สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน•ตอนที่ 33

เงาดำจากแดนปีศาจ

ผลงานโดย ชิงเสวี่ยเหมันต์
กลิ่นคาวเลือดเจือจางลอยคลุ้งมากับสายลมราตรี... มันไม่ใช่กลิ่นอายของสัตว์อสูรทั่วไป แต่เป็นกลิ่นอายความตายอันเก่าแก่ที่หลับใหลอยู่ใต้ขุมนรกหมื่นลี้ ภายในตำหนักรับรองสำนักกระบี่เมฆา แสงเทียนสีชาดวูบไหวสדุดตามเงาโครงร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่กำลังใช้ผ้าแพรสีขาวเช็ดคราบโลหิตบนคมกระบี่โบราณ ไป๋เฉินมิได้ปริปากเอ่ยสิ่งใด ทว่าแววตาคู่คมกลับทอประกายเยียบเย็นดั่งหุบเขาหิมะหมื่นปี รัศมีปราณบรรพกาลรอบกายเขาแผ่ขยายออกเป็นวงกว้างจนอากาศภายในห้องบิดเบี้ยวเป็นริ้วคลื่น "ท่านพี่... ค่ายกลดาราพิทักษ์ที่ข้ากางไว้บริเวณชายแดนทิศประจิมเพิ่งถูกทำลายลงแล้วค่ะ" เสียงใสราดรินด้วยความเย็นชาดั่งน้ำค้างแข็งดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงของมู่หรั่นชิงที่ก้าวเข้ามาในห้องโดยไร้ซึ่งซุ่มเสียง นางสวมชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ปักลายเมฆาด้วยด้ายเงิน เส้นผมยาวสลวยดั่งรัตติกาลถูกรวบไว้ด้วยปิ่นหยกสลักลายกระบี่ ทว่าบนดวงพักตร์อันงดงามล่มเมืองกลับปรากฏร่องรอยความเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ไป๋เฉินหยุดมือที่กำลังเช็ดกระบี่ เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับนาง แววตาที่เคยราบเรียบกลับลึกล้ำราวกับห้วงมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง "รวดเร็วกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก... ดูท่าทาง 'ราชาปีศาจโลหิตโลกันตร์' จะไม่อดทนรอให้ถึงวันจันทรุปราคาอัสดงเสียแล้วสินะ" "พวกมันไม่ได้มาแค่กองกำลังลาดตระเวนค่ะ" มู่หรั่นชิงก้าวเข้าไปใกล้ไป๋เฉินอีกก้าว กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมันต์ลอยละล่องผสมผสานไปกับกลิ่นอายปราณอันเคร่งเครียด นางยื่นหยกสื่อสารชิ้นหนึ่งที่แตกร้าวส่งให้เขา "นี่คือท่อนสุดท้ายของข่าวกรองที่ส่งมาจากหอคอยหมื่นสวรรค์ ก่อนที่สัญญาณชีพของผู้อาวุโสสืบข่าวจะขาดหายไป... 'กองทัพปีศาจหมื่นลี้เคลื่อนพลแล้ว เมฆดำปกคลุมน่านฟ้าแปดทิศ มารสวรรค์ตื่นจากการหลับใหล ยุทธภพ... กำลังจะกลายเป็นทะเลเลือด'" สิ้นคำกล่าวของนาง อุณหภูมิภายในห้องก็ลดฮวบลงทันทีจนหยดน้ำค้างกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเกาะตามขอบหน้าต่าง ไป๋เฉินรับหยกสื่อสารมาถือไว้ ปราณแท้จริงในร่างสะท้อนเข้าสู่ผลึกหยก ทันใดนั้น ภาพเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวก็ฉายชัดขึ้นในห้วงความคิด—ผืนแผ่นดินทิศประจิมที่เคยเขียวขจีบัดนี้ถูกย้อมเป็นสีดำสนิท ฝูงปีศาจรูปร่างหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัวนับล้านตัวกำลังหลั่งไหลออกมาจากรอยแยกมิติ ราวกับมดปลวกที่พยายามกัดกินค้ำจุนฟ้าดิน เสียงคำรามกึกก้องสะท้านสะเทือนถึงเก้าชั้นฟ้า ทำให้เหล่าสำนักใหญ่ในยุทธภพต่างพากันแตกตื่นหวาดผวา "หอะ... กองทัพปีศาจหมื่นลี้ที่ถูกผนึกไว้เมื่อสามพันปีก่อน บัดนี้กลับทะยานขึ้นมาเหยียบบนผืนแผ่นดินอีกครั้ง" ไป๋เฉินแค่น2เสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก "สวรรค์ช่างเล่นตลกนัก คิดจะใช้ยุทธภพเป็นลานประลองเพื่อทดสอบจิตใจของข้ากระนั้นหรือ?" มู่หรั่นชิงเอื้อมมือเรียวดุจหยกสลักมาแตะที่แขนเสื้อของไป๋เฉินอย่างแผ่วเบา สัมผัสอันเยือกเย็นของนางช่วยดึงสติอันพลุ่งพล่านของเขาให้กลับคืนสู่ความสงบ นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มั่นคงยิ่ง "ไม่ว่าสวรรค์จะลิขิตให้เกิดสิ่งใด หายนะครั้งนี้... ข้าจะเคียงบ่าเคียงไหล่กับท่าน ไม่ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับมารฟ้าหรือเทพสวรรค์ผู้ใดก็ตาม" ไป๋เฉินหันมามองนาง แววตาที่แข็งกร้าวเมื่อครู่พลันอ่อนแสงลง ความอบอุ่นสายหนึ่งไหลผ่านหัวใจที่ด้านชามานานนับภพชาติ เขาเอื้อมมือไปกุมมือเรียวของนางไว้แน่น "หรั่นชิง... เจ้าไม่จำเป็นต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงกับความแค้นในอดีตของข้าเลย" "นี่ไม่ใช่ความแค้นของท่านผู้เดียวค่ะ" มู่หรั่นชิงส่ายหน้าช้าๆ แววตาคู่คมกริบดั่งคมกระบี่ฉายแววเด็ดเดี่ยว "นี่คือชะตากรรมของพวกเรา... หากยุทธภพต้องล่มสลาย สำนักกระบี่เมฆาและชีวิตของข้าก็ไร้ความหมายเช่นกัน" ในขณะที่ทั้งสองกำลังประสานสายตาสื่อความนัย ทันใดนั้น ท้องฟ้ายามราตรีที่ควรจะมืดมิดกลับถูกย้อมด้วยแสงสีแดงฉานราวกับโลหิต เมฆหมอกดำทะมึนก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วเหนือตำหนักกระบี่เมฆา แรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งแผ่ซ่านกดทับลงมาจากฟากฟ้า ราวกับภูเขาไท่ซานทั้งลูกกำลังพังทลายลงมาทับร่างของสิ่งมีชีวิตทุกนารี *เปรี้ยงงงงง—!* อสุนีบาตสีดำสนิทผ่าลงมากลางลานฝึกยุทธของสำนัก แรงระเบิดทำลายล้างแผ่ขยายเป็นวงกว้างจนอาคารไม้โบราณสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของเหล่าศิษย์สำนักกระบี่เมฆาดังแว่วมาตามสายลม ไป๋เฉินหรี่ตาลงทันที เขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยและน่าสะอิดสะเอียนที่แฝงมากับสายฟ้าสายนั้น มันคือกลิ่นอายของอดีตสหายสนิทผู้หักหลังเขาเมื่อสามพันปีก่อน—'มารสวรรค์อวี้เทียน'! "พวกมันมาเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้เสียอีก..." ไป๋เฉินสะบัดแขนเสื้อ กระบี่โบราณในมือส่งเสียงร้องคำรามก้องฟ้า ปราณกระบี่สีทองอร่ามพวยพุ่งทะลวงเพดานตำหนักขึ้นสู่ท้องนฟ้า ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเท้าออกไปเผชิญหน้ากับหายนะเบื้องหน้า แผ่นดินใต้เท้ากลับสั่นไหวอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม ประตูหินโบราณที่ปิดตายมานับพันปีของห้องโถงบรรพชนสำนักกระบี่เมฆา ค่อยๆ เลื่อนเปิดออกเองอย่างช้าๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งเย็นยะเยือกที่ดังสะท้อนก้องกังวานออกมาจากความมืดมิดภายในห้องโถงนั้น... *"ฮ่าๆๆๆ... ไป๋เฉิน... เจ้าคิดว่าเจ้าหนีพ้นจากเงื้อมมือของข้าในชาตินี้แล้วอย่างนั้นรึ? ประตูแห่งนรกภูมิได้เปิดออกแล้ว... และวิญญาณดวงแรกที่จะถูกสังเวย... ก็คือสตรีข้างกายของเจ้านั่นเอง!"* ขอขอบพระคุณท่านรี้ดที่ร่วมเดินทางและส่งใจให้ไป๋เฉินกับมู่หรั่นชิงมา ณ ที่นี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ชิงเสวี่ยเหมันต์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สยบมารฟ้า ล่าบัลลังก์เซียน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%