี้คงหมดลงก่อนจะได้เหยียบย่างขึ้นสู่ยอดเขาเซียน..." เสียงพึมพำอันแผ่วเบาหลุดรอดจากริมฝีปากที่ซีดเซียวของไป๋เฉิน นัยน์ตาที่ปิดสนิทฉายแววดุดันและเย่อหยิ่งทระนง ในห้วงสมองของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิด คัมภีร์บรรพกาลนับหมื่นเล่มกำลังหมุนวนพลิกเปิดออกด้วยความเร็วสูง ท่ามกลางอักขระสีทองโบราณที่ส่องแสงเจิดจ้ากลบ1ความมืดมิดในยามราตรี วิถีแห่งการซ่อมแซมเส้นชีพจรที่ถูกทำลายจนย่อยยับ มิใช่เรื่องที่ปุถุชนคนธรรมดาจะกล้าแม้แต่จะจินตนาการ แต่สำหรับเขา... มันคือเส้นทางเดียวที่จะเปลี่ยนวิถีชะตากรรมอันต่ำต้อยนี้ได้ ไป๋เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกยามที่ความเจ็บปวดระลอกใหม่แล่นริ้วเข้าสู่หัวใจ ปราณฟ้าดินรอบกายเริ่มเคลื่อนไหวผิดปกติ ลมหายใจของเขายาวนานและลึกซึ้งดั่งเต่าร้อยปี ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นสั้นกระชั้นดั่งพยัคฆ์คำราม นี่คือกระบวนท่าแรกแห่ง "เคล็ดวิชาบรรพกาลหวนคืน" วิชาต้องห้ามที่แม้แต่เหล่าเซียนบนเก้าอี้สวรรค์ยังต้องสั่นสะท้านยามได้ยินนาม ทันใดนั้น แผ่นหลังของไป๋เฉินก็ปรากฏไอหมอกสีครามจางๆ พวยพุ่งออกมา อุณหภูมิภายในห้องลดฮวบลงจนหยาดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามกรอบหน้าต่าง เส้นชีพจรที่ขาดวิ่นในร่างเริ่มถูกร้อยเรียงใหม่ทีละน้อยด้วยเส้นใยแห่งพลังปราณบริสุทธิ์ เสียงดังกรอบแกลบราวกับกระดูกกำลังประสานกันดังเล็ดลอดออกมาจากภายในร่าง ทำให้ผู้ฟังต้องขนลุกชันด้วยความหวาดกลัว ที่ด้านนอกหน้าต่างกระดาษสาอันเก่าแก่ มู่หรั่นชิงยืนสง่านิ่งดั่งนางพญาหงส์ผู้เยือกเย็น ทรวดทรงอรชรภายใต้ชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์พลิ้วไหวตามสายลมยามดึก เส้นผมยาวสลวยดั่งรัตติกาลเคลียคลออยู่กับลาดไหล่บอบบาง ดวงเนตรคู่สวยดั่งหงส์เหมันต์ทอดมองผ่านช่องหน้าต่างด้วยความกังวลที่ถูกเก็บซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้ใบหน้าอันไร้ซึ่งความรู้สึก นางสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันปั่นป่วนและน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่ม... *ความเจ็บปวดระดับนั้น... แม้แต่ยอดฝีมือขอบเขตหลอมรวมลมปราณยังอาจสิ้นสติไปแล้ว เหตุใดเขากลับยังคงส่งเสียงลมหายใจที่หนักแน่นและมั่นคงเช่นนั้นได้?* มู่หรั่นชิงขบเม้มริมฝีปากบางเฉียบของตนเองโดยไม่รู้ตัว นางเข้าใจดีว่าสิ่งที่ไป๋เฉินกำลังกระทำอยู่หาใช่การรักษาอาการบาดเจ็บธรรมดา แต่เป็นการ "ฝืนเปลี่ยนชะตาฟ้า" ชิงความเป็นความตายมาจากเงื้อมมือของสวรรค์โดยตรง ความรู้สึกที่นางมีต่อบุรุษผู้นี้ซับซ้อนเกินกว่าจะเอ่ยคำใดออกมาได้ จากความฉงนสนเท่ห์ในคราแรก สู่ความยำเกรงในวิสัยทัศน์อันล้ำลึก และบัดนี้... มันได้แปรเปลี่ยนเป็นความห่วงหาอาทรที่แม้แต่ตัวนางเองก็ไม่อาจปฏิเสธได้ ภายในห้อง... เม็ดเหงื่อของไป๋เฉินบัดนี้ได้เปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ขับไล่พิษร้ายและสิ่งสกปรกที่สะสมอยู่ในร่างของเจ้าของร่างเดิมออกมาจนหมดสิ้น กลิ่นอายเหม็นหืนคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่ภายในร่างของเขากลับเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่หลวง เส้นชีพจรที่เคยตีบตันและถูกทำลาย บัดนี้กลับขยายกว้างขึ้นราวกับแม่น้ำสายใหญ่ที่เพิ่งได้รับการขุดลอก กระแสธารแห่งพลังปราณสีทองอร่ามไหลเวียนไปตามจุดชีพจรหลักทั้งเก้าสิบเก้าจุดอย่างราบรื่นและทรงพลัง ไป๋เฉินลืมตาขึ้นในความมืด Nัยน์ตาคู่นั้นมิได้ดำสนิทดังเช่นคนทั่วไป หากแต่ทอประกายแสงสีทองเรืองรองดั่งดวงอาทิตย์แรกอรุณที่ทะลวงผ่านเมฆหมอกทมิฬ บรรยากาศรอบกายพลันเงียบสงบลงในพริบตา ราวกับฟ้าดินกำลังก้มศีรษะคารวะให้กับกำเนิดใหม่ของมหาเทพ "สำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง..." เขาพึมพำเสียงต่ำ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "ต่อให้พวกเจ้าส่งสุนัขรับใช้มาอีกกี่ร้อยตัว ข้าในยามนี้ก็หาใช่เป้าหมายที่พวกมันจะรังแกได้ตามอำเภอใจอีกต่อไป" ทว่า... ในวินาทีที่ไป๋เฉินกำลังจะโคจรพลังรอบสุดท้ายเพื่อผนึกเส้นชีพจรให้สมบูรณ์ แผ่นดินใต้ฝ่าเท้ากลับสั่นสะเทือนขึ้นอย่างกะทันหัน! *โครม!* เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางประตูหน้าบ้านพักตระกูลไป๋ แรงระเบิดมหาศาลซัดเอาประตูกลอนไม้พังทลายเป็นจุล ฝุ่นตลบอบอวลคละคลุ้งไปทั่ว พร้อมกันนั้น เสียงหัวเราะเยาะหยันอันน่ารังเกียจก็ดังแทรกสายลมยามค่ำคืนเข้ามา "ฮ่าๆๆๆ! เจ้าสวะไป๋เฉิน! ดึกดื่นป่านนี้แล้ว เหตุใดยังไม่รีบออกมาคุกเข่ารับความตายจากคุณชายรองผู้นี้อีก!" ร่างของบุรุษในชุดคลุมผ้าแพรปักลายหรูหราก้าวเข้ามาท่ามกลางกลุ่มควัน ด้านหลังของมันคือเหล่าองครักษ์ชุดดำนับสิบชีวิตที่ถือดาบเล่มโตเปล่งประกายแสงสีเขียวมรกตอันอาบด้วยพิษร้าย และที่น่าตกใจที่สุดคือ... กลิ่นอายพลังปราณที่แผ่ออกมาจากผู้นำกลุ่มนั้น อยู่ในขอบเขตหลอมรวมลมปราณขั้นที่ห้าอย่างแท้จริง! มู่หรั่นชิงที่ยืนอยู่ด้านนอกหน้าต่างหรี่ตาลงวูบหนึ่ง มือเรียวบางเอื้อมไปแตะที่ด้ามกระบี่เมฆาข้างกายโดยสัญชาตญาณ ไป๋เฉินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ร่างกายที่เพิ่งซ่อมแซมเสร็จสิ้นส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะราวกับเสียงคำรามของมังกรหลับใหล เขาปัดฝุ่นบนอาภรณ์อย่างไม่สะทกสะท้าน นัยน์ตาสีทองกวาดมองผู้มาเยือนด้วยความเยียบเย็นราดรดน้ำแข็งพันปี "รนหาที่ตายเร็วกว่าที่คิด..." ไป๋เฉินพึมพำพร้อมกับก้าวเท้าเดินออกจากห้องไปเผชิญหน้ากับความวุ่นวายเบื้องหน้า โดยไม่รู้เลยว่าเงาดำลึกลับอีกสายหนึ่งกำลังแอบซุ่มอยู่บนหลังคาจ้องมองความเคลื่อนไหวทั้งหมดด้วยรอยยิ้มอันชวนขนหัวลุก... --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนไปพร้อมกันนะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%