"พวกเจ้า… ประเมินคำว่า 'ความตาย' ต่ำเกินไปแล้ว"
สุ้มเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำนิ่งสนิท ทว่ากลับเยือกเย็นเสียจนกระดูกสันหลังของเหล่าผู้อาวุโสตระกูลมารโลหิตสั่นสะท้านไปถึงวิญญาณ โลหิตสีชาดสาดกระเซ็นย้อมผืนปฐพีในแดนลับแลแห่งนี้ให้กลายเป็นฉากเร้นลับอันน่าสะพรึงกลัว
ไป๋เฉินยืนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางพายุโลหิต อาภรณ์สีขาวสะอาดไร้รอยเปื้อน แม้ละอองเลือดจะสาดซัดเข้าหาตัวเขากลับถูกพลังปราณไร้ลักษณ์รอบกายสะท้อนออกไปจนหมดสิ้น ดวงตาคู่นคมกริบดั่งกระบี่โบราณทอดมองซากศพเกลื่อนกลาดเบื้องหน้าด้วยความไร้ซึ่งความรู้สึก เวทนา? เมตตา? สิ่งเหล่านี้ล้วนสูญสลายไปพร้อมกับความทรงจำนับหมื่นปีในอดีตชาติของมหาเทพผู้ร่วงหล่นแล้ว
"ปีศาจ… เจ้ามิใช่ศิษย์ตระกูลไป๋ผู้ไร้ค่าผู้นั้น! เจ้าเป็นใครกันแน่!" ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักมารโลหิตกระอักเลือดคำโตออกมา ร่างกายครึ่งท่อนขาดวิ่นจากการสะบัดมือเพียงครั้งเดียวของเด็กหนุ่ม ดวงตาเบิกโพ้าด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด ความหยิ่งผยองก่อนหน้านี้มลายหายสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวต่อมัจจุราชในร่างมนุษย์
"ข้าคือใคร… เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้หรอกค่ะ เพราะอีกไม่กี่ลมหายใจ วิญญาณของพวกเจ้าก็จะไม่หลงเหลือแม้แต่เศษธุลีที่จะได้ไปเกิดใหม่"
ไป๋เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเนื้อหาในคำพูดกลับเหี้ยมเกรียมจนสะเทือนฟ้าดิน เขาค่อยๆ ยกมือขึ้นช้าๆ ปราณกระบี่บรรพกาลสีทองอร่ามพวยพุ่งทะยานเสียดฟ้า เมฆหมอกบนนภาที่เคยอلبทมึนพลันแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ ด้วยแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาดั่งภูเขาไท่ซาน
ณ อีกด้านหนึ่งของม่านพลัง มู่หรั่นชิงยืนสง่างามอยู่บนยอดผาหิน นางเซียนผู้เยือกเย็นแห่งสำนักกระบี่เมฆายังคงถือกระบี่น้ำแข็งไว้มั่น อาภรณ์สีฟ้าครามพลิ้วไหวตามแรงลมปราณที่ปั่นป่วน แม้มนตราป้องกันที่นางกางไว้จะช่วยสกัดกั้นคลื่นกระแทกได้ แต่ดวงตาคู่สวยที่ปกติจะเย็นชาดั่งน้ำแข็งพันปี กลับทอประกายความห่วงใยและอาทรยามมองแผ่นหลังอันโดดเดี่ยวของชายหนุ่ม
'เฉินหลาง… จิตมารในตัวท่าน กำลังตื่นขึ้นอีกแล้วหรือคะ…'
นางพึมพำในใจ ความหนาวเหน็บไม่ได้มาจากสภาพแวดล้อมรอบตัว หากแต่มาจากความหวาดกลัวลึกๆ ว่าวันหนึ่งบุรุษผู้เป็นดั่งดวงใจนางผู้นี้ จะถูกพลังอำนาจอันไร้ขีดจำกัดกลืนกินจนสูญสิ้นความเป็นมนุษย์ไปตลอดกาล
ทันใดนั้น ไป๋เฉินก็กวาดสายตาคมปลาบไปยังเงาสุดท้ายที่พยายามตะเกียบคตะกายหนีตาย ผู้อาวุโสสำนักมารผู้รอดชีวิตคนสุดท้ายแผดเสียงร้องขอชีวิตอย่างน่าเวทนา ทว่าไร้ซึ่งความปรานีใดๆ
"ตาย!"
คำเดียวสั้นๆ ดั่งประกาศิตสวรรค์ เคล็ดวิชา 'กระบี่ผ่าตะวันดับดารา' ถูกปลดปล่อย!
ลำแสงกระบี่สีทองเจิดจ้าพาดผ่านท้องฟ้าดั่งสายฟ้าฟาด รัศมีทำลายล้างแผ่ขยายออกไปเป็นวงกว้างนับร้อยลี้ พื้นดินสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นราวกับโลกกำลังจะแตกสลาย เสียงกรีดร้องโหยหวนขาดหายไปในพริบตา เมื่อลำแสงนั้นกวาดผ่าน ร่างของศัตรูทุกคนรวมถึงค่ายกลโบราณนับร้อยชั้นก็สลายกลายเป็นผุยผง ไม่เหลือแม้แต่เงา ไม่หลงเหลือแม้แต่เศษซากเนื้อหนังหรือกระดูกให้ลมพัดพา
ความเงียบงันเข้าปกคลุมแดนลับแลชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจแผ่วเบาและหยดเลือดที่ค่อยๆ ไหลหยดจากปลายกระบี่ของเด็กหนุ่ม
ไป๋เฉินหันกลับมาช้าๆ แววตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนอย่างน่าอัศจรรย์ยามที่ประสานสายตากับนางเซียนผู้เลอโฉม เขาก้าวเดินผ่านทะเลเลือดเข้ามาหานาง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มนวล "หรั่นชิง… ข้าบอกแล้วอย่างไรคะ ว่าแมลงเม่าเหล่านี้ ไม่คู่ควรให้เจ้าต้องกังวลเลยสักนิด"
มู่หรั่นชิงเม้มริมฝีปากน้อยๆ นางเก็บกระบี่เข้าฝัก ก่อนจะยื่นมือเรียวดั่งหยกขาวออกไปสัมผัสแก้มเนียนของเขาที่มีคราบฝุ่นจางๆ แม้ปากจะยังคงสงวนท่าทีเยือกเย็นตามนิสัย แต่น้ำเสียงที่เอמהออกมากลับสั่นเครือเล็กน้อยด้วยความอาทร "ท่านประมาทเกินไปแล้ว… จิตสังหารเมื่อครู่เกือบจะย้อนกลับมาทำร้ายเส้นปราณของท่านเอง ท่านยังฝืนใช้พลังระดับนั้นทั้งที่ร่างกายนี้ยังรองรับไม่ไหว… ท่านทำเพื่อข้ามากเกินไปแล้วนะคะ"
ไป๋เฉินแย้มยิ้มบางเบา มือใหญ่กุมมือเรียวนั้นไว้แน่น ไออุ่นจากฝ่ามือของเขาถ่ายทอดความมั่นคงไปสู่นาง "เพื่อปกป้องเจ้า ต่อให้ต้องฝืนลิขิตสวรรค์หรือดึงเอาพลังจากขุมนรกโลกันตร์มาใช้ ข้าก็จะไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย…"
ทว่า ในวินาทีที่บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยความลึกซึ้งทางจิตวิญญาณนั้นเอง…
จู่ๆ มิติอากาศเบื้องหน้าของทั้งคู่ก็บิดเบี้ยวอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับภูตผีหมื่นศตวรรษดังสะท้อนก้องออกมาจากรอยแยกมิติสีดำสนิทที่เปิดออกอย่างไร้สัญญาณเตือน!
กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวยิ่งกว่าสำนักมารโลหิตนับร้อยเท่าพรั่งพรูออกมา พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบพร่าเย็นยะเยือกที่ดังระคนอยู่ในความมืดมิดของห้วงมิติ
"ฮ่าๆๆๆ… ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจเสียจริง มหาเทพไป๋เฉิน… หรือควรจะเรียกว่า 'วิญญาณเร่ร่อน' ที่บังaлญอาจกลับชาติมาเกิดใหม่ดีเล่า? เจ้ากวาดล้างสุนัขรับใช้ของข้าจนหมดสิ้น… เช่นนั้นแล้ว เจ้าจะเอาสิ่งใดมารับมือกับ 'ทัณฑ์โลหิตบรรพกาล' ที่ข้าตั้งใจนำมามอบให้แก่พวกเจ้าในวันนี้กันล่ะ!"
เงาร่างมหึมาสีดำทมิฬก้าวทะยานออกมาจากรอยแยกมิติ พร้อมกับโซ่ตรวนโบราณที่สลักด้วยอักขระมารสีเลือด พุ่งตรงเข้าล็อคร่างของมู่หรั่นชิงจนกระเด็นถอยหลังไปในพริบตา!
"หรั่นชิง!" ไป๋เฉินคำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยวถึงขีดสุด ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวกับโลหิตเดือดพล่าน
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางเคียงบ่าเคียงไหล่ไปกับข้า ชิงเสวี่ยเหมันต์ นะคะ
สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 25
เลือดนองแดนลับ
ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!