“ถ้าวันนี้คุณยังไม่กล้าพูด... ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะได้เห็นรอยยิ้มของเธอที่ส่งให้คุณคนเดียวอีกเลยนะธาม”
เมษาเอ่ยประโยคนั้นทิ้งไว้ ก่อนจะหมุนตัวเดินหายเข้าไปในฝูงชนที่พลุกพล่านกลางห้างสรรพสินค้าใจกลางเมือง ทิ้งให้ธามยืนนิ่งอยู่กลางทางเดินที่ผู้คนต่างขวักไขว่ แต่สำหรับเขา โลกทั้งใบกลับหยุดหมุนไปตั้งแต่วินาทีที่เห็นรินรดากำลังก้าวเดินไปขึ้นรถของใครอีกคน
ธามกระชับสูทตัวนอกที่เขาสวมใส่อย่างไม่คุ้นชิน มือไม้ของเขาเย็นเฉียบ ความสับสนในใจปะทะกับความกลัวที่ฝังรากลึกในอก เขาเป็นคนขี้ขลาด... ใช่ เขาเพิ่งยอมรับกับตัวเองในวินาทีนี้ เขาใช้ความสุขุมมาปิดบังความอ่อนแอ ใช้ความเงียบมาเป็นเกราะกำบังความกลัวที่จะสูญเสีย แต่ดูเหมือนว่าเกราะนั้นกำลังจะแตกร้าวลงต่อหน้าต่อตา
รินรดายืนอยู่ตรงนั้น... ห่างออกไปเพียงไม่กี่ก้าว เธออยู่ในชุดเดรสสีครีมอ่อนที่ดูเรียบง่ายแต่สะกดสายตาของเขาเสมอมา ใบหน้าหวานละมุนนั้นกำลังก้มลงมองหน้าจอโทรศัพท์ คิ้วเรียวขมวดเล็กน้อยด้วยความกังวล
*‘ถ้าฉันเข้าไปตอนนี้... ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปตลอดกาลไหม?’*
ธามถามตัวเองในใจ หัวใจเต้นรัวจนเขากลัวว่าคนข้างๆ จะได้ยินเสียงของมัน
เขาก้าวเท้าออกไปโดยไร้การวางแผน แรงผลักดันมหาศาลจากคำพูดของเมษาบวกกับความทรมานที่เขาเก็บกดไว้มานับปีมันระเบิดออกมา เขาเดินฝ่าฝูงชนเข้าไปหาเธอ คนรอบข้างเริ่มหันมามองชายหนุ่มในชุดสูทที่ดูเร่งรีบและแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นปนความประหม่า
“ริน!”
เสียงของเขาไม่ได้ดังมากนัก แต่มันกังวานและหนักแน่น รินรดาชะงัก เธอหันกลับมามองด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าเป็นเขา
“ธาม... คุณมาทำอะไรที่นี่คะ” รินรดาถามเบาๆ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความสับสน แต่ธามไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปอีกแล้ว เขาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เริ่มหยุดเดินและจับจ้องมายังทั้งคู่
“ผมมาเพราะผมหยุดตัวเองไม่ได้อีกแล้ว” ธามพูด พลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่เขามักจะหลบเลี่ยงเสมอ “ริน... ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเอาแต่หนี ผมเอาแต่สร้างกำแพงกั้นระหว่างเราเพราะความกลัว ผมกลัวว่าถ้าผมเข้าใกล้คุณมากเกินไป ผมจะทำลายความสดใสที่คุณมี”
รินรดานิ่งงัน มือของเธอกำสายกระเป๋าแน่น ความกดดันรอบข้างดูเหมือนจะเบาบางลงเหลือเพียงพื้นที่ระหว่างเขากับเธอ
“ผมเป็นคนโง่ที่ปล่อยให้คุณรอมานานเกินไป” ธามสูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับจะรวบรวมลมหายใจทั้งหมดของชีวิตไว้ในปอด “ผมอาจจะไม่ใช่คนที่สมบูรณ์แบบ แต่อยากให้คุณรู้ไว้ว่า... ตั้งแต่วันแรกที่ผมรู้จักคุณ จนถึงวินาทีนี้ ไม่มีนาทีไหนเลยที่หัวใจของผมจะว่างเปล่าจากชื่อของคุณ ริน... ผมรักคุณครับ”
คำพูดนั้นเรียบง่ายแต่ทรงพลังราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจคนฟัง เสียงซุบซิบรอบข้างเงียบลงราวกับถูกมนต์สะกด รินรดาอ้าปากค้าง ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยดน้ำใส เธอไม่เคยคาดคิดว่าคนอย่างธาม... ชายผู้เย็นชาและเฉยเมย จะกล้าเอ่ยถ้อยคำเหล่านี้กลางที่สาธารณะ
“ธาม... คุณรู้ไหมว่าคุณกำลังพูดอะไรอยู่...” เธอถาม เสียงสั่นพร่า
“ผมรู้ดีที่สุดครับ” ธามก้าวเข้าไปอีกก้าวหนึ่งโดยไม่สนสายตาใคร เขาเอื้อมมือไปกุมมือของรินรดาไว้แน่น “และผมจะไม่ปล่อยให้คุณไปไหนอีกแล้ว”
ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยตอบ บรรยากาศอบอุ่นที่ควรจะเต็มไปด้วยความโล่งใจกลับถูกทำลายลงด้วยเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ของธามที่สั่นรัวในกระเป๋ากางเกง เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาดูเพียงแวบเดียว แววตาของธามเปลี่ยนไปทันที ราวกับความหวังที่เพิ่งจุดติดถูกพายุโหมกระหน่ำดับวูบลง
ข้อความบนหน้าจอนั้นสั้นแต่ทำลายล้างความรู้สึกของเขาจนหมดสิ้น
*‘คุณคงคิดว่าความรักจะช่วยชำระล้างความผิดพลาดในอดีตได้งั้นหรือธาม? อย่าลืมเสียล่ะ ว่าเธอยังไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคืนนั้น’*
ธามปล่อยมือรินรดาโดยไม่ตั้งใจ ความเย็นเยียบไหลผ่านฝ่ามือของเขาไปสู่หัวใจ รินรดามองท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเขาด้วยความฉงน ขณะเดียวกัน ชายในชุดสีดำสนิทคนหนึ่งที่ยืนปะปนอยู่ในฝูงชนห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตร ก็ค่อยๆ ก้าวตรงมาทางพวกเขา พร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ธามรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่กรงขังที่เขาหนีมาตลอดชีวิต
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านความรู้สึกมาจนถึงวินาทีที่หัวใจสั่นคลอนนะครับ
สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 29
นาทีวิกฤต
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!