ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย•ตอนที่ 26

ความโดดเดี่ยวของธาม

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ยินดีด้วยนะคุณธาม นี่คือจุดสูงสุดที่คุณรอคอยมาตลอดสามปี... แล้วคุณจะไปฉลองที่ไหนต่อล่ะครับ?" เสียงของหุ้นส่วนธุรกิจคนสำคัญดังก้องอยู่ในโสตประสาท แต่มันกลับฟังดูไกลแสนไกล ราวกับมีม่านหมอกหนาทึบขวางกั้นระหว่างธามกับโลกแห่งความเป็นจริง ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่กลางห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้า ทอดสายตามองแสงไฟระยิบระยับของเมืองหลวงเบื้องล่างที่ดูราวกับอัญมณีที่ถูกโปรยไว้บนกำมะหยี่สีดำ ในมือของเขาคือถ้วยแก้วคริสตัลบรรจุวิสกี้ชั้นดีที่ยังไม่พร่องไปแม้แต่หยดเดียว เขาเพิ่งเซ็นสัญญาฉบับประวัติศาสตร์ที่เปลี่ยนให้บริษัทเล็กๆ ของเขากลายเป็นยักษ์ใหญ่ในวงการ ทุกอย่างที่เขาเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจมาตลอดชีวิตวางอยู่ตรงหน้าแล้ว แต่น่าแปลก... ในวินาทีที่เขาสามารถคว้าดาวดวงนั้นมาไว้ในมือ ธามกลับรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังยืนอยู่บนยอดเขาที่หนาวเหน็บที่สุด และความเงียบงันภายในห้องนี้ก็กัดกินหัวใจเขายิ่งกว่าความล้มเหลวใดๆ ที่เคยเผชิญ ธามหันกลับมามองเก้าอี้ตัวที่วางอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขา เก้าอี้ตัวที่เคยมีรินรดานั่งอยู่เสมอ เธอคือคนที่คอยจดบันทึกตารางงานอันยุ่งเหยิง คอยเตือนให้เขาดื่มน้ำ และเป็นเจ้าของรอยยิ้มบางๆ ที่มักจะปรากฏขึ้นเมื่อเขาทำโปรเจกต์สำคัญสำเร็จ แต่ตอนนี้... ตรงนั้นว่างเปล่า "ไม่มีที่ไหนต้องไปครับ" ธามตอบเสียงเรียบ นิ่งสนิทราวกับผิวน้ำที่ไม่มีวันกระเพื่อม "คนสำเร็จมักจะถือโอกาสนี้พักผ่อนนะคุณธาม หรือว่าคุณกำลังรอใครอยู่?" สายตาของเขาวูบไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งตามเดิม ธามนึกถึงภาพใบหน้าของรินรดาในวันที่เธอตัดสินใจเดินจากไป ความเงียบเชียบในวันนั้นไม่ได้โวยวาย แต่เป็นความเงียบที่กรีดลึกลงไปในเนื้อเยื่อของความรู้สึก เขาจำได้ดีถึงแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าของเธอ สายตาที่เคยเฝ้ามองเขาด้วยความรักมาตลอด บัดนี้เหลือเพียงความเฉยชาที่ไม่มีที่ว่างให้เขาเข้าไปแทรกอีกแล้ว เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หน้าจอแสดงผลค้างอยู่ที่แชทสุดท้ายที่เขาเคยส่งไปเมื่อหนึ่งเดือนก่อน ข้อความสั้นๆ ที่ถามว่าเธอสบายดีไหม แต่ไม่มีแม้แต่การอ่าน ไม่มีแม้แต่สัญญาณตอบรับ "ความสำเร็จที่ไม่มีคนแบ่งปัน... มันก็แค่ความว่างเปล่าที่มาในรูปแบบของตัวเลขในบัญชีเท่านั้นแหละครับ" เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหันกลับไปมองกระจกบานใหญ่ ภาพสะท้อนของชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบกริบดูภูมิฐาน ทว่าในแววตาคู่นั้นกลับมีความอ่อนล้าที่ซ่อนไม่มิด ธามวางแก้ววิสกี้ลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดังกังวาน เขาตัดสินใจหยิบเสื้อโค้ทตัวยาวขึ้นมาสวม ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองความสำเร็จที่เขาเพียรพยายามไขว่คว้ามาตลอดหลายปี เขาก้าวเท้าออกไปท่ามกลางสายฝนที่เริ่มโปรยปรายลงมาในยามค่ำคืน ไอเย็นจากสายฝนปะทะเข้ากับใบหน้า แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความหนาวสั่นในใจ ธามขับรถไปโดยไร้จุดหมาย จนกระทั่งล้อรถหยุดลงที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่เขาและรินรดาเคยมานั่งคุยกันในวันที่ทุกอย่างยังดูง่ายดาย เขาก้าวลงจากรถ ปล่อยให้สายฝนชะล้างความรู้สึกอึดอัดที่สั่งสมมานาน ในมุมมืดของม้านั่งไม้ตัวเดิม เขามองเห็นร่างของใครคนหนึ่งนั่งอยู่ลำพัง ท่ามกลางสายฝนที่โปรยลงมาหนักขึ้นเรื่อยๆ หญิงสาวคนนั้นกอดตัวเองแน่น ใบหน้าที่คุ้นเคยในความทรงจำกำลังก้มมองพื้นดิน ราวกับกำลังพยายามค้นหาชิ้นส่วนของหัวใจที่ทำหล่นหายไป ธามหยุดยืนนิ่ง หัวใจของเขาเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมาจากอก ไม่ใช่เพราะความประหลาดใจ แต่เป็นความปวดร้าวที่เห็นเธอยังคงแบกรับความเศร้าไว้เพียงลำพัง "ริน..." เขาเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่า รินรดาเงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่สวยที่เคยสดใสบัดนี้กลับเต็มไปด้วยหยดน้ำที่ผสมปนเปไปกับน้ำฝน เธอไม่ได้ดูตกใจที่เห็นเขา แต่นั่นกลับทำให้ธามรู้สึกแย่ยิ่งกว่า เพราะแววตาที่เธอมองมานั้น... มันปราศจากความโหยหาอย่างที่เขาเคยได้รับ แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ "มาทำไมคะ?" เสียงของเธอกระซิบแผ่วเบาจนแทบหายไปกับสายลม "ผม... ผมคิดถึงคุณ ริน ผมทนอยู่กับความสำเร็จที่ไม่มีคุณไม่ได้อีกแล้ว" ธามก้าวเข้าไปใกล้โดยไม่สนใจว่าตัวเขาจะเปียกปอนเพียงใด แต่รินรดากลับถอยหลังหนีด้วยสัญชาตญาณ "คุณไม่ได้คิดถึงรินหรอกคุณธาม... คุณแค่กำลังเหงา เพราะคุณชินกับการที่มีรินคอยเป็นเงาให้คุณต่างหาก" เธอหยุดเว้นจังหวะ น้ำตาไหลอาบแก้ม "ความโดดเดี่ยวที่คุณรู้สึกตอนนี้ มันคือราคาที่คุณต้องจ่ายสำหรับการมองข้ามความสำคัญของคนใกล้ตัวมาตลอดชีวิต และริน... ก็ไม่ใช่รางวัลที่คุณจะกลับมาคว้าคืนไปได้ง่ายๆ เมื่อไหร่ที่ต้องการ" ธามชะงักฝีเท้าเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง ทุกคำพูดของเธอคือความจริงที่เขาไม่อาจปฏิเสธได้ เขาพยายามจะอ้าปากอธิบาย แต่แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นบางอย่างที่วางอยู่ข้างตัวเธอ บนม้านั่งตัวนั้นมีซองจดหมายสีขาวที่ถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา รินรดาหยิบซองจดหมายนั้นขึ้นมา ก่อนจะจ้องมองเขาด้วยสายตาที่ธามไม่เคยเห็นมาก่อน มันเป็นสายตาของการบอกลาที่เด็ดขาดที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมา "นี่คือเอกสารที่รินตั้งใจจะส่งให้คุณพรุ่งนี้ค่ะ... บันทึกการโอนสิทธิ์ที่พักและทุกอย่างที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของเรา" เธอวางซองจดหมายลงบนที่นั่ง "จากนี้ไป... อย่าได้เจอกันอีกเลยนะคะคุณธาม เพราะรินกำลังจะไปที่ที่ไม่มีคุณ" รินรดาหันหลังเดินจากไปท่ามกลางสายฝน ธามรีบพุ่งเข้าไปหมายจะคว้าข้อมือเธอไว้ แต่เขากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ขณะที่เขากำลังจะก้าวตาม เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อก็ดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน เขาหยิบมันขึ้นมาด้วยมือที่สั่นเทา ก่อนจะพบว่าปลายสายคือโรงพยาบาล... ที่โทรมาแจ้งข่าวเกี่ยวกับบุคคลที่เขารักที่สุดในชีวิตอีกคนหนึ่งที่เขาละเลยมาตลอด "คุณธามครับ... หมอเสียใจด้วยนะครับ คุณแม่ของคุณ... ท่านจากไปแล้วครับ" โลกทั้งใบของธามดูเหมือนจะหยุดหมุนในวินาทีนัน ความเงียบเข้าครอบงำหัวใจอีกครั้ง แต่มันหนักอึ้งกว่าครั้งไหนๆ เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองตามทางที่รินรดาเดินจากไป เขาก็พบเพียงความมืดมิดที่ไร้เงาของเธออย่างสิ้นเชิง ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางและส่งมอบความรู้สึกผ่านตัวอักษรไปพร้อมกับผมนะครับ สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ในห้วงคำนึงที่ฝนโปรยปราย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%