“ถ้าคุณยังวางแนวท่อแบบนี้ ผมว่าเราควรพิจารณาเรื่องการเลิกจ้างกันตั้งแต่วันนี้เลยจะดีกว่าไหมครับ คุณวิน?”
เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย็นชาดังขึ้นเหนือเสียงเครื่องมือช่างที่เพิ่งเงียบลง ธีร์ยืนกอดอกอยู่ตรงจุดกึ่งกลางของห้องโถงที่เพิ่งก่ออิฐเสร็จไปไม่ถึงครึ่ง แว่นสายตากรอบบางไม่ได้ทำให้เขาดูอ่อนโยนลงเลยแม้แต่น้อย ในทางกลับกัน มันกลับช่วยขับเน้นสายตาคมกริบที่กำลังจดจ้องไปยังแนวท่อพีวีซีบนผนังราวกับจะแผดเผามันให้ละลาย
วินที่เพิ่งวางสว่านลงบนโต๊ะไม้เก่าๆ หันกลับมาเผชิญหน้าด้วยรอยยิ้มยียวนที่มุมปาก เขาถอดหมวกเซฟตี้ออกแล้วใช้มือสางผมที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่ออย่างไม่ใส่ใจนัก
“คุณสถาปนิกครับ... นี่มันหน้างานจริง ไม่ใช่โมเดลจำลองในคอมพิวเตอร์ของคุณนะครับ” วินเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นเหงื่อจางๆ ผสมกลิ่นฝุ่นปูน “ที่ผมวางแบบนี้ เพราะถ้าอิงตามแปลนเป๊ะๆ ช่างปูนจะทำงานยาก แล้วค่าแรงที่บานปลายเนี่ย คุณจะรับผิดชอบไหวเหรอครับ?”
“ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อ ‘ทำงานง่าย’ แต่ผมจ้างคุณมาเพื่อให้งานมัน ‘ถูกต้อง’ ตามมาตรฐานที่ผมวางไว้” ธีร์ก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายหนึ่งก้าว ระยะห่างลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกายของกันและกัน “กฎข้อที่หนึ่งของโครงการนี้... ห้ามใช้คำว่า ‘ช่างมัน’ หรือ ‘แค่นี้ไม่เป็นไร’ เด็ดขาด ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็แค่บอกมา ผมจะได้หาคนอื่นที่เขาเคารพงานของตัวเองมากกว่านี้มาทำแทน”
วินชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมคายของหัวหน้าช่างวูบไหวด้วยประกายของความท้าทาย เขาไม่ได้ถอยหนี แต่กลับขยับเข้าไปใกล้ขึ้นจนปลายจมูกแทบจะชนกัน “ปากร้ายแบบนี้ ระวังจะไม่มีคนทำงานด้วยนะครับคุณธีร์... หรือที่ทำท่าเคร่งครัดนักหนาเนี่ย แค่อยากหาเรื่องใกล้ชิดผมกันแน่?”
ธีร์ขบกรามแน่น สันกรามชัดขึ้นจนวินสังเกตเห็น “หลงตัวเองเกินไปหรือเปล่าครับ? ผมแค่ต้องการความเพอร์เฟกต์ และในสายตาผม... การทำงานของคุณในวันนี้ มัน ‘สอบตก’ อย่างแรง”
ธีร์หยิบสมุดบันทึกเล่มหนาออกมาจากกระเป๋าหลัง ก่อนจะเขียนอะไรบางอย่างลงไปอย่างรวดเร็วแล้วยัดมันใส่มือของวิน
“นี่คือกฎเหล็ก 10 ข้อสำหรับไซต์งานนี้ อ่านให้เข้าใจ แล้วพรุ่งนี้เช้าผมต้องเห็นทุกอย่างรื้อทำใหม่ตามแบบเป๊ะๆ ถ้าพรุ่งนี้ผมมาแล้วยังเห็นจุดเดิมผิดพลาด... เตรียมตัวหางานใหม่ได้เลยครับ”
วินก้มลงมองกระดาษในมือ ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ “กฎเหล็ก? นี่เรากำลังทำโปรเจกต์บ้านพักอาศัย หรือกำลังเข้าค่ายทหารกันครับเนี่ย?”
“ถ้าคุณคิดว่ามันคือค่ายทหาร ก็ถือเสียว่าคุณเป็นทหารเกณฑ์ที่ต้องทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาแบบไร้ข้อโต้แย้ง” ธีร์หมุนตัวกลับเตรียมจะเดินออกไป แต่แล้วเขาก็หยุดชะงัก “อ้อ... อีกอย่าง เลิกเรียกผมว่า ‘คุณธีร์’ เฉยๆ ได้แล้ว ให้เรียก ‘คุณสถาปนิก’ ถ้าอยากจะร่วมงานกับผมต่อ”
วินมองแผ่นหลังของธีร์ที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ความโกรธที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดที่เขาก็อธิบายไม่ถูก มันไม่ใช่แค่ความรำคาญ แต่มันคือความรู้สึกอยากเอาชนะ อยากเห็นคนนิ่งๆ สุขุมอย่างสถาปนิกคนนี้หลุดมาดออกสักครั้ง
ในขณะที่ธีร์กำลังจะเดินพ้นประตูไม้กั้นเขตก่อสร้าง เสียงฝีเท้าส้นสูงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับเสียงใสๆ ที่เจือความประชดประชัน
“ว้าว... ได้ยินเสียงปะทะกันมาตั้งแต่หน้าโครงการเลยนะคะ ดูท่าทางคุณธีร์จะเคร่งครัดกับลูกน้องขนาดนี้ รินดาละเกรงใจแทนช่างวินจริงๆ เลยค่ะ”
รินดาเดินนวยนาดเข้ามาในพื้นที่ก่อสร้าง เธออยู่ในชุดที่ดูขัดกับสถานที่อย่างสิ้นเชิง ทั้งดูดีเกินไปและสะอาดสะอ้านเกินไปจนน่าหมั่นไส้ สายตาของเธอปรายมองวินด้วยความสมเพชก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ธีร์
“คุณธีร์คะ รินดาเอาแบบแปลนฉบับแก้ไขในส่วนของสวนมาให้ดูค่ะ เผื่อว่าจะช่วยลดความตึงเครียดของงานวันนี้ลงได้บ้าง”
ธีร์หยุดเดิน เขาหันกลับมามองรินดาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าวินที่ยืนอยู่ตรงนั้นกลับสัมผัสได้ถึงความรำคาญที่พุ่งออกมาจากแว่นตาของธีร์ได้อย่างชัดเจน
“ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้วครับคุณรินดา ว่าถ้าไม่มีนัดหมาย ห้ามเข้ามาในเขตพื้นที่ก่อสร้างโดยไม่สวมหมวกนิรภัย” เสียงของธีร์เย็นเยียบกว่าตอนที่คุยกับวินหลายเท่า
“อุ๊ย... ขอโทษทีค่ะ พอดีรินดารีบไปหน่อย...” รินดาทำท่าจะแตะแขนของธีร์ แต่ธีร์กลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนจนเธอเสียหลัก
จังหวะที่รินดากำลังจะเซถลาไปชนกับอุปกรณ์ก่อสร้างที่วางระเกะระกะ วินที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ก็ก้าวฉับเข้าไปคว้าแขนของเธอไว้ได้ทัน แต่ทว่า... แรงกระชากนั้นทำให้รินดาเสียสมดุลจนตัวเซไปกระแทกกับธีร์ที่ยืนอยู่ข้างหลัง
ธีร์ตามสัญชาตญาณรีบโอบประคองรินดาเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้ม แต่ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง กองท่อพีวีซีที่วินเพิ่งสั่งให้คนงานย้ายมาวางไว้ข้างๆ เกิดล้มลงมาเพราะแรงสั่นสะเทือนจากพื้นไม้ที่ไม่มั่นคง!
“ระวัง!” วินตะโกนลั่น
ธีร์หันควับกลับมาตามเสียง แต่สิ่งที่เห็นคือท่อชุดใหญ่ที่กำลังร่วงลงมาตรงหน้า เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตัดสินใจรวบตัวรินดาแล้วหมุนตัวหลบไปอีกทาง ทว่าในความวุ่นวายนั้น ร่างของเขากลับกระแทกเข้ากับผนังปูนที่ยังไม่แห้งดี และมีบางอย่างที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้น...
แขนของวินที่พยายามจะเข้ามาช่วยดึงรินดาออกไป กลับคว้าพลาดไปโดนข้อมือของธีร์ แล้วแรงเหวี่ยงนั้นก็ทำให้ทั้งสามคนเสียหลักล้มลงไปกองรวมกันบนพื้นทราย
ในความเงียบงันที่ตามมาหลังจากเสียงโครมครามนั้น ธีร์พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง โดยมีรินดาที่พยายามจะยันตัวลุกขึ้น แต่สายตาของเขากลับถูกตรึงไว้กับใบหน้าของวินที่อยู่ห่างออกไปไม่ถึงคืบ...
มือของวินที่เพิ่งพยุงเขาไว้ ยังคงวางค้างอยู่ที่เอวของเขาอย่างแน่นหนา
และที่น่าตกใจไปกว่านั้น คือรอยยิ้มมุมปากของรินดาที่มองเหตุการณ์นี้ด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม เธอไม่ได้ตกใจกลัว แต่กลับกำลังหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายภาพจังหวะที่วินและธีร์กอดกันอยู่บนพื้นนั่นอย่างเงียบเชียบโดยที่ทั้งสองคนไม่ทันสังเกต!
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ธีร์สัมผัสได้ถึงลมหายใจของวินที่เป่ารดใบหน้า ก่อนที่วินจะกระซิบคำที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวอย่างไม่เป็นจังหวะ
“กฎข้อที่ 11... คุณคงยังไม่ได้เขียนลงไปในสมุดสินะครับ ว่าห้ามกอดกันในที่ทำงาน?”
นาโนบอทมาสเตอร์หวังว่าบทนี้จะทำให้ทุกท่านตื่นเต้นไปกับความสัมพันธ์ที่กำลังก่อตัวนะครับ!
สถาปนิกปากร้ายกับนายช่างจอมกวน•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของสถาปนิก
ผลงานโดย นาโนบอทมาสเตอร์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (นาโนบอทมาสเตอร์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกปากร้ายกับนายช่างจอมกวน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
