กาแฟในแก้วกระดาษส่งไออุ่นจางๆ จนเกือบจะเย็นชืด เช่นเดียวกับระยะห่างสามก้าวระหว่างเธอกับเขาในเวลานี้
รินรดากลืนก้อนความน้อยใจลงคออย่างเงียบเชียบ ขณะยืนอยู่มุมหนึ่งของห้องประชุมกระจกใส ปลายสายตาของเธอจับจ้องไปยังชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเทาเข้ม ธามกำลังก้มลงพูดคุยบางอย่างกับหญิงสาวคนใหม่ในทีมโปรเจกต์—พิมพ์ชนก—ผู้หญิงที่มีรอยยิ้มมั่นใจและดวงตาสุกใสเป็นประกาย รอยยิ้มแบบที่รินรดาไม่เคยคิดจะมี
"คุณธามคะ เรื่องเอกสารสรุปยอด... รินจัดการให้เรียบร้อยแล้วนะคะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นุ่มนวลตามเคย แม้หัวใจจะเต้นผิดจังหวะยามเมื่อเขาหันมามอง
ธามละสายตาจากพิมพ์ชนกเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคมกริบกวาดมองแฟ้มเอกสารในมือเธออย่างรวดเร็วราวกับเช็ครายการสินค้า "อ๋อ... ดีมากครับริน วางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ" เขากล่าวสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเป็นงานเป็นการ ไร้ซึ่งความใส่ใจพิเศษใดๆ ผิดกับเมื่อครู่ที่เขายังหัวسะรอกกับมุกตลกของพิมพ์ชนกอย่างออกรส
คำว่า "ดีมากครับริน" สั้นๆ นั้น หนักอึ้งเสียยิ่งกว่าก้อนหิน
รินรดาก้มหน้ารับคำ เธอวางแฟ้มลงเบาๆ บนโต๊ะทำงานของเขา นิ้วเรียวสัมผัสกับปกแฟ้มกระดาษค้างไว้นิดหนึ่ง เผื่อว่าเขาจะหันมาเอ่ยคำขอบคุณสักคำ หรือถามไถ่ความเหน็ดเหนื่อยตลอดสามคืนที่เธอนอนไม่หลับเพื่อจัดทำรายงานเล่มนี้ แต่มันไม่มี... ธามหันกลับไปหาพิมพ์ชนกทันทีเพื่อพูดถึงดีไซน์หน้าปกที่อีกฝ่ายเสนอ
ภาพนั้นบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก ความเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมากลางอกอย่างเงียบเชี่ยง
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา รินรดาชินชากับการเป็น "เงา" ที่คอยสนับสนุนเขาอยู่เบื้องหลัง เธอคือคนที่จำได้ว่าธามชอบกาแฟรสชาติไหน เวลาไหนที่เขาจะปวดหัวไมเกรน และเอกสารฉบับไหนที่เขาต้องใช้ก่อนประชุมเสมอ เธอคิดมาตลอดว่าความใส่ใจที่เสมอต้นเสมอปลายนี้มีความหมาย... จนกระทั่งวันนี้ วันที่เธอได้ตื่นจากความฝัน
"แกไหวไหมริน หน้าซีดเป็นไก่ต้มแล้วนะนั่น" เสียงกระซิบเบาๆ ของเมษาดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับแรงสะกิดที่หัวไหล่ เพื่อนสนิทเดินเข้ามาประชิดตัวตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ดวงตาของเมษากำลังลุกโชนด้วยความโกรธแทนเธอ
"ฉันไม่เป็นไรเมษา แค่... พักผ่อนน้อย" รินรดาฝืนยิ้มบางๆ รอยยิ้มที่ฝฝืนจนน่าสงสาร
"พักผ่อนน้อยหรือเพราะกำลังยืนมองคนใจร้ายที่มองไม่เห็นค่าคนใกล้ตัวกันแน่" เมษาพ่นลมหายใจอย่างขัดเคือง สายตาคมกริบมองเลยไปยังร่างสูงที่กำลังก้มหน้าก้มตาคุยงานอย่างสนิทสนมกับพิมพ์ชนก "แกดูเขาสิริน ตั้งแต่ยัยเด็กนั่นเข้ามา ธามเคยหันมามองแกเต็มตาบ้างไหม? งานทุกอย่างแกเป็นคนแบก แต่คนรับคำชมและความใส่ใจจากเขากลับเป็นคนอื่น"
ถ้อยคำของเมษาเหมือนเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงความจริงที่เธอดึงดันปฏิเสธมาตลอด
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดทางกายช่วยดึงสติให้เธอไม่เผลอร้องไห้ออกมาต่อหน้าคนนի้ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความรักข้างเดียวมันเหนื่อยล้าแบบนี้นี่เอง—เหนื่อยจนแทบไม่อยากหายใจ เหนื่อยจนรู้สึกว่าต่อให้พยายามวิ่งตามอีกฝ่ายไปสุดขอบฟ้า ระยะห่างระหว่างเธอกับเขาก็มีแต่จะกว้างขึ้นเรื่อยๆ
ช่วงบ่ายของวันเดียวกัน บรรยากาศในออฟฟิศเริ่มผ่อนคลายลงเมื่อใกล้เวลาเลิกงาน เสียงพนักงานจับกลุ่มพูดคุยกันเบาๆ แต่สำหรับรินรดานี่คือช่วงเวลาที่อึดอัดที่สุด หน้าจอคอมพิวเตอร์ยังคงสว่างวาบ แต่สมองของเธอว่างเปล่า
ธามก้าวออกจากห้องทำงานส่วนตัวพร้อมกับเอกสารกองโตในมือ เขากวาดสายตามองหาใครบางคน ก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงดังพอให้ได้ยินทั่วกัน
"มีใครพอจะว่างช่วยผมตรวจทานสไลด์พรีเซนต์ของพรุ่งนี้หน่อยไหมครับ? พอดีผมต้องรีบไปเคลียร์ธุระข้างนอก"
พิมพ์ชนกยกมือขึ้นทันทีด้วยรอยยิ้มสดใส "หนูว่างค่ะคุณธาม เดี๋ยวหนูช่วยดูให้เอง นานๆ ทีจะได้รบกวนเวลาส่วนตัวหัวหน้า ขอไถ่โทษด้วยการช่วยงานละกันนะคะ"
ธามชะงักไปนิด ก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ—รอยยิ้มอบอุ่นแบบที่รินรดาแทบจะไม่ได้เห็นมันมานานนับปี รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเอ็นดู
"ขอบคุณมากครับพิมพ์ ถ้าไม่ได้คุณผมแย่แน่เลย"
รินรดานั่งนิ่งอยู่หน้าจอของตัวเอง ความรู้สึกชาหนึบแผ่ซ่านไปทั่วร่าง ภาพเมื่อครู่ซ้อนทับกับอดีตครั้งเก่า สมัยที่ธามเคยเอ่ยประโยคทำทำนองนี้กับเธอ... สมัยที่เธอเคยเป็นคนเดียวที่เขานึกถึงยามมีปัญหา
ทว่า ตอนนี้ตำแหน่งนั้นถูกแทนที่อย่างง่ายดาย โดยที่เธอไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยปากทักท้วง
หญิงสาวตัดสินใจปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ เก็บกระเป๋าเอกสารอย่างเงียบเชียบ เธอไม่อยากอยู่ตรงนี้ ไม่
อยากเป็นส่วนเกินในภาพความสนิทสนมที่เขาสองคนกำลังสร้างขึ้น เมษาส่งสายตาเห็นใจมาให้จากโต๊ะฝั่งตรงข้าม แต่รินรดาส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงบอกว่าเธอขอตัวกลับก่อน
ก้าวเท้าพ้นจากประตูออฟฟิศ สายฝนปรอยปรายยามเย็นก็เริ่มโปรยลงมาอีกครั้ง หยาดน้ำฟ้าเย็นเฉียบกระทบเข้ากับผิวแก้ม รินรดายืนกางร่มสีเทาเข้มลำพังหน้าตึกสูง เธอมองหยดน้ำที่ไหลรินตามกระจกใส สะท้อนภาพเงาของตัวเองที่ดูโดดเดี่ยวเหลือเกิน
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ก้าวตามหลังมาพร้อมกับเสียงเรียกที่ทำให้หัวใจที่สงบลงแล้วกลับกระตุกวูบ
"ริน..."
รินรดาหันกลับไปช้าๆ หัวใจเต้นระส่ำด้วยความคาดหวังโง่ๆ ว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจ หรืออาจจะนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้กินข้าว หรือ... หรืออะไรก็ได้ที่จะทำให้เธอรู้สึกว่าเธอยังมีความสำคัญ
แต่ทว่า สิ่งที่ธามเอ่ยออกมากลับทำลายความหวังครั้งสุดท้ายของเธอจนแหลกละเอียด
"ริน... พอดีพรุ่งนี้เช้า ช่วยซื้อกาแฟสูตรพิเศษร้านหัวมุมตึกมาให้พิมพ์หน่อยนะ แก้วเดิมของเขาแหละ... พอดีพิมพ์ชอบรสชาติที่คุณรินเคยซื้อให้ผม น่าจะถูกปากเขาเหมือนกัน"
ดวงตากลมโตของรินรดาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความเจ็บปวดพวยพุ่งขึ้นมาจุกที่ลำคอจนพูดไม่ออก สติของเธอพร่าเลือนไปชั่วขณะ ยามเมื่อตระหนักได้ว่า... แม้แต่ความทรงจำระหว่างเธอกับเขา เขาก็ยังหยิบยื่นมันไปให้คนอื่นอย่างไร้เยื่อใย
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความรู้สึกอัดแน่นในใจของรินรดานะครับ — สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 7
รอยยิ้มที่จางหาย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!