ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 5

แสงแดดยามเช้า

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
สมุดบันทึกปกหนังสีเลือดหมูเล่มนั้นหนักอึ้งในมือรินรดา มากกว่าน้ำหนักของกระดาษและหมึกพิมพ์ มันคือความกดดันมหาศาลที่ถูกโยนใส่หน้าเธอผ่านเสียงปลายสายเมื่อคืน คำขู่ที่ว่า *‘ถ้าไม่อยากให้เขาต้องตาย’* ยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ราวกับลิ่มเหล็กแหลมที่ตอกตรึงหัวใจเธอไว้กับความหวาดกลัว รินรดานั่งนิ่งอยู่ริมหน้าต่างห้องทำงานในคอนโดมิเนียมของเธอ แสงสีส้มจางๆ ของยามเช้าทาบทับลงบนโต๊ะไม้ แต่เธอไม่ได้รู้สึกถึงความอบอุ่นนั้นเลย ปลายนิ้วเรียวสั่นเทาขณะเปิดหน้าสุดท้ายของสมุดเล่มนั้นซ้ำๆ ข้อความลายมือหวัดๆ ที่เธอเพิ่งอ่านจบไปเมื่อคืนยังคงเด่นชัดในความทรงจำ—มันไม่ใช่แค่บันทึกความลับของบริษัท แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่เชื่อมโยงถึงอุบัติเหตุเมื่อสามปีก่อน... อุบัติเหตุที่เกือบคร่าชีวิตพี่ชายของธาม และเป็นบาดแผลในใจที่ธามไม่เคยลืม เสียงเคาะประตูกระจกเบาๆ สองครั้งเรียกสติที่หลุดลอยของเธอกลับมา รินรดาเงยหน้าขึ้นด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเห็นเงาสูงคุ้นตาผ่านกระจกฝ้า ก่อนที่บานประตูกระจกจะถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ธามก้าวเข้ามาในห้องด้วยชุดสูทสีเข้มที่ดูเนี้ยบไร้ที่ติ ทว่าเรือนผมที่ยังคงชื้นเล็กน้อยและความยุ่งเหยิงของเนกไทที่คลายออก แสดงให้เห็นว่าเขาเพิ่งผ่านการเดินทางมาอย่างรีบเร่ง "คุณ..." รินรดาอ้าปากค้าง ซ่อนสมุดเล่มนั้นไว้ใต้กองเอกสารบนตักโดยอัตโนมัติ หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความกลัวว่าเขาจะรู้เรื่องคำขู่เมื่อคืนตีรวนขึ้นมาในลำคอ ธามไม่ตอบคำถาม เขาปรายตามองสภาพซีดเซียวของเธอ รอยคล้ำใต้ตาจางๆ และริมฝีปากที่แห้งผาก ขมวดคิ้วมุ่นโดยอัตโนมัติ "ไม่ได้นอนเลยสินะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่วิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างเฉียบขาด เขาสลัดมาตรการความสุขุมเยือกเย็นที่ใช้กับคนทั้งบริษัททิ้งไปชั่วขณะ ยามที่ก้าวเข้ามาประชิดโต๊ะทำงานของเธอ "ฉัน... แค่มีงานต้องเคลียร์ค่ะ คุณธามมีธุระอะไรด่วนเหรอคะ ถึงมาแต่เช้าขนาดนี้" เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด แต่ทว่าธามกลับมองทะลุผ่านความพยายามนั้นได้อย่างง่ายดาย ธามไม่ตอบคำถาม เธอเห็นเขาถอนหายใจยาว ชายหนุ่มวางแฟ้มเอกสารในมือลงบนโต๊ะเสียงดังกว่าปกตินิดหน่อย ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าแก้วกาแฟเย็นที่วางอยู่บนโต๊ะของเธอขึ้นมาดู แล้วขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม "กาแฟจืดชืดตั้งแต่เมื่อคืน แถมยังไม่แตะข้าวปลา น้ำตาลในเลือดคงดิ่งลงจนสมองไม่ทำงานแล้วมั้ง รินรดา" เขาว่า น้ำเสียงเจือความดุเล็กๆ อย่างที่ชอบทำเวลาลูกน้องทำงานพลาด แต่แววตาที่มองมากลับไม่มีความเกรี้ยวกราด มีเพียงความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความเคยชินของการเป็นเจ้านายจอมเผด็จการ ธามหันหลังเดินหายเข้าไปในส่วนเตรียมอาหารเล็กๆ ของห้องทำงาน รินรดามองตามด้วยความงุนงง เธอได้ยินเสียงเปิดตู้เย็น เสียงแก้วกระทบกันเบาๆ และกลิ่นหอมกรุ่นของขนมปังปิ้งที่ลอยโชว์ขึ้นมาในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา หัวใจของหญิงสาวกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดแล่นริ้วผ่านอกซ้าย ธาม... ผู้ชายที่มักจะยืนอยู่บนจุดสูงสุด ห่างเหิน เยชาชา และมองทุกคนจากเบื้องสูง ผู้ชายที่เธอแอบมองและเฝ้ารักมาตลอดหลายปี กำลังยืนงอะแงะทำอะไรร้อนๆ อยู่ในห้องครัวเล็กๆ ของเธอเนี่ยนะ? ไม่นานนัก ชายหนุ่มก็เดินกลับมาพร้อมจานกระเบื้องในมือ บนนั้นมีขนมปังทาแยมสตรอว์เบอร์รีที่ถูกตัดเป็นชิ้นพอดีคำ และแก้วมัคบรรจุน้ำอุ่นผสมมะนาวส่งกลิ่นหอมสดชื่น "กินซะ" เขาสั่งเสียงเข้ม วางจานลงตรงหน้าเธอ บังคับให้เธอต้องขยับกองเอกสารและซ่อนสมุดบันทึกเล่มนั้นให้พ้นสายตาโดยปริยาย "ถ้าคุณเป็นลมล้มพับไปกลางที่ประชุมวันนี้ งานที่กองอยู่บนโต๊ะผมใครจะรับผิดชอบ อย่าหาว่าผมใจร้ายที่ไม่เตือน" รินรดานิ่งงัน มองหน้าเขาสลับกับจานขนมปัง ความอบอุ่นสายหนึ่งตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาร้อนผ่าว มันไม่ใช่ความหรูหรา แต่มันคือความใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้ชายอย่างธามไม่เคยทำกับใคร... ไม่เคยเลยแม้แต่กับเมษา หรืออดีตคู่หมั้นของเขา "มองทำไม ขนมปังมันมีพิษรึไง" ธามเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นเธอนั่งนิ่งไม่ยอมขยับ เขาย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อให้สายตาอยู่ในระดับเดียวกับเธอ มือหนายื่นแก้วน้ำอุ่นขยับเข้ามาใกล้เธออีกนิด "ดื่มน้ำก่อน หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วรินรดา" การกระทำที่เป็นธรรมชาติ ไร้การปรุงแต่ง และความห่วงใยที่แฝงมาในคราบความดุ ทำให้กำแพงความกลัวในใจของรินรดาสั่นคลอน เธอยื่นมือที่สั่นเทาออกไปรับแก้วน้ำอุ่นมาถือไว้ ความร้อนจากแก้วแผ่ซ่านเข้าสู่ปลายนิ้ว ไล่ความเหน็บหนาวจากฝันร้ายเมื่อคืนให้จางลงไปบ้าง "ขอบคุณค่ะ..." เธอพึมพำเบาๆ หลบสายตาคมกริบที่มองตรงมา เพราะกลัวว่าเขาจะอ่านความรู้สึกอัดแน่นในดวงตาคู่นั้นออก ธามยืนมองเธอนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ เหมือนกำลังพิจารณาอะไรบางอย่าง มือหนายื่นออกไปโดยไม่ทันตั้งตัว ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขาแตะเบาๆ ที่พวงแก้มของเธอ ปัดปอยผมที่ตกลงมาบดบังใบหน้าออกไปอย่างนุ่มนวลสัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้ลมหายใจของรินรดาขาดห้วง ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน "อย่าแบกทุกอย่างไว้คนเดียว..." เสียงกระซิบของธามแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบของลมหนาว ทว่ากลับก้องกังวานในใจเธอลึกซึ้งที่สุด "ไม่ว่าคุณกำลังปิดบังอะไรอยู่... จำไว้ว่าผมไม่ได้ใจร้ายขนาดจะปล่อยให้คุณเผชิญมันคนเดียวหรอกนะ" คำพูดนั้นเกือบทำให้รินรดาร้องไห้ เธอเกือบจะหลุดปากสารภาพเรื่องสมุดบันทึกและคำขู่ทั้งหมดออกไปแล้ว หากเสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเธอจะไม่แผดเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบงัน ธามชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับเพิ่งรู้ตัวว่าทำเกินเลยกว่าขอบเขตเจ้านายและลูกน้อง เขากลับมาตีสีหน้านิ่งเรียบดังเดิม ทว่าสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่รินรดา รินรดากลืนก้อนสะอื้นลงคอ หันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างวาบ ชื่อเบอร์แปลกที่ไม่คุ้นเคยปรากฏขึ้น พร้อมกับข้อความใหม่ที่เพิ่งเด้งขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ เธอกลั้นใจกดเปิดอ่านข้อความนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก สีหน้าที่เพิ่งมีเลือดฝาดกลับซีดเผือดลงทันทีจนไร้สีเลือด สมุดในมือสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่ *“เปลี่ยนใจแล้วล่ะ... ถ้าไม่อยากให้ธามตายตอนนี้ แกต้องเอาสมุดมาให้ฉันที่ดาดฟ้าตึกเก่าริมแม่น้ำภายในเที่ยงนี้... มาคนเดียว ไม่อย่างนั้นศพแรกที่จะลอยน้ำคือคนที่แกกำลังนั่งกินขนมปังด้วยนั่นแหละ!”* รินรดาหันขวับไปมองหน้าธามที่กำลังยืนกอดอกมองเธอด้วยความสงสัย น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เอ่อล้นทะลักออกมาอาบแก้มในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางและอบอวลไปด้วยความคิดถึงใน "ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย" แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ — สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%