ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 25

ของขวัญชิ้นสุดท้าย

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“ถ้าจะให้ขนาดนี้ ทำไมไม่บอกเขาไปตรงๆ เลยล่ะริน?” เสียงของเมษาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานเล็กๆ ของรินรดา มันไม่ใช่คำถามที่ต้องการคำตอบ แต่มันคือการแทงใจดำที่หนักหน่วงพอจะทำให้คนฟังมือสั่น กล่องของขวัญกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มวางนิ่งอยู่บนโต๊ะไม้โอ๊ค พื้นผิวมันวาวของมันดูเย็นเยียบเมื่อเทียบกับความร้อนรุ่มในอกของหญิงสาว รินรดาไม่ตอบ เธอเพียงแต่ใช้นิ้วเรียวไล้ไปตามขอบกล่องอย่างแผ่วเบา เหมือนกำลังสัมผัสใบหน้าของใครบางคนที่เธอไม่อาจเอื้อมถึง สายตาของเธอทอดมองออกไปนอกหน้าต่างที่กระจกเริ่มขึ้นฝ้าเพราะอุณหภูมิที่แตกต่าง ในความทรงจำของเธอ... ธามมักจะยืนอยู่ตรงนั้นเสมอ ในที่ที่เธอทำได้เพียงแค่ 'มองเห็น' แต่ไม่เคย 'ครอบครอง' “บางครั้ง การให้โดยไม่หวังผลตอบแทน คือความกล้าหาญที่สุดของคนที่ขี้ขลาดอย่างฉันนะเมษา” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าสั่นเครือในตอนท้าย “ฉันไม่ได้อยากให้เขารู้สึกผิด และยิ่งไม่อยากให้เขาต้องลำบากใจเพราะความรู้สึกของฉัน” “ความรักไม่ใช่เรื่องของความสงสารริน แต่มันคือการสื่อสาร ถ้าเธอเงียบ... เขาก็จะไม่มีวันได้ยิน” รินรดาแค่นยิ้ม เธอหยิบการ์ดใบเล็กที่เขียนด้วยลายมือบรรจงขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ข้อความเพียงไม่กี่บรรทัดที่กลั่นออกมาจากหัวใจตลอดสามปีที่ผ่านมา เธอเขียนมันด้วยความรักที่เจือความเศร้า เหมือนฝนที่ตกไม่เคยหยุดในใจของเธอตลอดเวลาที่อยู่ใกล้เขา “ของขวัญชิ้นนี้... คือจุดสิ้นสุดของการรอคอยของฉัน” เธอพูดพลางวางการ์ดลงในกล่อง ก่อนจะปิดฝามันลงด้วยเสียงที่ดังก้องในความเงียบ เมษาถอนหายใจยาวก่อนจะเดินเข้ามาบีบไหล่เพื่อนสนิทเบาๆ “แล้วถ้าเขาถามหาคนให้ล่ะ?” “เขามีวิธีจัดการกับความไม่ชัดเจนได้ดีเสมอ ธามไม่เคยตั้งคำถามกับสิ่งที่เขาไม่ต้องการคำตอบหรอก” รินรดาตอบพลางลุกขึ้นยืน ความสูงของเธอไม่ได้ช่วยให้รู้สึกมั่นคงขึ้นเลยในนาทีนี้ “วันนี้ฉันจะไปที่ออฟฟิศเขา ฝากวางไว้ที่โต๊ะเลขาฯ ก็พอแล้ว ฉันไม่อยากเจอเขา... อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในสภาพที่ฉันยังไม่พร้อมจะเห็นแววตาเฉยเมยคู่นั้น” ตลอดเส้นทางที่เดินทางไปบริษัทของธาม ฝนเริ่มโปรยปรายลงมาอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย กลิ่นไอฝนผสมกับกลิ่นควันรถทำให้นึกถึงวันที่เธอพบเขาครั้งแรก วันนั้นเขาก็ยืนหลบฝนอยู่หน้าอาคารด้วยท่าทางสุขุมและเย็นชาแบบเดิมเป๊ะ ราวกับว่ากาลเวลาไม่เคยทำอะไรคนอย่างเขาได้ ในขณะที่หัวใจของเธอเปื่อยยุ่ยและพังทลายลงทีละน้อยทุกครั้งที่ฝนตกลงมา เมื่อมาถึงชั้นบนสุดของตึก รินรดาตัดสินใจเดินเลี่ยงไปทางบันไดหนีไฟที่เงียบเชียบ เธอเลือกที่จะวางกล่องใบนั้นไว้บนโต๊ะทำงานของเขาด้วยมือของตัวเอง แทนที่จะฝากไว้กับเลขาฯ มันคือความดื้อรั้นครั้งสุดท้ายที่เธอจะมอบให้ตัวเอง ห้องทำงานของธามกึ่งเปิดกึ่งปิด กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางจางในอากาศ—กลิ่นไม้ซีดาร์และกาแฟคั่วเข้ม รินรดาวางกล่องลงบนเอกสารกองโตอย่างรวดเร็ว หัวใจของเธอเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมาข้างนอก ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากทางด้านหลัง “ริน?” ร่างของหญิงสาวชะงักกึก เธอไม่ได้หันกลับไปมอง แต่แผ่นหลังที่สั่นไหวของเธอก็ฟ้องชัดว่ากำลังตื่นตระหนก ธามยืนอยู่ที่ประตู แสงไฟจากโถงทางเดินทอดผ่านเงาของเขาเข้ามาในห้อง ทำให้ร่างสูงโปร่งนั้นดูน่าเกรงขามและห่างไกลยิ่งกว่าเดิม “คุณมาทำอะไรที่นี่ แล้วนั่น...” ธามกวาดสายตามองกล่องบนโต๊ะ ก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย “นั่นอะไรครับ?” รินรดาพยายามควบคุมลมหายใจ เธอหมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับเขา พยายามปั้นรอยยิ้มที่คิดว่าดูเป็นปกติที่สุด “ของขวัญวันเกิดย้อนหลังน่ะค่ะ... พอดีเห็นว่ามันเหมาะกับคุณ ก็เลยเอามาฝาก” ธามเดินเข้ามาใกล้ช้าๆ สายตาของเขายังคงนิ่งสนิทจนอ่านไม่ออก “ผมบอกแล้วใช่ไหมว่าไม่จำเป็นต้องลำบาก” “ไม่ลำบากเลยค่ะ” เธอตัดบท “ฉันแค่... อยากจะเคลียร์ทุกอย่างให้จบก่อนที่ฉันจะตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ” คำว่า ‘ไปต่างประเทศ’ ดูเหมือนจะทำให้อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย ธามจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอ แววตาคู่นั้นที่เธอเคยหลงใหล กลับกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เธอเจ็บปวดในเวลานี้ เพราะในนั้นไม่มีแม้แต่ความลังเลหรือความอาวรณ์ “งั้นเหรอ” เขาเอ่ยสั้นๆ “แล้วคุณจะไปเมื่อไหร่?” “เร็วๆ นี้ค่ะ” รินรดาตอบ ก่อนจะก้มหน้าลง “ฉันคงไม่รบกวนคุณอีกแล้วนะธาม... ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา” เธอกำลังจะเดินผ่านเขาไป แต่แล้วมือแกร่งของธามก็คว้าเข้าที่ต้นแขนของเธอไว้แน่น รินรดาสะดุ้งสุดตัว ความร้อนจากฝ่ามือเขาซึมผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิวหนัง ทำให้ใจของเธอสั่นไหวอย่างรุนแรง “ริน... ผมว่าเราควรคุยกันให้ชัดเจน” เสียงของเขาต่ำลงจนฟังดูน่าขนลุก “เรื่องอะไรคะ? เรื่องของขวัญ... หรือเรื่องที่เราเป็นได้แค่คนรู้จัก?” รินรดาถามเสียงสั่น ธามไม่ได้ตอบในทันที เขาปล่อยมือจากแขนเธอแล้วหยิบกล่องใบนั้นขึ้นมาเปิดออก การ์ดใบที่เธอตั้งใจเขียนร่วงหล่นลงบนพื้น แต่สิ่งที่อยู่ในกล่องนั้นกลับทำให้ดวงตาของธามเบิกกว้างขึ้น มันไม่ใช่ของขวัญธรรมดา แต่มันคือ... ธามหันกลับมามองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ราวกับเขากำลังเห็นเธอเป็นคนแปลกหน้าที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน “ริน... นี่คุณเอาของสิ่งนี้มาจากไหน” น้ำเสียงของเขาสั่นพร่า “และใคร... เป็นคนบอกให้คุณเอาของสิ่งนี้มาคืนให้ผมในวันนี้!” ผมหวังว่าทุกท่านจะมีความสุขและดำดิ่งไปกับห้วงอารมณ์ของตัวละครในบทนี้ แล้วพบกันในตอนหน้าครับ จากใจ, สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%