หยดน้ำตาที่ร่วงเผาะลงบนหลังมือของรินรดา ไม่ได้ให้ความรู้สึกอุ่นเหมือนที่ควรจะเป็น มันเย็นเยียบราวกับเศษน้ำแข็งที่ละลายมาจากยอดเขาแห่งความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบไว้หลายปี ธามยืนมองภาพนั้นด้วยแววตาที่ว่างเปล่า—ความว่างเปล่าที่บาดลึกยิ่งกว่าความโกรธหรือความเกลียดชัง สำหรับเขาแล้ว น้ำตาของผู้หญิงตรงหน้าไม่ใช่สัญญาณชีพของความอ่อนแอ แต่มันคือสิ่งแปลกปลอมที่รบกวนความสงบในอาณาจักรส่วนตัวที่เขาสร้างขึ้นอย่างแน่นหนา
"ร้องไห้ทำไมริน"
น้ำเสียงของธามราบเรียบ ไร้ซึ่งร่องรอยความอาทร หากแต่เจือด้วยความหงุดหงิดจางๆ เขาขยับตัวเปลี่ยนจากการกอดอกมาเป็นใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ กับขอบโต๊ะทำงานไม้สักสีเข้ม จังหวะเคาะนั้นสม่ำเสมอจนน่าอึดอัด มันคือเสียงที่รินรดาคุ้นเคยดี—เสียงที่บอกว่าเขากำลังคำนวณและประเมินสถานการณ์ด้วยสมองซีกซ้าย ไม่ใช่หัวใจ
"เปล่าค่ะ..." รินรดารีบยกหลังมือขึ้นปาดแก้มลวกๆ ความอับอายพุ่งพล่านขึ้นมาผสมโรงกับความเสียใจ เธอเกลียดตัวเองเหลือเกินที่มักจะอ่อนแอต่อหน้าผู้ชายคนนี้เสมอ "รินแค่... ฝุ่นเข้าตาน่ะค่ะ"
ข้อแก้ตัวที่เด็กอนุบาลยังดูออกว่าโกหก ธามไม่แม้แต่จะชายตามองกระดาษทิชชูที่วางอยู่ใกล้ๆ เขาแคล้วแคล้วสายตาไปมองยังบานหน้าต่างกระจกใสที่สะท้อนเงาของท้องฟ้าสีเทาครึ้มด้านนอก
"ฝุ่นในห้องกระจกปิดทึบเนี่ยนะ" ธามแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไม่มีความสุข "ริน... เธอไม่ใช่คนเก่งเรื่องการโกหกเลยสักนิด ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว"
ประโยคสั้นๆ นั้นกระแทกเข้าที่กลางใจของคนฟังอย่างจัง *'ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว'*... ใช่สิ เขารู้จักเธอมานาน นานเสียจนรู้ทันทุกมุกตื้นๆ ที่เธอใช้กลบเกลื่อนความรู้สึก แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่เคยลึกซึ้งพอที่จะมองเห็นเลยว่า หลังรอยยิ้มจืดเจือและความยินดีที่เห็นเขาเติบโตในหน้าที่การงาน มันมีเศษซากความรักข้างเดียวที่แหลกละเอียดอยู่ใต้ฝ่าเท้าของเขา
รินรดากัดริมฝีปากจนห่อเลือด รสเค็มปร่าของเลือดจางๆ ในปากช่วยเรียกสติให้เธอกลับคืนมา เธอสูดหายใจเข้าลึก, พยายามตักตวงออกซิเจนเข้าปอดเพื่อระงับอาการสั่นเทาของเรียวปาก
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว รินขอตัวไปเคลียร์เอกสารต่อนะคะ" เธอก้มหน้าต่ำ เตรียมหมุนตัวเดินหนีจากรัศมีสายตาที่เหมือนรังสีเอกซ์ของเขา
"เดี๋ยว"
เสียงทุ้มต่ำรั้งไว้ รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นโครมครามจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความหวังลมๆ แล้งๆ ผุดวาบขึ้นมาในเสี้ยววินาที—หรือว่า... เขาจะสังเกตเห็นความรู้สึกที่เธอซ่อนไว้? หรือว่าเขาจะใจอ่อนและเอ่ยคำปลอบโยนที่เธอโหยหามาตลอดชีวิต?
แต่โลกของรินรดาก็พังทลายลงในประโยคต่อมา
"เย็นนี้ ไม่ต้องรอทานข้าวด้วยกันนะ มีคนมาทานที่ห้อง"
รินรดาตัวชาดิ่ง ความเย็นยะเยือกแล่นพล่านจากปลายนิ้วเท้าขึ้นสู่กระดูกสันหลัง คน... มาทานที่ห้อง? ห้องชุดหรูใจกลางเมืองที่ธามหวงแหนนักหนา สถานที่ที่แม้แต่เพื่อนสนิทอย่างเมษายังไม่เคยได้รับอนุญาตให้ก้าวล่วงเกินธรณีประตู ยกเว้น...
"ค่ะ" เธอกลืนก้อนสะอื้นลงคอ ฝืนพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มที่ฝืดเคื่อนที่สุดในชีวิต "เข้าใจแล้วค่ะ"
รินรดาหมุนตัวเดินเร็วๆ ออกจากห้องทำงานของเขา ปิดประตูลงเบาๆ อย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่าเสียงปิดประตูจะไปรบกวนสมาธิของเจ้านายหนุ่ม ทันทีที่แผ่นหลังแนบชิดกับผนังด้านนอก เข่าของเธอก็แทบทรุดลงไปกองกับพื้น มือเรียวเล็กยกขึ้นปิดปากกั้นเสียงสะอื้นที่พยายามเล็ดลอดออกมา ภาพความทรงจำเมื่อหกเดือนก่อนผุดขึ้นมาหลอกหลอน—วันที่ธามประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยประกายแสงในดวงตาที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน
*“ริน... ฉันเจอคนที่ทำให้โลกของฉันเปลี่ยนไปแล้วล่ะ”*
ตอนนั้นเธอยังโง่เง่าถามกลับไปว่าใครกันที่ดีพอกับคนอย่างเขา และคำตอบที่ได้รับคือความเงียบอันยาวนาน พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปากของธาม—รอยยิ้มที่เขาไม่เคยหยิบยื่นให้รินรดาเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เวลาผ่านไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ รินรดาลากสังขารกลับมาถึงโต๊ะทำงานของตัวเอง เมษาที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วผุดลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นสภาพเพื่อนรัก ดวงตากลมโตของเมษาเบิกกว้างด้วยความตกใจ รีบดึงแขนรินรดาให้นั่งลงบนเก้าอี้ พร้อมกับยื่นแก้วน้ำอุ่นให้
"ยัยริน! แกไปโดนใครทำร้ายมาทำไมหน้าซีดเป็นไก่ต้มแบบนี้ แล้วตาบวมเป่งเลย!" เมษาโวยวายด้วยความเป็นห่วง พลางควานหากล่องทิชชูมาซับน้ำตาให้เพื่อน "ไอ้มนุษย์หินนั่นมันพูดอะไรทำร้ายจิตใจแกอีกบอกฉันมาซิ ฉันจะเดินไปเอาแฟ้มฟาดหัวมันให้ดู!"
"เม... เบาๆ สิ" รินรดาจับมือเพื่อนรักไว้แน่น ฝ่ามือของเธอยังคงเย็นเฉียบ "เขาไม่ได้ทำอะไร... ฉันจัดการตัวเองไม่ได้เองต่างหาก"
"โอ๊ย แม่พระเอกลิเกคณะไหนเนี่ย ยังจะปกป้องมันอีก!" เมษาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทรุดตัวลงนั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ทำงานข้างๆ สีหน้าฉายแววหงุดหงิดแทนเพื่อน "แกต้องใจแข็งกว่านี้สิริน รักเขาข้างเดียวมาสามปี แกได้อะไรกลับมานอกจากน้ำตากับแผลเป็นในใจ ห๊ะ? เลิกโง่ให้เขาย่ำยีความรู้สึกได้แล้ว"
"ฉันไม่ได้โง่..." รินรดากระซิบเสียงแผ่วเบา มองลอดผ่านกระจกใสออกไปยังห้องทำงานที่ปิดสนิทของธาม "ฉันแค่วางหัวใจไว้ผิดที่... และไม่กล้าพอมันกลับคืนมาแค่นั้นเอง"
เมษาชะงักไปเมื่อเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกของเพื่อนรัก ในฐานะเพื่อนสนิทที่เห็นรินรดานั่งมองแผ่นหลังของธามมานับพันวัน เมษารู้ดีว่าคำพูดใดๆ ก็ไม่อาจฉุดรั้งคนที่จมน้ำตายในความรักข้างเดียวได้ ต่อให้มีแพลอยอยู่ตรงหน้า ถ้าใจเขาไม่อยากเกาะ ก็ไม่มีใครช่วยได้
แต่ก่อนที่บทสนทนาอันแสนหดหู่จะดำเนินไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาใกล้บริเวณโต๊ะทำงานของทั้งคู่ รินรดาและเมษาหันไปมองพร้อมกันโดยอัตโนมัติ
ร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสากลตัดเย็บอย่างประณีตปรากฏขึ้นตรงหน้า เขามีเส้นผมสีดำสนิทรับกับใบหน้าคมคายดั่งรูปสลัก ดวงตาคมปลาบสีนิลกาฬคู่นั้นกวาดมองรอบออฟฟิศนิ่งๆ ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่รินรดา มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่ห์อันตรายและความคุ้นเคยบางอย่างที่ทำให้ลมหายใจของรินรดากระตุกวูบ
"สวัสดีครับ... คุณรินรดาใช่ไหมครับ?"
เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเอ่ยทักทาย รินรดารู้สึกเหมือนโลกหยุดหมุนไปชั่วขณะ สมองของเธอขาวโพลน ชื่อของชายคนนี้วนเวียนอยู่ในหัวข้อสนทนาลับๆ ของแผนกมาหลายสัปดาห์—บุคคลที่ทำให้ธามเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ก่อนที่รินรดาจะทันได้เปล่งเสียงตอบอะไร ประตูห้องทำงานของธามก็เปิดผางออกมา ธามก้าวออกมาด้วยสีหน้าที่รีบร้อนที่สุดเท่าที่เมษาเคยเห็นมาในรอบห้าปี แต่เมื่อสายตาของธามปะทะเข้ากับร่างของแขกผู้มาเยือน รอยยิ้มกว้างที่รินรดาไม่เคยคิดว่าจะได้เห็นจากผู้ชายคนนี้ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมสันนั้นอย่างชัดเจน
"มาเร็วจังนะ... พีรภัทร" ธามเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนจนน่าตกใจ พลางเดินเข้ามาตบไหล่ชายหนุ่มคนนั้นเบาๆ อย่างสนิทสนม
รินรดานั่งแข็งทื่อเป็นหิน เมษาอ้าปากค้างตาค้าง เพราะบุคคลที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเธอในเวลานี้ คือ 'พีรภัทร'—อดีตคู่หมั้นหนุ่มไฮโซผู้ทรงอิทธิพลของธาม ที่เคยหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสามปีก่อน และเป็นการหายตัวไปครั้งนั้นเอง ที่สร้างบาดแผลทางใจและทำให้ธามปิดตายหัวใจ กลายเป็นผู้ชายเยชาชาติน้ำแข็งตราบจนถึงปัจจุบัน!
และตอนนี้... เขากลับมาแล้ว พร้อมกับรอยยิ้มที่ตั้งใจจะพังทลายทุกอย่างที่รินรดาอดทนสร้างขึ้นมาตลอดสามปีเต็ม
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกของตัวละคร ผ่านทุกหยดฝนและลมหายใจแห่งความคิดถึงด้วยกันนะครับ*
— **สายลมแผ่วเบา**
ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 6
แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!