กลิ่นอายคาวโลหิตเจือจางในสายหมอกหนาทึบแห่งหุบเขาอสูรกลืนวิญญาณ...
"คิดไม่ถึงเลยว่า สวะแห่งตระกูลไป๋ผู้ตกอับ จะมีปัญญาปีนป่ายมาถึงเขตแดนชั้นในของแดนลับสวรรค์เร้นได้... ช่างน่ายกย่องในความไร้ยางอายของเจ้าเสียจริง ไป๋เฉิน"
เสียงหัวاะเยาะหยันดังลอดออกมาจากม่านหมอกสีชาด ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก้าวออกมาอย่างเชื่องช้า อาภรณ์หรูหราปักดิ้นทองลายพยัคฆ์เหินเวหาบ่งบอกถึงฐานะอันสูงส่งจากตระกูลใหญ่ นามของเขาคือ "หลี่เทียนเฉิง" ศิษย์สายตรงผู้ถือครองพลังปราณแท้จริงขอบเขตหลอมรวมวิญญาณขั้นสมบูรณ์ ด้านหลังของเขายังมีเงาร่างนับสิบที่แผ่จิตสังหารออกมาราวกับฝูงหมาป่าหิวกระหายที่ล้อมเหยื่อไว้ในกรงขัง
ไป๋เฉินไม่แม้แต่จะชายตามองผู้มาเยือน ดวงตาสีดำสนิทลึกล้ำราวกับห้วงจักรวาลยังคงทอประกายราบเรียบ เขากำลังใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบฝุ่นบนคมกระบี่สนิมเขรอะในมืออย่างใจเย็น ราวกับรอบกายมิได้มีศัตรูระดับยอดฝีมือยืนล้อมนับสิบชีวิต
"สวะหรือยอดคน... เส้นแบ่งเขตนี้ มิใช่สิ่งที่คนปัญญาตื้นเขินเช่นเจ้าจะเข้าใจได้" ไป๋เฉินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าก้องกังวานบาดลึกถึงขั้วหัวใจของผู้ฟัง
หลี่เทียนเฉิงใบင်းกระตุกวูบด้วยความโกรธเกรี้ยว ความเย่อหยิ่งของไป๋เฉินทำให้เขาแทบคลั่ง "ปากกล้าดีนี่! เจ้าคิดว่ามีนางเซียนน้ำแข็ง มู่หรั่นชิง คุ้มครองแล้วจะไร้เทียมทานในแดนลับนี้กระนั้นหรือ? น่าเสียดายนัก... นางถูกค่ายกลลวงวิญญาณแยกตัวออกไปทางหุบเขาหมอกทมิฬแล้ว ตอนนี้... ไม่มีใครช่วยเจ้าได้อีก!"
สิ้นคำพูดของหลี่เทียนเฉิง บรรยากาศรอบด้านก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นยะเยือก จิตสังหารอันรุนแรงพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจนหมู่เมฆแตกกระจาย ศิษย์สายตรงตระกูลใหญ่ต่างชักอาวุธประจำกายออกมา แสงอัคคีและประกายสายฟ้าแลบแปล๊บปลาบไปทั่วอาณาบริเวณ พร้อมที่จะฉีกกระชากเป้าหมายให้แหลกเป็นจุลในคราเดียว
ทว่า ภายในใจของไป๋เฉินกลับสงบนิ่งดั่งผืนน้ำในบึงลึก เขาไม่ได้หวาดหวั่นแม้แต่น้อย การที่มู่หรั่นชิงถูกแยกตัวออกไป... เขาเองต่างหากที่เป็นคนจงใจเปิดช่องว่างนั้น เพื่อล่อให้งูพิษออกจากรู และเพื่อไม่ให้กลิ่นอายกระบี่เมฆาของนางต้องแปดเปื้อนเลือดของมดปลวกเหล่านี้
"เช่นนั้นก็เข้ามา..."
ไป๋เฉินเอ่ยสั้นๆ มือขวาตวัดกระบี่สนิมเขรอะขึ้นช้าๆ ปราณกระบี่บรรพกาลสายหนึ่งระเบิดออก กวาดเอาเศษหินและใบไม้รอบกายลอยเคว้งคว้างในอากาศ แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกไปจนศิษย์ตระกูลหลี่หลายคนถึงกับหน้าถอดสีโดยไม่รู้ตัว
ตูม!
การต่อสู้เปิดฉากขึ้นอย่างดุเดือด หลี่เทียนเฉิงสะบัดพัดหยกในมือ ปลดปล่อยคลื่นเพลิงผลาญวิญญาณพุ่งเข้าใส่ไป๋เฉินราวกับมังกรเพลิงคำราม ความร้อนระอุแผดเผาจนอากาศบิดเบี้ยว ทว่าไป๋เฉินกลับก้าวเท้าตาม "วิถีก้าวอัสนี" ร่างกายหายวับไปจากจุดเดิมอย่างไร้ร่องรอย เปลวเพลิงที่รุนแรงทำได้เพียงเผาไหม้เงาภาพติดตาที่จางหายไปในพริบตา
"วิชาเคลื่อนย้ายอันใดกัน?!" หลี่เทียนเฉินอุทานด้วยความตื่นตระหนก กวาดสายตามองหาเป้าหมายอย่างลิบลับ
"เจ้ามองไปทางไหนอยู่หรือ?"
เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นข้างใบหู หลี่เทียนเฉินขนลุกซู่ทั่วร่าง สัญชาตญาณการเอาตัวรอดกรีดร้องลั่น รีบหมุนตัวตวัดพัดหยกป้องกันพร้อมระเบิดเกราะปราณขั้นสูงสุดทันที
ฉับพลัน! คมกระบี่สนิมเขรอะที่ดูไร้ราคา กลับเปล่งแสงสีทองอร่ามเจิดจ้าทะลวงผ่านเกราะปราณเข้ามาอย่างไร้แรงต้านทาน ราวกับเต็มนิยามของคำว่า "คมกล้าที่สุดในใต้หล้า" ปราณกระบี่สายหนึ่งเฉียดผ่านหัวไหล่ของหลี่เทียนเฉินจนโลหิตสาดกระเซ็น เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังลั่นหุบเขา
"ท่านพี่เทียนเฉิน!" เหล่าศิษย์ตระกูลหลี่ที่เหลือเห็นหัวหน้าของตนเพลี่ยงพล้ำ ต่างก็โถมเข้าใส่ไป๋เฉินพร้อมกันราวกับฝูงตั๊กแตน
กระบี่ในมือไป๋เฉินหมุนวนวาดเป็นวงโค้งดั่งดาราประดับฟากฟ้า ทุกกระบวนท่าเรียบง่ายไร้ร่องรอย ทว่ากลับแฝงไว้ด้วยสัจธรรมแห่งการฆ่าฟันที่เฉียบคมและเลือดเย็น ศิษย์ตระกูลใหญ่ทีละคนกระเด็นถอยหลังพร้อมกับบาดแผลลึกจนเห็นกระดูก โลหิตสีแดงฉานย้อมพื้นหินในแดนลับให้กลายเป็นสีชาด
หลี่เทียนเฉินกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอับอาย เขาควักเม็ดยาสลับวิญญาณระดับสูงออกมาแล้วกลืนลงคอทันที ปราณพลังในร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นเป็นเท่าตัว ดวงตากลายเป็นสีแดงก่ำด้วยพิษยาบ้าคลั่ง
"ไป๋เฉิน! วันนี้เจ้าต้องตายอยู่ที่นี่!" หลี่เทียนเฉินคำรามลั่น เงื้อมือตบลงที่พื้นดิน ศิลาอาคมโบราณใต้ฝ่าเท้าสั่นสะเทือน ปราณกระบี่เงาอสูรยักษ์ปรากฏขึ้นเหนือหัว พร้อมบดขยี้ทุกสิ่งให้แหลกสลาย
ไป๋เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย พลังในร่างเริ่มโคจรถึงขีดสุด เขาเตรียมจะปลดปล่อยพลังที่แท้จริงเพื่อสังหารศัตรูตรงหน้าให้สิ้นซากในกระบวนท่าเดียว
ทว่า... ในวินาทีที่คมกระบี่กำลังจะปะทะเข้ากับเงาอสูรยักษ์นั้นเอง สายลมรอบกายก็พลันหยุดนิ่งสนิทอย่างไร้สาเหตุ กลิ่นอายความเย็นเยือกที่เหนือกว่าน้ำแข็งนับหมื่นปีแผ่ซ่านกดทับลงมาจนลมหายใจของทุกคนสะดุดกึกลงทันที
เงาร่างสีขาวบริสุทธิ์ดั่งเซียนสวรรค์ ปรากฏขึ้นกลางอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง ปลายกระบี่ของนางจ่ออยู่ที่ลำคอของหลี่เทียนเฉินโดยที่เขาไม่ทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำ ดวงตาส่งประกายเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลกกวาดมองผู้บุกรุกทีละคน
"บังอาจนัก... ใครอนุญาตให้พวกสุนัขรับใช้เช่นพวกเจ้า... มาแตะต้องคนของข้า?"
น้ำเสียงหวานใสดังกังวานเยือกเย็น ทว่ากดดันจนศิษย์ตระกูลหลี่ทั้งหมดทรุดฮวบลงคุกเข่ากับพื้นกระบี่แทบไม่ทัน
...และในวินาทีนั้นเอง ที่มุมหนึ่งของม่านหมอกทมิฬด้านหลังมู่หรั่นชิง กลับมีเงาสะท้อนของกระบี่เล่มที่สามปรากฏขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่ากำลังเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ...
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 24
การซุ่มโจมตีของศัตรู
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!