"ถ้าความหวังเดียวของเธอคือการรอให้ฉันเปลี่ยนไป... ฉันเกรงว่าเธอคงต้องเสียเวลาไปตลอดชีวิตแล้วล่ะ รินรดา"
ถ้อยคำนั้นยังคงก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท มันไม่ใช่เสียงตะโกน แต่มันคือเสียงกระซิบที่เย็นเยียบและบาดลึกยิ่งกว่าคมมีด รินรดายืนนิ่งอยู่หน้าบานกระจกเงาในห้องน้ำที่ดูพร่ามัวเพราะไอน้ำที่เกาะพราว เธอจ้องมองภาพสะท้อนของตัวเอง—หญิงสาวที่ดูอ่อนล้า ดวงตาคู่เดิมที่เคยฉายแววแห่งความศรัทธาในตัวชายคนหนึ่งบัดนี้กลับว่างเปล่า
เธอหยิบลิปสติกแท่งโปรดขึ้นมา ทว่ากลับวางมันลงอย่างไร้น้ำหนัก มือของเธอสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อนึกถึงแววตาของธามในตอนที่เขาเอ่ยประโยคนั้นออกมา แววตาที่ไร้ซึ่งความอาลัยอาวรณ์ แววตาของคนที่ขีดเส้นแบ่งระหว่าง 'เรา' กับ 'ความจริง' ไว้อย่างชัดเจนจนไม่มีช่องว่างให้เธอแทรกตัวเข้าไปได้อีก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะที่คุ้นเคย
"ริน... เธอโอเคไหม?" เสียงของเมษาดังลอดเข้ามา น้ำเสียงนั้นแฝงไปด้วยความห่วงใยอย่างที่เพื่อนคนหนึ่งจะมอบให้ได้
รินรดาไม่ตอบในทันที เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรวบรวมเศษเสี้ยวของความเข้มแข็งที่เหลืออยู่ "เข้ามาเถอะเมษา"
เมื่อบานประตูเปิดออก เมษาเดินเข้ามาพร้อมกับถ้วยชาอุ่นๆ ในมือ เธอวางมันลงบนเคาน์เตอร์หินอ่อนก่อนจะมองเพื่อนสาวผ่านกระจกเงา ดวงตาของเมษาไม่ได้ถามไถ่เพียงแค่อาการ แต่มันกำลังอ่านลึกเข้าไปในจิตใจที่บอบช้ำของเพื่อน
"เขายังเป็นเหมือนเดิมใช่ไหม" เมษาถามสั้นๆ แต่นั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้กำแพงในใจของรินรดาพังทลายลง
"เขาไม่ได้เปลี่ยนไปหรอกเมษา" รินรดาหมุนตัวกลับมา เผยให้เห็นแววตาที่เริ่มมีความแข็งกร้าวซ่อนอยู่ใต้ความโศกเศร้า "คนที่เปลี่ยนไปน่ะ... คือฉันต่างหาก"
"หมายความว่ายังไง?"
"ฉันใช้เวลาไปกับการพยายามจดจำทุกรายละเอียดของเขา จนลืมไปว่าในชีวิตที่เหลืออยู่ของฉัน มันไม่จำเป็นต้องมีเขาอยู่ในทุกองศาอีกต่อไป" รินรดาเว้นจังหวะ เธอเดินไปที่หน้าต่าง บานกระจกที่เปิดทิ้งไว้ทำให้กลิ่นดินหลังฝนตกหอมฟุ้งเข้ามาปะทะจมูก แต่มันกลับไม่ทำให้เธอรู้สึกโหยหาอย่างที่เคยเป็น "ฉันตัดสินใจแล้วนะเมษา... ฉันจะย้ายไปที่อื่น ที่ที่ไม่มีใครรู้จักฉัน ที่ที่ชื่อของ 'ธาม' จะไม่กลายเป็นเข็มทิศในการใช้ชีวิตของฉันอีก"
เมษานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอรู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ทุ่มเทให้กับความรักครั้งนี้มากเพียงใด แต่ในวินาทีที่เห็นแววตาแน่วแน่ของรินรดา เธอก็เข้าใจว่านี่ไม่ใช่การตัดสินใจจากอารมณ์ชั่ววูบ แต่มันคือการตัดสินใจที่ผ่านการกรีดเลือดของตัวเองมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
"เธอแน่ใจนะริน... ว่านั่นคือทางออก" เมษาถามเบาๆ
"ฉันแค่ต้องการมีชีวิตอยู่โดยไม่ต้องถามตัวเองในทุกเช้าว่า... วันนี้เขาจะรักฉันบ้างไหม" รินรดาแค่นยิ้ม "มันเหนื่อยเกินไปแล้วเมษา มันเหนื่อยจนฉันเริ่มไม่รู้จักตัวเองแล้วว่าความสุขของฉันคืออะไรกันแน่"
ตลอดทั้งบ่าย รินรดาเริ่มต้นจัดการกับข้าวของส่วนตัว หนังสือเล่มโปรดที่ธามเคยให้ของขวัญ รูปถ่ายที่เคยยิ้มให้กัน ทุกอย่างถูกเก็บลงกล่องทีละชิ้น ราวกับเธอกำลังทำพิธีศพให้กับความรักที่ตายไปแล้วของตัวเอง เธอทำมันอย่างใจเย็น แม้ในใจจะรวดร้าวเพียงใด แต่ทุกการเคลื่อนไหวกลับหนักแน่นและมั่นคง
ในจังหวะที่เธอกำลังก้มลงหยิบหนังสือเล่มสุดท้ายใต้ลิ้นชักโต๊ะทำงาน เธอก็พบกับซองจดหมายเก่าๆ สีเหลืองกรอบ มันคือจดหมายที่เธอเขียนถึงธามในวันครบรอบปีแรก แต่มันไม่เคยถูกส่งออกไป เพราะเธอรู้ดีว่าเขาไม่เคยใส่ใจกับวันเวลาเหล่านั้น
มือที่สั่นเทาหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาอ่านช้าๆ ทุกตัวอักษรคือหลักฐานของความโง่เขลาที่เธอเคยมอบให้เขาโดยไม่หวังผลตอบแทน เธอหัวเราะให้กับความซื่อตรงของตัวเองก่อนจะฉีกจดหมายนั้นเป็นชิ้นๆ ต่อหน้าต่อตาเมษา
"ริน..." เมษาเรียกชื่อเพื่อนเบาๆ
"ฉันไม่ได้โกรธเขาหรอกนะเมษา" รินรดาพูดพลางกวาดเศษกระดาษทิ้งลงถังขยะ "ฉันแค่ขอบคุณเขา... ที่อย่างน้อยความเย็นชาของเขาก็ทำให้ฉันตื่นจากฝันได้เร็วขึ้น ก่อนที่ฉันจะสายเกินไป"
เย็นวันนั้น ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมเทา ลมหนาวพัดพาความเหงามาเยือนห้องพักที่กำลังจะกลายเป็นเพียงอดีต รินรดาเดินไปที่ระเบียง มองดูผู้คนเบื้องล่างที่ต่างเร่งรีบกลับบ้านไปหาครอบครัวหรือคนที่รัก เธอไม่รู้สึกอิจฉาอีกต่อไป เธอเพียงแค่รู้สึกถึงอิสระที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า
ทว่า ในวินาทีที่เธอกำลังจะปิดม่านเพื่อเตรียมตัวสำหรับการจากลา เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะก็ดังขึ้น หน้าจอแสดงชื่อที่เธอไม่ได้เห็นมาหลายสัปดาห์... 'ธาม'
หัวใจของเธอเต้นกระหน่ำเหมือนเพิ่งเริ่มหัดเต้นใหม่ๆ ความลังเลฉายชัดบนใบหน้า เธอควรจะรับสายไหม? หรือควรจะปล่อยให้มันเป็นเพียงเสียงเรียกเข้าที่ไม่มีวันได้รับคำตอบ?
รินรดาสูดหายใจลึก ยื่นมือไปแตะหน้าจอเพื่อตัดสาย แต่แล้วเสียงเคาะประตูดังรัวขึ้นจากด้านนอกพร้อมกับเสียงที่คุ้นเคยจนน่าใจหาย
"รินรดา! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ผมรู้ว่าคุณอยู่ในนั้น!"
นั่นไม่ใช่เสียงของเพื่อนบ้านที่มาทวงค่าเช่า และไม่ใช่เสียงของเมษา... มันคือเสียงของเขา ธามยืนอยู่หน้าประตูห้องของเธอ ในเวลาที่เธอเพิ่งตัดสินใจจะเดินจากไปตลอดกาล รินรดายืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางห้อง ห่างจากประตูเพียงไม่กี่ก้าว ลมหายใจของเธอติดขัดเมื่อเสียงกลอนประตูดังขึ้นจากการที่ใครบางคนกำลังใช้กุญแจสำรองที่เธอไม่เคยรู้ว่าเขาถือครองมันไว้... ไขเข้ามาในห้องของเธอ!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเฝ้ามองหัวใจของรินรดามาถึงตอนนี้นะครับ
ด้วยความเคารพจากใจ,
สายลมแผ่วเบา
ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 24
การตัดสินใจของรินรดา
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!