"เปรี้ยง—!"
อสนีบาตสายสีครามฟาดผ่าลงกลางเรือนรับรองตระกูลไป๋อย่างไร้สัญญาณเตือน แรงกดดันจากลมปราณระดับหลอมรวมวิญญาณแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วทุกตารางนิ้ว จนเหล่าบ่าวไพร่และผู้อาวุโสสายรองต่างต้องทรุดกายลงคุกเข่าด้วยความหวาดกลัว ทว่าท่ามกลางพายุฝนฟ้าคะนองที่โหมกระหน่ำ กลับมีเงาร่างหนึ่งยืนหยัดตระหง่านราวกับขุนเขาค้ำฟ้า
ไป๋เฉินสะบัดชายเสื้อคลุมสีหมึก ปลายกระบี่โบราณในมือสั่นระริกส่งเสียง "ฮัม" คล้ายยินดีที่ได้อาบโลหิตคู่อริ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองไปยังเบื้องหน้า—ห้องโถงใหญ่ที่ประดับด้วยป้ายตระกูลไป๋ ซึ่งบัดนี้ถูกย้อมด้วยกลิ่นอายความเน่าเฟะและความโลภของพวกสุนัขรับใช้
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างกล้าหาญยิ่งนัก ไป๋เฉิน! แต่เจ้าคิดหรือว่า เจ้าจะรอดเงื้อมมือของ *'ผู้ทวงวิญญาณแห่งแดนบูรพา'* ไปได้ในวันนี้!"
เสียงหัวroอุตลุดดังขึ้นจากปากของ ไป๋ฮào ผู้อาวุโสใหญ่ผู้ทรยศ ใบหน้าของมันบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นและริษยา ด้านข้างของมันคือเงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีเลือด แผ่ไอสังหารเข้มข้นจนบรรยากาศรอบกายบิดเบี้ยว นั่นคือยอดฝีมือที่ตระกูลสายรองจ้างมาเพื่อปลิดชีพเขาโดยเฉพาะ
ดิฉันขอบอกเลยนะคะว่า ในสายตาของมหาเทพผู้กลับชาติมาเกิดเช่นไป๋เฉิน มดปลวกเหล่านี้ช่างน่าสมเพชเวทนายิ่งนัก
"ผู้ทวงวิญญาณแห่งแดนบูรพาอย่างนั้นหรือ?" ไป๋เฉินแค่นยิ้มเย็นชา น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องกังวานเสียจนแก้วหูของทุกคนต้องสั่นสะเทือน "สำหรับข้า มันก็เป็นเพียงแค่วิญญาณเร่ร่อนที่รอวันถูกสลายกระดูกกลายเป็นผุยผงเท่านั้น!"
สิ้นคำพูด ร่างของไป๋เฉินก็เลือนหายไปจากจุดเดิมราวกับภาพมายา!
*เร็วเกินไป!*
ยอดฝีมือชุดแดงผู้เป็นผู้ทวงวิญญาณเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก มันไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มที่ถูกตราหน้าว่าเป็นศิษย์สวะผู้นี้ จะมีความเร็วเหนือล้ำเกินขอบเขตมนุษย์ไปไกลโข ปราณกระบี่สายหนึ่งกรีดผ่านความมืดมิดราวกับดาราตก ดิ่งตรงเข้าสู่หว่างคิ้วของมันในพริบตา!
*ฉับ—!*
โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นย้อมผืนแผ่นดินตระกูลไป๋ เสียงกรีดร้องโหยหวนยังไม่ทันหลุดจากลำคอ ศีรษะของผู้ทวงวิญญาณแห่งแดนบูรพาผู้ยิ่งใหญ่ก็หลุดลอยกระเด็น กลิ้งไปหยุดอยู่แทบเท้าของไป๋ฮào ผู้อาวุโสใหญ่ผู้หน้าถอดสีจนซีดเผือดราวกับกระดาษ
ความเงียบงันเข้าปกคลุมเรือนหลักในทันที บ่าวไพร่ต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความหวาดผวา ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง ขณะที่สายตาของไป๋เฉินค่อยๆ เคลื่อนกลับมาจับจ้องที่ไป๋ฮào ช้าๆ
"เจ้า... เจ้าปีศาจ! นี่เจ้าฝึกวิชามารอันใดกัน!" ไป๋ฮàoถอยร่นกรูดจนหลังชนเสาไม้แกะสลัก มือที่ถือไม้เท้าสั่นเทาจนแทบประคองไม่อยู่
"วิชามารหรือ?" ไป๋เฉินก้าวเท้าเดินเข้าไปหาทีละก้าว ทุกย่างก้าวที่ประทับลงบนพื้นศิลา เกิดเป็นรอยร้าวลึกแผ่ขยายออกไปดั่งใยแมงมุม แรงกดดันระดับบรรพกาลกดทับจนไป๋ฮàoกระอักเลือดออกมาคำโต "ข้าคือนายเหนือหัวแห่งวิถีกระบี่ ผู้ใดที่บังอาจทรยศต่อตระกูลและเหยียบย่ำสายเลือดเดียวกัน สมควรต้องใช้ชีวิตของมันมาเซ่นไหว้!"
ในวินาทีนั้นเอง ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนถึงขีดสุด มิติเบื้องบนเรือนหลักก็พลันบิดเบวน สายลมเย็นยะเยือกพัดพาเอาเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาทั้งๆ ที่เป็นฤดูคิมหันต์
ร่างระหงในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ราวกับเทพเซียนผู้สูงส่งปรากฏขึ้นท่ามกลางละอองหิมะ นางคือ มู่หรั่นชิง นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งสำนักกระบี่เมฆา ดวงพักตร์งดงามล่มเมืองเรียบเฉยราวน้ำแข็งพันปี ทว่านัยน์ตาคู่คมกลับทอประกายอ่อนโยนยามที่มองไปยังแผ่นหลังของชายหนุ่ม
"เฉินหลาง..." สุ้มเสียงหวานใสแต่เย็นเยียบดั่งหยกกระทบกันเอ่ยขึ้นเบาๆ "คนเหล่านี้ไม่คู่ควรให้ท่านต้องลงมือด้วยตนเองหรอกค่ะ ให้ข้าจัดการความสกปรกเหล่านี้แทนท่านเถอะนะคะ"
ไป๋เฉินชะงักฝีเท้าเล็กน้อย เขาหันกลับไปสบตากับสตรีผู้ครองหัวใจ มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ความดุดันเมื่อครู่มลายหายไป เหลือไว้เพียงความอบอุ่นล้ำลึกที่ส่งผ่านทางสายตา
"ชิงเอ๋อร์ เจ้ามาทันเวลาพอดี..." ไป๋เฉินเอמהเสียงนุ่มนวล "แต่หนี้แค้นคราแรกนี้ ข้าต้องเป็นคนชำระด้วยมือของตนเอง เพื่อล้างมลทินให้ท่านพ่อที่ล่วงลับ"
ทว่า ก่อนที่คมกระบี่ในมือของไป๋เฉินจะตวัดปลิดชีพไป๋ฮào ทันใดนั้นเอง ท้องน้ายามราตรีที่ควรจะมืดมิดกลับถูกย้อมด้วยแสงสีทองอร่ามสว่างจ้าดั่งกลางวัน ม่านพลังโบราณอันน่าสะพรึงกลัวถูกกางกั้นขึ้นทั่วทั้งเมืองหลวง แรงกดดันระดับ "ราชันเซียน" ที่กดทับลงมาจากฟากฟ้า ทำให้แม้แต่มู่หรั่นชิงยังต้องขมวดคิ้วเรียวสวยเข้าหากันด้วยความประหลาดใจ
เสียงหัวเราะเยือกเย็นดังก้องกังวานมาจากห้วงมิติที่ฉีกขาด เบื้องบนเมฆหมอกปรากฏเงาร่างของชายชราในชุดคลุมลายมังกรทอง ผู้ซึ่งถือครองป้ายอาญาสิทธิ์แห่งราชสำนักและสำนักเซียนอันดับหนึ่ง
"ไป๋เฉิน เจ้าเด็กสามหาว! เจ้าคิดว่าการฆ่าสุนัขรับใช้ไม่กี่ตัว จะทำให้เจ้าล้างแค้นสำเร็จแล้วอย่างนั้นหรือ? จงคุกเข่ารับราชโองการสวรรค์เสียเดี๋ยวนี้ มิฉะนั้น... คนรักของเจ้าจะต้องดับสูญพร้อมกับวิญญาณของเจ้าในวันนี้!"
——————————————————————————
*ชิงเสวี่ยเหมันต์ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านอักษรบทนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ*
สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 8
สะสางหนี้แค้นคราแรก
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!