ไอทมิฬแปดทิศพ่นพิษร้ายราวกับอสรพิษนับหมื่นตัวที่กำลังแผดเสียงขู่คำราม อักขระโบราณสีเลือดนับพันสายแผ่ซ่านอาอาคมกดทับลงบนแผ่นหลังของมู่หรั่นชิงจนกระบี่วิเศษในมือสั่นสะท้าน นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งสำนักกระบี่เมฆายามนี้ริมฝีปากบางเฉียบปรากฏรอยโลหิตสีชาดไหลริน ทว่านัยน์ตาคู่หงส์กลับมิได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความดื้อรั้นและเย่อหยิ่งทระนงที่แม้แต่สวรรค์ก็ยังต้องก้มหัวให้
เบื้องหน้าของนางคือห้วงมิติที่บิดเบี้ยว หลุมพรางซ้อนหลุมพรางที่ผู้อาวุโสพรรณมารรังสรรค์ขึ้นเพื่อกลืนกินวิญญาณเซียนของนางโดยเฉพาะ
“หรั่นชิง!”
สุ้มเสียงทุ้มต่ำราวกับเสียงคำรามของพญามังกรบรรพกาลดังแหวกม่านอากาศเข้ามา ไป๋เฉินพุ่งทะยานฝ่าค่ายกลมืดเข้ามาด้วยความเร็วเหนือแสง กระบี่ในมือของเด็กหนุ่มแผ่ไอสีครามเจิดจ้าตัดผ่านความมืดมิดดั่งจันทราพิฆาตมาร
*เปรี้ยง! ตูม!*
อาคมโลหิตที่กดทับร่างบางระเบิดออกเป็นเสี่ยงๆ แรงสะท้อนจากค่ายกลย้อนกลับเข้าโจมตีไป๋เฉินจนเลือดสดๆ กระเซ็นออกจากมุมปากของเขา ทว่าเขากลับไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว ร่างสูงโปร่งพุ่งเข้าประชิดตัวนางในดวงใจ ใช้สองแขนแข็งแกร่งโอบประคองร่างบอบบางที่กำลังจะทรุดลงสู่พื้นห้วงเหวมรณะเอาไว้ทันท่วงที
กลิ่นหอมเย็นจางๆ ประจำกายของมู่หรั่นชิงผสมผสานกับกลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยกรุ่นอยู่ปลายจมูก ไป๋เฉินก้มลงมองสตรีในอ้อมกอด หัวใจที่เคยนิ่งสงบดั่งน้ำในบึงลึกกลับไหววูบอย่างรุนแรง นัยน์ตาคมกริบฉายแววปวดร้าวและห่วงหาอาทรอย่างสุดซึ้งที่หาได้ยากยิ่งจากมหาเทพผู้เกรียงไกร
“เจ้า... โง่เง่าเหลือเกินไป๋เฉิน เหตุใดจึงรั้นพุ่งเข้ามาในค่ายกลมืดสุริยันนี้ด้วยเล่า?”
มู่หรั่นชิงเอ่ยเสียงแผ่วเบา ริมฝีปากที่เปื้อนคราบเลือดแย้มยิ้มทั้งน้ำตา
ความเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปีที่นางใช้ปกป้องตนเองจากโลกหล้า บัดนี้ได้ละลายหายสิ้นในอ้อมกอดที่อบอุ่นและมั่นคงที่สุดในชีวิตของนาง มือเรียวบางยกขึ้นสัมผัสแก้มสากที่มีรอยแผลจากการต่อสู้ของชายหนุ่มอย่างทะนุถนอม
“ต่อให้เบื้องหน้าคือขุมนรกโลกันตร์ หรือทัณฑ์อัสนีสวรรค์เก้าชั้นฟ้า... หากที่นั่นมีเจ้าอยู่ ข้า ไป๋เฉิน ก็จะแผ้วถางมันให้ราบเป็นหน้ากลองด้วยกระบี่ในมือนี้เอง”
ไป๋เฉินเอ่ยกระซิบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจัง ดวงตาคู่นั้นสะท้อนภาพใบหน้าอันงดงามของนางเพียงผู้เดียว วงแขนที่โอบกอดกระชับแน่นยิ่งขึ้นราวกับต้องการหลอมรวมร่างของนางเข้าไปในจิตวิญญาณ เพื่อปกป้องมิให้ภัยพาลใดๆ ย่างกรายมาแผ้วพานนางได้อีก
ท่าmมกลางความมืดมิดของค่ายกลที่พยายามแผ่ไอสังหารเข้ามารyรายล้อม อ้อมกอดของทั้งสองกลับกลายเป็นมิติอันอบอุ่นที่แยกขาดจากโลกภายนอก พลังปราณหยินและหยางหลอมรวมกันเป็นวงโคจรอันสมบูรณ์แบบ ขับไล่ไอทมิฬรอบกายให้ถอยร่นออกไปทีละน้อย บาดแผลของมู่หรั่นชิงได้รับการเยียวยาด้วยลมปราณบริสุทธิ์ที่ชายหนุ่มถ่ายทอดให้อย่างไม่คิดชีวิต
ทว่า... ความเงียบสงบหาได้ดำรงอยู่ยาวนานไม่
*ครืนนน—!*
พื้นดินเบื้องล่างสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นอย่างรุนแรง เสียงหัวเราะเยือกเย็นดั่งมาจากขุมนรกโลกันตร์ดังสะท้อนก้องกังวานไปทั่วหุบเขา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความริษยาและจิตสังหารอันเปี่ยมล้น
“ฮ่าๆๆ ช่างเป็นภาพคู่รักที่น่าเวทนายิ่งนัก... คิดหรือว่าการกอดกันจะช่วยให้พวกเจ้าพ้นออกไปจากค่ายกลมืดแปดทิศนี้ได้?”
เงาร่างสีดำทมิฬนับร้อยสายปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่ารอบทิศทาง ผู้อาวุโสพรรณมารก้าวออกมาจากม่านหมอกโลหิต นัยน์ตาคู่นั้นจ้องมองไป๋เฉินและมู่หรั่นชิงด้วยแววตาดุจดั่งสัตว์ร้ายที่พบเหยื่ออันโอชะ
มู่หรั่นชิงสะท้านเฮือก นางพยายามจะขยับตัวลุกขึ้นยืนเพื่อชักกระบี่ ทว่าไป๋เฉินกลับกุมมือของนางไว้แน่น เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูของนางด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็นไม่แพ้กัน
“อยู่เฉยๆ ในอ้อมกอดของข้า... แล้วดูให้ดี ว่าข้าจะสับร่างพวกมันเป็นหมื่นชิ้นอย่างไร”
สิ้นคำพูดนั้น ไป๋เฉินก็สะบัดมือขวา คมกระบี่บรรพกาลส่งเสียงกรีดร้องเสียดฟ้า พลังปราณระดับหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์พรั่งพรูระเบิดออกมาจากร่างของเด็กหนุ่มจนมิติรอบด้านปริร้าวเป็นทางยาว
ท่ามกลางวิกฤตอันตายตัวที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย สตรีในอ้อมกอดกลับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับสายหนึ่งที่กำลังตื่นขึ้นจากจุดตันtຽênของไป๋เฉิน—พลังที่ทรงอำนาจจนแม้แต่กฎเกณฑ์ของสวรรค์ก็ยังต้องสั่นสะท้าน!
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ชิงเสวี่ยเหมันต์" มาโดยตลอดนะคะ
สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 38
ช่วยเหลือนางในดวงใจ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!