"ถ้าคุณคิดจะใช้ผู้หญิงคนนี้เป็นหมากในเกมของคุณอีกละก็ บอกไว้ตรงนี้เลยว่าคุณคิดผิดถนัด เพราะคราวนี้ผมจะไม่ยอมให้คุณแตะต้องเธอแม้แต่ปลายเส้นผม"
ธามเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ดุดัน ทุกคำพูดเหมือนถูกกรีดออกมาจากความอดทนที่สิ้นสุดลง เขาขยับตัวไปยืนบังหน้าของรินรดาไว้มิดชิด ความสูงโปร่งของเขาไม่ได้เป็นเพียงเกราะกำบังทางกายภาพ แต่มันคือเส้นแบ่งที่เขาตัดสินใจขีดขึ้นมาใหม่หลังจากที่พยายามฝังกลบมันไว้ในใจมาตลอดหลายปี
ชายสูงวัยในชุดสูทสีเข้ม—คุณธนัท พ่อของธาม—ไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านต่อท่าทีแข็งกร้าวของลูกชาย เขายังคงยืนนิ่งภายใต้แสงไฟสลัว ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองผ่านไหล่ของธามไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าซีดเผือดของรินรดาเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแค่นยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา
"เกมงั้นหรือธาม? แกคงลืมไปว่าอำนาจที่แกใช้ยืนหยัดอยู่ทุกวันนี้ มาจากใคร" น้ำเสียงของคุณธนัทราบเรียบ ทรงอำนาจ และบาดลึก "ความรักแบบเด็กๆ ของแกน่ะเหรอ จะเอามาคานอำนาจกับความอยู่รอดของบริษัท? รินรดา... เธอเองก็น่าจะรู้ดีว่าตัวจริงของเธอคืออะไร ไม่ใช่แค่คนใช้ความรู้สึกมาเหนี่ยวรั้งลูกชายฉันไว้"
รินรดาที่ยืนอยู่ด้านหลังตัวสั่นเทา มือของเธอกำชายเสื้อของธามไว้แน่น ความรู้สึกอัดอั้นในอกมันเหมือนฝนที่ตกหนักจนล้นเขื่อน เธอรู้ดีว่าคำพูดเหล่านั้นไม่ใช่การดูถูกที่ไร้ความหมาย แต่มันคือความจริงที่เธอพยายามหลอกตัวเองมาตลอดว่ามันไม่มีวันเกิดขึ้น
ธามหมุนตัวกลับไปมองรินรดาเพียงชั่วพริบตา แววตาของเขาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงเมื่อสบตากับดวงตาคู่สวยที่รื้นไปด้วยหยาดน้ำใส เขาไม่ได้พูดอะไร แต่สัมผัสจากมือหนาที่คว้ากุมมือของเธอไว้แน่นคือคำตอบทั้งหมด เขากำลังบอกเธอว่า 'ผมอยู่ที่นี่'
"ริน กลับเข้าบ้านไปก่อนครับ" ธามสั่งเสียงนุ่ม ทว่าเด็ดขาด
"แต่ธาม..."
"ผมบอกให้เข้าไปครับ" เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับพ่ออีกครั้ง พร้อมกับกระชากคอเสื้อนอกของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะก้าวเดินไปหาคุณธนัทอย่างไม่เกรงกลัว "ถ้าคุณมีอะไรจะพูด ก็พูดกับผมคนเดียว อย่าได้เอาเธอมาเกี่ยวข้องอีก ครั้งนี้ไม่ใช่คำขอร้อง แต่เป็นการประกาศสงครามที่คุณก็รู้ดีว่าผมทำได้จริง"
คุณธนัทหัวเราะหึๆ ในลำคอ บรรยากาศรอบข้างที่เคยเงียบสงัดกลับอัดแน่นไปด้วยแรงกดดัน ธามเริ่มก้าวเดินผ่านประตูรั้วออกไปสู่พื้นที่ของพ่อ การก้าวข้ามเส้นที่เขาเคยสร้างขึ้นเพื่อป้องกันตัวเองจากอิทธิพลของผู้เป็นพ่อคือการประกาศความเป็นอิสระอย่างแท้จริง
เขาเดินนำคุณธนัทออกไปที่รถคันหรูที่จอดรออยู่ห่างออกไป เพื่อไม่ให้รินรดาต้องได้ยินสิ่งที่เขาจะพูดหลังจากนี้ ธามหยุดยืนอยู่ตรงหน้าพ่อ แสงไฟจากเสาหน้าบ้านสาดลงมาที่ใบหน้าของทั้งคู่ เห็นชัดถึงความโกรธแค้นที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความนิ่งขรึม
"คุณต้องการอะไรกันแน่?" ธามถามพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของผู้เป็นพ่อ
"ฉันมาเพื่อเตือนแก เรื่องหุ้นส่วนที่แกกำลังจะตัดสินใจ... และเตือนเรื่องผู้หญิงคนนั้น" คุณธนัทก้าวเข้ามาใกล้ธามจนได้กลิ่นซิการ์จางๆ "ถ้าแกเลือกจะปกป้องเธอ แกจะต้องสูญเสียทุกอย่างที่แกสร้างมาด้วยมือตัวเอง แกพร้อมจะกลายเป็นคนไม่มีอะไรเหลือเพื่อผู้หญิงคนเดียวงั้นหรือ?"
ธามนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ลมหายใจของเขาหนักหน่วง ความคิดคำนึงถึงรินรดาพรั่งพรูเข้ามาในหัว ภาพรอยยิ้มจางๆ ของเธอ ความอบอุ่นที่เธอมีให้แม้ในวันที่เขาเย็นชาใส่ มันคือสิ่งที่เขาไม่เคยพบเจอจากโลกที่เต็มไปด้วยผลประโยชน์และอำนาจแบบที่พ่อของเขามี
"ถ้าการมีทุกอย่าง หมายถึงการต้องทิ้งหัวใจของตัวเองไป... ผมก็ขอเป็นคนที่ไม่มีอะไรเลยดีกว่า" ธามตอบกลับอย่างมั่นคง สายตาเขามุ่งมั่นจนคนเป็นพ่อถึงกับชะงัก
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน รินรดาที่ดูเหมือนจะทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอก้าวออกมาจากประตูบ้านด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยดน้ำตา แต่ดวงตาของเธอกลับแน่วแน่
"คุณธนัทคะ..." รินรดาเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่สั่นเครือแต่ก้องกังวาน "ถ้าความสุขของธามคือความผิด... ฉันก็ยินดีที่จะเป็นคนรับความผิดนั้นไว้เอง แต่ขอให้คุณเข้าใจเถอะค่ะ ว่าธามไม่ใช่ตุ๊กตาที่คุณจะเชิดได้ตามใจชอบอีกต่อไปแล้ว"
คุณธนัทมองรินรดาด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความประหลาดใจแกมสมเพช เขาค่อยๆ ยกยิ้มที่น่ากลัวขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลออกมาจากกระเป๋าเสื้อโค้ทแล้วยื่นให้กับธาม
"ถ้าเธอรักแกมากขนาดนั้น... ก็ลองดูเอกสารพวกนี้ให้ดีก่อนเถอะธาม ว่าสิ่งที่แกปกป้องอยู่น่ะ... มันบริสุทธิ์อย่างที่แกคิดหรือเปล่า"
ธามขมวดคิ้ว มือที่รับซองเอกสารนั้นมาสั่นเทาอย่างประหลาด รินรดาเบิกตากว้างเมื่อเห็นตราประทับบนซองที่คุ้นเคย มันคือเอกสารชุดเดียวกับที่เธอเคยแอบเก็บไว้และคิดว่าทำลายไปแล้ว... ความลับที่เธอเก็บงำมาตลอดเพื่อไม่ให้ธามต้องเสียใจกำลังจะถูกเปิดเผยในวินาทีนี้
ธามดึงเอกสารออกมา เขาไล่สายตาอ่านเพียงครู่เดียว ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนจากความมุ่งมั่นกลายเป็นความว่างเปล่าจนน่าใจหาย เขาเงยหน้าขึ้นมองรินรดาด้วยสายตาที่เธออ่านไม่ออก ก่อนจะหันกลับไปถามพ่อด้วยเสียงแหบพร่า
"นี่มันหมายความว่ายังไง... รินเป็นคนทำเรื่องนี้จริงหรือ?"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย" เสมอมานะครับ
ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 18
กำแพงที่พังทลาย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!