“ถ้าฉันบอกว่ามีคนคุยใหม่แล้ว... ธามจะสบายใจขึ้นไหมครับ?”
น้ำเสียงของรินรดาราบเรียบจนน่าใจหาย ประโยคคำถามที่เหมือนใบมีดโกนเคลือบน้ำตาลถูกวางลงบนโต๊ะอาหารไม้สีเข้มกลางร้านกาแฟที่เงียบสงัด เสียงเพลงแจ๊ซแผ่วเบาที่เคยขับกล่อมบรรยากาศดูจะกลายเป็นเสียงรบกวนประสาทไปทันที ธามที่กำลังยกแก้วอเมริกาโน่เย็นขึ้นจ่อริมฝีปากถึงกับชะงัก สายตาที่ปกติมักจะนิ่งเฉยดุจผืนน้ำที่ไร้ลมพัดกลับสั่นไหววูบหนึ่ง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเรียบเฉยที่เย็นชากว่าเดิม
เขาวางแก้วลงช้าๆ พลางประสานมือไว้บนโต๊ะ
“คนคุยใหม่?” เขาถามทวน เสียงทุ้มต่ำนั้นแหบพร่า “หมายความว่ายังไง ริน... อยู่ดีๆ ทำไมถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา”
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอเลือกที่จะเบือนหน้ามองออกไปทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ถูกหยดน้ำฝนเกาะพร่างพราวราวกับน้ำตาของท้องฟ้า มือเรียวบางของเธอสั่นระริกขณะกุมแก้วโกโก้ร้อนที่เริ่มเย็นชืด เธอซ่อนความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายใต้รอยยิ้มที่บางเบาจนแทบมองไม่เห็น รอยยิ้มที่เธอใช้ฝึกซ้อมมาตลอดทั้งคืนเพื่อจะบอกคำโกหกนี้กับเขา
“ก็... เขาเป็นคนดีครับ ดูแลฉันดีมาก เราคุยกันมาสักพักแล้ว” รินรดาแค่นยิ้ม “ฉันแค่ไม่อยากให้ธามรู้สึกอึดอัดเวลาที่เราต้องเจอกัน หรือรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบอะไรในความสัมพันธ์ที่มัน... ไม่ไปไหนสักที ถ้าฉันมีใครสักคน ธามก็น่าจะปลดล็อกความรู้สึกผิดในใจตัวเองได้ใช่ไหมครับ?”
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างเรา ธามจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ พยายามจะค้นหาความจริงที่ซ่อนอยู่ภายใต้เปลือกนอกที่ดูเข้มแข็งนั้น แต่สิ่งที่เขาพบกลับมีเพียงความว่างเปล่าที่รินรดาจงใจสร้างขึ้นมา
“ริน... เราไม่เคยตกลงกันแบบนี้” ธามพึมพำ “ที่ผมถอยห่าง เพราะผมต้องการเวลาจัดการกับตัวเอง ไม่ใช่เพราะต้องการให้คุณไปเริ่มต้นกับใคร”
“แต่เวลาของธาม มันนานเกินกว่าที่คนรออย่างฉันจะยืนไหวแล้วนะครับ”
เธอกลั้นใจพูดออกไปประโยคนั้น หัวใจของรินรดาราวกับถูกบีบด้วยมือที่มองไม่เห็น เธอรักเขามากเกินกว่าจะเห็นเขาต้องฝืนทนอยู่ข้างๆ ด้วยความรู้สึกผิด เธอจึงเลือกที่จะเป็นคนถอยออกมา... ด้วยการสร้างกำแพงที่ไม่มีวันทะลายลงได้ขึ้นมาเสียเอง
ธามนิ่งไปนานจนเกือบจะหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าหากวันนี้เขาไม่รั้งเธอไว้ โอกาสที่เขาจะได้รับรู้ถึงความอบอุ่นนั้นอาจจะสูญสิ้นไปตลอดกาล แต่ความกลัวที่ฝังรากลึกในใจเขากลับรุนแรงยิ่งกว่า ความกลัวว่าหากเขารั้งเธอไว้ เขาอาจจะเป็นคนทำลายชีวิตเธอด้วยความไม่พร้อมของเขาเอง
“ถ้าคุณเลือกแบบนั้น... ผมก็คงไม่มีสิทธิ์คัดค้าน” ธามเอ่ยออกมาในที่สุด น้ำเสียงของเขาสั่นไหวอย่างยากจะควบคุม “ผมดีใจด้วยนะ ริน... ขอให้เขาเป็นคนที่จะมอบความสุขให้คุณได้มากกว่าผม”
รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มลงมาตรงหน้า คำว่า ‘ยินดีด้วย’ จากปากของคนที่เธอรักที่สุด มันช่างบาดลึกกว่าการถูกปฏิเสธโดยตรงเสียอีก เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมหาศาลเพื่อไม่ให้หยดน้ำตาที่รื้นอยู่ในดวงตาไหลรินออกมา เธอพยักหน้าช้าๆ เป็นเชิงยอมรับ ก่อนจะลุกขึ้นยืน
“งั้นฉันขอตัวก่อนนะครับ มีธุระต้องไปต่อ”
เธอก้าวเดินออกจากร้านไปโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย ทิ้งให้ธามนั่งนิ่งงันอยู่ท่ามกลางกลิ่นอายของกาแฟที่จืดจางและหัวใจที่ว่างเปล่า
ธามเหม่อมองแผ่นหลังที่ค่อยๆ หายไปในม่านฝนข้างนอก ความรู้สึกโหวงเหวงในอกขยายตัวจนยากจะรับมือ เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาตั้งใจจะกดโทรหาเมษาเพื่อถามความจริงบางอย่าง แต่แล้วหน้าจอที่เขาส่องอยู่นั้นกลับเด้งข้อความแจ้งเตือนจากบัญชีโซเชียลมีเดียของรินรดาขึ้นมาเสียก่อน
มันเป็นภาพถ่ายเงาสะท้อนในกระจกของร้านกาแฟแห่งนี้... ภาพที่เขากับรินรดานั่งอยู่ด้วยกันเมื่อครู่ แต่สิ่งที่ทำให้ธามหัวใจกระตุกไม่ใช่ภาพนั้น หากแต่เป็นข้อความที่รินรดาเพิ่งโพสต์ลงไปพร้อมกับรูปภาพที่ดูเหงาจับใจ
‘ความโกหกที่ขาวสะอาดที่สุด คือการยอมเสียคนที่รัก เพื่อให้เขาได้ใช้ชีวิตต่อไปโดยไม่ต้องแบกความรู้สึกผิดที่มีต่อเราอีกเลย’
และวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนสายเรียกเข้าดังขึ้นที่หน้าจอโทรศัพท์ของธาม เป็นเบอร์ของเมษาที่โทรเข้ามาในเวลาที่น่าสงสัยที่สุด
“ธาม... ฟังฉันให้ดีนะ รินไม่ได้มีใครใหม่หรอก ที่เธอบอกคุณแบบนั้น... เพราะเธอเพิ่งตรวจเจอว่าตัวเองป่วยหนัก และเธอไม่อยากให้คุณต้องมาเห็นสภาพตอนที่เธอจากไป!”
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงร่วมเดินทางผ่านความทรงจำสีจางไปกับผมนะครับ
สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 15
คำโกหกที่ขาวสะอาด
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!