“ถ้าคุณจะไป ผมก็ไม่มีสิทธิ์ห้าม... แต่ผมอยากรู้ว่า ทำไมต้องเป็นเขา?”
เสียงของธามเรียบเย็น ทว่าสั่นไหวเล็กน้อยในจังหวะที่เขาเอ่ยชื่อบุคคลที่สาม รินรดาชะงักมือที่กำลังพับเก็บเอกสารบนโต๊ะทำงาน เธอเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มที่ยืนพิงกรอบประตูห้องทำงานของเขาเอง แววตาของธามในยามนี้ไม่ใช่ความสุขุมที่เธอคุ้นเคย แต่มันคือพายุที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผิวน้ำนิ่งสนิท
รินรดาแค่นยิ้มบางเบา เป็นยิ้มที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา “คุณธามพูดเรื่องอะไรคะ... หมายถึงงานเลี้ยงการกุศลที่ต้องไปร่วมกับคุณศิลาหรือเปล่าคะ?”
ธามก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นน้ำหอมจางๆ ประจำตัวเขาราวกับจะรุกรานพื้นที่ส่วนตัวของเธอ เขาหยุดยืนห่างเพียงแค่เอื้อมมือ แต่ระยะห่างนี้กลับกว้างใหญ่และบีบคั้นหัวใจคนทั้งคู่ “ศิลา... คุณเรียกเขาด้วยชื่อเล่นอย่างสนิทสนมตั้งแต่เมื่อไหร่ริน”
“เขาก็เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีคนหนึ่ง และเขาก็ชวนฉันไปในฐานะเลขานุการส่วนตัว ไม่ใช่ธุระส่วนตัวที่คุณต้องใส่ใจหรอกครับ” เธอพยายามรักษาน้ำเสียงให้มั่นคง แม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบหลุดออกมา
“นั่นสินะ” ธามหัวเราะในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่ฟังดูขมขื่น “ผมมันก็แค่เจ้านายจอมเผด็จการที่คอยใช้งานคุณจนดึกดื่น ไม่แปลกหรอกที่คุณจะอยากออกไปหาคนอื่นที่ทำให้คุณรู้สึกเป็นคนสำคัญได้มากกว่า”
บรรยากาศในห้องทำงานเงียบลงจนได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน ความหึงหวงที่เขากำลังแสดงออก มันไม่ใช่การตะคอกหรือการคาดคั้น แต่เป็นความเย็นชาที่กัดกินความรู้สึก เธอรับรู้ได้ถึงความร้าวรานในน้ำเสียงนั้น ธามกำลังทำตัวไม่ถูก... เขาไม่เคยรู้เลยว่าการเห็นรินรดาจะก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่มีเขาอยู่ในแผนการนั้น มันทำร้ายศักดิ์ศรีและความรู้สึกที่เขาพยายามกดทับไว้ได้มากขนาดไหน
“คุณคิดว่าฉันเห็นคุณเป็นแค่เจ้านายเหรอคะ...” รินรดาพึมพำ น้ำตาคลอเบ้าโดยไม่รู้ตัว “หลายปีที่ผ่านมา คุณเคยหันมามองบ้างไหมว่าคนข้างๆ เขารู้สึกอย่างไร คุณเอาแต่สร้างกำแพง แล้วพอวันนี้ฉันพยายามจะหาช่องทางออกไปจากกำแพงนั้น คุณกลับมาบอกว่าฉันไปหาคนอื่น”
ธามนิ่งงัน มือหนาเอื้อมออกไปคล้ายจะสัมผัสใบหน้าของเธอ แต่เขากลับชะงักค้างไว้กลางอากาศ ความสับสนวุ่นวายในใจมันตีรวนจนเขาทำอะไรไม่ถูก เขาเป็นคนรักใครไม่เป็น แต่ความหวงแหนที่มีต่อผู้หญิงตรงหน้ามันกลับรุนแรงเกินกว่าที่เขาจะควบคุมได้
“ผมไม่ได้อยากให้คุณไป” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว “ผมแค่... ไม่ชอบเวลาที่เห็นคุณยิ้มให้ใครแบบที่ผมไม่เคยได้รับ”
เมษาซึ่งยืนรออยู่ที่ด้านนอกห้องตัดสินใจเคาะประตูเบาๆ แล้วก้าวเข้ามาโดยไม่รอคำอนุญาต เธอรับรู้ได้ถึงรังสีความตึงเครียดที่แผ่ออกมา “ริน เสร็จหรือยังจ๊ะ คุณศิลาเขารออยู่ที่รถแล้วนะ บอกว่าถ้าช้ากว่านี้จะเสียฤกษ์งานเลี้ยง”
คำพูดของเมษาเปรียบเสมือนน้ำมันราดลงบนกองไฟ ธามหันไปมองร่างของเพื่อนสนิทรินรดาด้วยสายตาที่เฉียบคมจนคนถูกมองต้องเสียวสันหลัง ก่อนจะหันกลับมามองรินรดาที่กำลังจัดกระเป๋าเตรียมจะเดินออกไป
“ถ้าก้าวออกจากห้องนี้ไปกับเขา ก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาทำงานที่เดิมอีก” ธามขู่ด้วยน้ำเสียงที่เขารู้ดีว่ามันเป็นการประชดประชันที่แย่ที่สุดในชีวิต
รินรดาหยุดเดินที่หน้าประตู เธอหันกลับมามองชายหนุ่มด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตัดพ้อ “คุณธามคะ... สำหรับคุณ งานสำคัญกว่าความรู้สึกเสมอ ฉันเข้าใจแล้วค่ะ”
เธอก้าวพ้นประตูไปโดยไม่หันกลับมามองอีก ธามทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ทำงานของตัวเอง เขาหยิบรูปถ่ายใบหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักออกมาดู มันเป็นรูปของรินรดาเมื่อห้าปีก่อน วันที่เธอยังยิ้มให้เขาด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ก่อนที่เขาจะทำลายมันด้วยความเย็นชาของตัวเอง
เสียงเครื่องยนต์ของรถคันหรูที่แล่นออกจากคฤหาสน์ดังก้องเข้ามาในโสตประสาท ธามกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นนูน เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาใครบางคนด้วยมือที่สั่นเทา
“ติดตามรถคันที่รินรดาขึ้นไป... แล้วรายงานผมทุกระยะ”
ขณะที่รถของศิลาแล่นผ่านถนนสายที่ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา รินรดากำลังเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่สนใจบทสนทนาของชายข้างกาย ทว่าในจังหวะที่รถต้องชะลอติดไฟแดง เธอกลับสังเกตเห็นรถสปอร์ตสีดำสนิทที่คุ้นตาจอดเทียบท่าอยู่ข้างๆ รถคันนั้นลดกระจกลงเพียงเล็กน้อย และนัยน์ตาสีเข้มของใครบางคนที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยก็จ้องมองมาที่เธอผ่านสายฝนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก
หัวใจของรินรดากระตุกวูบเมื่อเห็นชายหนุ่มข้างกายเริ่มเร่งความเร็วรถขึ้นอย่างกะทันหันเพื่อหนีการติดตาม แต่รถคันสีดำกลับเร่งเครื่องตามมาติดๆ ราวกับจงใจจะบีบบังคับให้พวกเขาจอดลงข้างทาง ท่ามกลางความมืดมิดและสายฝนที่กระหน่ำลงมา จู่ๆ รถศิลาก็เบรกกะทันหันเมื่อมีรถตู้สีขาวคันหนึ่งปาดหน้าเข้ามาจอดขวางกลางถนน ร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีเข้มก้าวลงจากรถสีดำคันนั้น ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำราม เขาเดินตรงมาที่รถของรินรดาด้วยท่าทีที่ใครเห็นก็ต้องหวาดหวั่น ธามเคาะกระจกฝั่งที่รินรดานั่งอยู่ด้วยจังหวะที่หนักแน่นและไร้ความปรานี
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความทรงจำสีจางไปกับผมนะครับ
สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 16
ความหึงหวงที่มองไม่เห็น
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!