สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 37

ทะลวงผ่านห้วงมิติ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
"น่าขัน... เจ้าคิดว่าการรื้อฟื้นเศษเสี้ยวความทรงจำอันสกปรกโสมม จะสั่นคลอนจิตวิญญาณแห่งมหาเทพผู้ฝืนลิขิตสวรรค์ได้กระนั้นหรือ?" สุ้มเสียงของไป๋เฉินมิได้มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ทว่ากลับเยียบเย็นเสียยิ่งกว่าน้ำค้างแข็งในหุบเขาหมื่นปี นัยน์ตาคู่คมปลาบดุจดั่งกระบี่โบราณที่ถูกลับจนคมกริบ จ้องมองร่างมหึมาของแม่ทัพปีศาจขั้นบรรพกาลที่ปกคลุมด้วยกลิ่นอายโลหิตและไอทมิฬ พลังกดดันระดับทำลายล้างแผ่ซ่านออกไปรอบบริเวณ จนมิติอากาศรอบกายบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่นราวกับกระจกที่กำลังจะแตกสลาย มู่หรั่นชิงยืนหยัดอยู่เคียงข้าง อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ของนางโบกสะบัดตามแรงลมปราณอันเชี่ยวกราก กระบี่เซียนเหม่ยฮวาในมือสั่นระริกเบาๆ คล้ายส่งเสียงร้องรับจิตสังหารที่พวยพุ่ง นางไม่เอวาจาสักคำ ทว่าปลายนิ้วเรียวงามที่ประสานเข้ากับด้ามกระบี่กลับขาวซีดด้วยแรงอารมณ์ ปราณกระบี่เหมันต์บริสุทธิ์ถูกหลอมรวมเข้ากับกลิ่นอายของไป๋เฉินอย่างไร้รอยต่อ ราวกับดวงจิตสองดวงที่หลอมเป็นหนึ่งเดียว ท่ามกลางมหันตภัยที่พร้อมจะผลาญทุกสิ่งให้กลายเป็นจุล "ไป๋เฉิน... เจ้ายังคงอวดดีไม่เปลี่ยนภพเปลี่ยนชาติ!" แม่ทัพปีศาจคำรามลั่น กรงเล็บมหึมาสีนิลกาฬตบลงมากลางอากาศ สร้างรอยแยกสีดำสนิทของห้วงมิติที่ฉีกกระชากออกราวกับปากอสูร รัศมีพลังระดับขั้นบรรพกาลกดทับจนแผ่นดินเบื้องล่างยุบตัวลงเป็นหลุมลึกหลายร้อยจั้ง *เปรี้ยง! โครม!* แรงปะทะเพียงระลอกแรกทำให้ยอดเขาโดยรอบพังทลายลงมาในพริบตา เศษหินและฝุ่นผงถูกบดขยี้จนละเอียดเป็นผุยผงด้วยแรงกดดันมหาศาล ทว่าร่างของไป๋เฉินและมู่หรั่นชิงกลับมิได้ขยับเขยื้อนถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว อาณาเขตปราณกระบี่คุ้มกายเปล่งประกายเจิดจ้าดุจดวงอาทิตย์สีคราม ตัดขาดแรงกดดันจากโลกปีศาจได้อย่างสมบูรณ์ "รอนานนักหรือ..." ไป๋เฉินพึมพำแผ่วเบา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างเย้ยหยัน มือขวาค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสAuthor'sด้ามกระบี่แห่งวิถีเซียนที่สะพายอยู่ด้านหลัง ในเสี้ยววินาทีนั้น เวลาทั่วทั้งผืนฟ้าและผืนดินราวกับหยุดนิ่ง กลิ่นอายปราณบรรพกาลที่หลับใหลอยู่ภายในร่างของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดพลุ่งพล่านขึ้นราวกับคลื่นยักษ์สึนามิ อักขระโบราณนับหมื่นตัวเปล่งแสงสีทองเจิดจ้าสลักลอยเด่นอยู่รอบกายเขา ท้องนภากลายเป็นสีเลือดในพริบตา เมฆทมิฬม้วนตัวเป็นเกลียวพายุหมุนวนขนาดมหึมา สายฟ้าสีม่วงเข้มผ่าฟาดลงมาจากสรวงสวรรค์ราวกับกงจักรพิพากษา "หากเจ้าอยากเห็นข้าในยามที่ไร้ความปรานีนัก..." ไป๋เฉินเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสEเกดประกายแสงสีทองอร่าม ทั่วร่างอาบไล้ด้วยเปลวเพลิงปราณอันศักดิ์สิทธิ์และน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน "ข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าได้ประจักษ์... ว่าห้วงมิติที่พวกเจ้ากราบไหว้บูชา แท้จริงแล้วมันก็เป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่งเท่านั้น!" *ฉึบ!* เสียงชักกระบี่ออกจากฝักดังสะท้อนก้องกังวานไปถึงก้นบึ้งแห่งจิตวิญญาณ รัศมีกระบี่สายหนึ่งพวยพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าผ่าทะลวงหมู่เมฆจนแตกกระเจิง เป็นลำแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่เจิดจ้ายิ่งกว่าดวงอาทิตย์นับร้อยดวงรวมกัน มันคือ "วิถีกระบี่สะท้านภพ" เคล็ดวิชาสูงสุดที่แม้แต่เหล่าทวยเทพในอดีตยังต้องก้มหัวให้ แม่ทัพปีศาจขั้นบรรพกาลเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สัญชาตญาณดิบแห่งความตายกรีดร้องลั่นสำนึก "ไม่... เป็นไปไม่ได้! เจ้าฟื้นคืนพลังเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร—" คำพูดนั้นขาดห้วงไปตลอดกาล เมื่อลำแสงกระบี่สีขาวบริสุทธิ์พาดผ่านอากาศอย่างไร้ร่องรอย มันมิได้เพียงแค่ฟันผ่านร่างของแม่ทัพปีศาจเท่านั้น ทว่ามันได้ "ผ่า" เอาผืนฟ้าและห้วงมิติเบื้องหน้าให้ขาดออกจากกันเป็นสองท่อนอย่างสมบูรณ์! รอยแยกสีดำสนิทขนาดยักษ์ทอดยาวเป็นทางนับหมื่นลี้ ดูดกลืนทุกสรรพสิ่งเข้าไปในความว่างเปล่าอันเป็นนิรันดร์ เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าปีศาจดังระเบิดขึ้นก่อนจะถูกกลืนหายไปในความมืดมิดอย่างไร้ร่องรอย ร่างของแม่ทัพปีศาจถูกตัดขาดเป็นสองส่วนอย่างเฉียบคม เลือดสีดำทะลฬทะลักทลายราวกับเขื่อนแตก ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นเถ้าธุลีไปในพริบตา ความเงียบสงัดปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ มีเพียงเศษเสี้ยวห้วงมิติที่กำลังปิดตัวลงอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงลมหายใจอันแผ่วเบาของมู่หรั่นชิงที่ก้าวเข้ามาประคองร่างของไป๋เฉินผู้ซึ่งใบหน้าซีดเผือดลงเล็กน้อยจากการใช้พลังเกินขอบเขต นางส่งกระแสจิตอ่อนโยนผ่านฝ่ามือที่แนบชิด "ท่านพี่... ฝืนเกินไปแล้ว" ไป๋เฉินแย้มยิ้มบางเบา มือใหญ่ยกขึ้นกุมมือเรียวงามของนางไว้แน่นเพื่อถ่ายทอดพลังปราณกลับคืนให้ ทว่าในขณะที่ทั้งสองกำลังจะผ่อนคลายจากศึกหนักนั้นเอง... รอยแยกมิติที่ควรจะปิดสนิทลงไปแล้ว กลับถูกมือคู่หนึ่งแหวกออกอีกครั้งจากเบื้องล่างความว่างเปล่า! พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งราวกระดูกกระทบกันดังขึ้นอย่างน่าขนลุก "ฮ่าๆๆๆ... ช่างงดงาม ช่างยอดเยี่ยมสมกับที่เป็นมหาเทพ... แต่น่าเสียดายนัก ที่เหยื่ออันโอชารส... หาได้มีเพียงแค่พวกมันไม่" ร่างในชุดคลุมสีเทาเก่าคร่ำคร่าก้าวออกมาจากรอยแยกมิติที่สาม ใบหน้าภายใต้ฮู้ดปรากฏรอยยิ้มบิดเบี้ยว น่าสยดสยอง และที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้น... กลิ่นอายพลังที่แผ่ออกมาจากร่างปริศนานี้ กลับเหนือล้ำยิ่งกว่าแม่ทัพปีศาจขั้นบรรพกาลที่เพิ่งถูกสังหารไปเมื่อครู่เสียอีกหลายเท่าตัว! มู่หรั่นชิงและไป๋เฉินพลันชะงักค้าง นัยน์ตาทั้งคู่หรี่แคบลงอย่างตื่นตะลึงเมื่อตระหนักได้ว่า... พวกเขาตกหลุมพรางซ้อนหลุมพรางที่ลึกล้ำยิ่งกว่าห้วงเหวลึกเข้าเสียแล้ว ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ในตอนที่ 38 นะคะ ขอขอบพระคุณท่านรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางทะยานสู่เส้นทางเซียนเคียงข้างกันมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%