“ถ้าคุณยังอ่านแบบแปลนไม่ออก ผมแนะนำให้กลับไปเรียน ปวช. ใหม่สักรอบนะครับ อย่ามาทำเป็นหัวหมอเถียงข้างๆ คูๆ ทั้งที่เหล็กเสริมตรงคานรับน้ำหนักมันผิดสเปกไปตั้งแต่วินาทีแรกที่วางลงไป!”
เสียงทุ้มต่ำแต่เฉียบคมของธีร์ดังก้องไปทั่วไซต์งาน กลิ่นปูนสดและฝุ่นผงคลุ้งกระจายไปกับบรรยากาศที่ร้อนระอุไม่ใช่เพราะแดด แต่เพราะอารมณ์ของสถาปนิกหนุ่มที่กำลังยืนจ้องหน้าหัวหน้าช่างอย่างไม่ลดละ
วินเลิกคิ้วกวนประสาท เขาวางประแจในมือลงบนแผ่นไม้เสียงดัง ‘ปัง’ ก่อนจะค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าหาอีกฝ่ายจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นเหงื่อจางๆ และความดิบเถื่อนของคนทำงานกลางแจ้งปะทะเข้ากับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของคนเนี๊ยบจากในเมือง
“คุณธีร์ครับ... ผมไม่ได้จบดอกเตอร์ด้านภาษาไทย ผมก็เลยสื่อสารได้แค่ ‘ความจริง’ ว่าหน้างานจริงมันไม่ได้สวยหรูเหมือนเส้นที่คุณวาดในคอมพิวเตอร์” วินเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาคมคายจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยที่กำลังวาวโรจน์ด้วยความโกรธ “ไอ้เหล็กที่ผมวางน่ะ มันแข็งแรงกว่าอีโก้ของคุณเป็นสิบเท่า แต่ถ้าคุณอยากให้มันเป็นไปตามแบบเป๊ะๆ เพื่อสนองตัณหาความเพอร์เฟกต์ของคุณ ก็เชิญลงมือจับคีมผูกเหล็กเองเถอะครับ”
คนงานรอบข้างต่างพากันก้มหน้าก้มตาทำงานอย่างขยันขันแข็งเป็นพิเศษ ทั้งที่ในใจกำลังลุ้นตัวโก่งกับสงครามน้ำลายของสองเจ้านายต่างขั้ว ไม่มีใครอยากเป็นเป้าสายตาของสถาปนิกปากร้ายที่พร้อมจะหักคะแนนประเมินงานได้ทุกเมื่อ
“วิน! คุณกำลังละเมิดสัญญาการก่อสร้าง” ธีร์ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่างที่เขารู้สึกว่ามันอันตรายต่อจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง “ความปลอดภัยคือหัวใจหลัก แต่สิ่งที่คุณกำลังทำอยู่คือการมักง่ายเพื่อเซฟเวลาและงบประมาณ... หรือจริงๆ แล้วที่คุณพยายามเลี่ยงไม่ตอบเรื่อง ‘เอกสารชุดนั้น’ เพราะคุณกำลังซ่อนงานแย่ๆ เอาไว้กันแน่?”
รอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าของวินหายวับไปทันที คำถามจี้จุดนั้นทำให้บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความตึงเครียดที่เย็นเยียบ วินขยับตัวเข้าประชิดตัวธีร์อีกครั้ง คราวนี้เขาไม่เพียงแค่ยืนกดดัน แต่ยังยื่นมือไปคว้าข้อมือธีร์เบาๆ เพื่อให้หยุดถอยหนี
“คุณอยากรู้เรื่องเอกสารชุดนั้นจริงๆ เหรอ?” วินลดเสียงต่ำลงจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ “มันไม่ใช่เรื่องงานหรอกครับธีร์ มันเป็นเรื่องของ ‘คน’... คนที่ส่งคุณมาที่นี่เพื่อจับผิดผม”
ธีร์ชะงัก ลมหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่ง สัมผัสจากมือหยาบกร้านของช่างหนุ่มที่แตะลงบนข้อมือมันร้อนผ่าวจนเขารู้สึกเหมือนผิวหนังจะไหม้ เขาพยายามดึงข้อมือออกแต่กลับพบว่าอีกฝ่ายแรงเยอะกว่าที่คิดมาก
“คุณหมายความว่ายังไง?” ธีร์ถาม เสียงสั่นเล็กน้อยอย่างเก็บอาการไม่อยู่
“หมายความว่า... สถาปนิกผู้สูงส่งอย่างคุณ กำลังถูกใช้เป็นหมากในเกมที่ใหญ่กว่างานก่อสร้างนี้” วินแสยะยิ้มที่ไม่ได้ดูหยิ่งผยอง แต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ธีร์อ่านไม่ออก “และถ้าคุณยังไม่ยอมหยุดตั้งแง่กับผม เดี๋ยวคุณจะเสียใจที่ไม่ได้ถามผมให้เร็วกว่านี้”
ทันใดนั้น เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นปูนก็ดังแทรกเข้ามาในจังหวะที่หัวใจของทั้งสองคนกำลังเต้นรัวผิดปกติ
“คุณธีร์คะ! ทางฝั่งซัพพลายเออร์เพิ่งส่งรายละเอียดวัสดุมาใหม่ รินว่าเราควรไปคุยกันในห้องทำงานส่วนตัวดีกว่านะคะ หน้างานมันร้อน... แล้วก็... ดูวุ่นวายเกินไปค่ะ”
รินดาเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มหวานหยด สายตาของเธอกวาดมองข้อมือของธีร์ที่ถูกวินกุมเอาไว้ด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด วินปล่อยมือออกทันทีอย่างไม่อาลัยอาวรณ์ เขายักไหล่แล้วหยิบหมวกนิรภัยขึ้นมาสวม ก่อนจะหันหลังกลับไปตะโกนสั่งงานลูกน้องต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ธีร์ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกมึนงงและสับสนตีรวนอยู่ในอก ‘ความลับ’ ที่เขาพยายามสืบหาเริ่มมีเค้าโครงที่ซับซ้อนกว่าที่เขาคาดไว้มาก รินดาเดินเข้ามาใกล้ พยายามจะคล้องแขนเขา แต่ธีร์เบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน
“ผมขอตรวจเอกสารเองครับรินดา คุณไปดูเรื่องตารางการขนส่งเถอะ” ธีร์พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะเดินเลี่ยงออกมา
แต่ในขณะที่เขาเดินผ่านวินที่กำลังคุมงานก่อสร้างคานเหล็กอยู่นั้น วินก็จงใจเดินตัดหน้าเขาแล้วโน้มตัวลงมาใกล้ข้างหู
“คืนนี้... อย่าเพิ่งรีบกลับไปจัดการเอกสารพวกนั้นเลยครับ” วินกระซิบเบาๆ “ถ้าไม่อยากให้ชีวิตคุณต้องพังเพราะความไว้ใจผิดคน... ผมรออยู่ที่รถ”
ธีร์หยุดกึก หันไปมองแผ่นหลังกว้างของคนที่เพิ่งเดินห่างออกไป หัวใจของเขาสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ นี่คือคำเตือนหรือกับดักกันแน่? ในขณะที่เขากำลังตัดสินใจ เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมา บนหน้าจอโชว์ชื่อบุคคลที่เขาไม่อยากคุยด้วยที่สุดในเวลานี้... ‘พ่อ’ ของเขาเอง
ธีร์มองหน้าจอโทรศัพท์สลับกับทิศทางที่วินเดินไป เขาควรจะรับสายพ่อหรือเดินไปที่รถของวินเพื่อฟังความจริงที่เขาอาจจะต้องเสียใจภายหลัง? ความเงียบงันเริ่มปกคลุมไซต์งานอีกครั้ง ทว่าคราวนี้ไม่ใช่ความเงียบเพราะความกลัว แต่เป็นความเงียบเพราะการตัดสินใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย
ทันใดนั้นเอง รถยนต์คันหรูของรินดาก็เคลื่อนเข้ามาจอดขวางทางที่วินเดินไป และคนที่ก้าวลงจากรถไม่ได้มีเพียงแค่รินดา แต่เป็นชายวัยกลางคนในชุดสูทเนี้ยบกริบที่ธีร์จำได้ดีว่าเป็นมือขวาของพ่อเขา!
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สองนี้นะครับ เตรียมใจไว้ให้ดีเพราะตอนหน้าความจริงจะกระแทกหน้าจนตั้งตัวไม่ติดครับ!
นาโนบอทมาสเตอร์ครับ
สถาปนิกปากร้ายกับนายช่างจอมกวน•ตอนที่ 2
สงครามน้ำลายหน้าไซต์งาน
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับนายช่างจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
