รอยชอล์กสีขาวบนกระดานไวท์บอร์ดไม่ได้เป็นเพียงเส้นบอกแนวโครงสร้าง แต่มันคือเส้นตายที่อคิราห์กำลังใช้มันขีดฆ่าความมั่นใจของวิศวกรหนุ่มตรงหน้าทีละน้อย
“ถ้าคุณยังคำนวณน้ำหนักลงคานรับแรงเฉือนด้วยสูตรโบราณแบบนี้ เกรงว่าตึกระฟ้าโปรเจกต์นี้คงกลายเป็นอนุสรณ์สถานแห่งความพังพินาศก่อนตอกเสาเข็มเสียอีกครับ คุณธันวา”
เสียงทุ้มหวานแต่เฉียบคมราายใบมีดโกนของอคิราห์ดังขึ้น ท่าاصยท่ากอดอกพิงขอบโต๊ะประชุมใหญ่อย่างถือดี รอยยิ้มมุมปากของสถาปนิกหนุ่มเพอร์เฟกต์ชันนิสต์เผยความเย่อหยิ่งออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง ดวงตากลมโตเป็นประกายท้าทายราวกับแมวป่าที่เพิ่งต้อนเหยื่อจนมุม แว่นสายตาไร้กรอบสะท้อนแสงไฟนีออนคมกริบ ยิ่งขับเน้นให้ความฉลาดแกมโกงในตัวเขาดูโดดเด่นจนน่าหมั่นไส้
ธันวายังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หนังสีดำ แขนแกร่งทั้งสองข้างวางพาดพองศอกบนที่วางแขน ปลายนิ้วประสานกันหลวมๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายของวิศวกรหนุ่มนิ่งสนิทไร้รอยคลื่นอารมณ์ นัยน์ตาสีนิลคมกลาบกวาดมองตัวเลขบนกระดานสลับกับใบหน้าเชิดรั้นของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานระหว่างความหงุดหงิดและความมันเขี้ยวอย่างบอกไม่ถูก
“ทฤษฎีสวยหรูบนกระดาษของคุณมันกินไม่ได้หรอกนะ อคิราห์” ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ แต่น้ำเสียงนั้นกลับหนักแน่นจนคนฟังต้องชะงัก “สถาปัตยกรรมที่ดีไม่ได้วัดกันที่ลายเส้นเพ้อฝัน แต่วัดกันที่ความปลอดภัยที่ยืนหยัดอยู่ได้จริงภายใต้แรงพายุต่างหาก หรือว่าสมองอันปราดเปรื่องของคุณจะคิดถึงแต่ความสวยงามจนลืมไปว่า แรงโน้มถ่วงของโลกมันไม่ได้ใจดีกับดีไซน์เก๋ๆ ของคุณหรอกนะ”
“ปากดี…” อคิราห์พึมพำเบาๆ แต่ดวงตากลับวาวโรจน์ด้วยความเจ็บใจที่ถูกแทงใจดำ
“ไม่ได้ปากดี แต่พูดความจริง” ธันวายันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะประชุมทีละก้าวอย่างคุกคาม แรงกดดันจากร่างสูงใหญ่ที่แผ่ซ่านออกมาทำให้บรรยากาศในห้องประชุมแคบลงทันตาเห็น “และถ้าคุณคิดจะหักหน้าผมด้วยสมการครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้ล่ะก็... ผมว่าคุณควรกลับไปทบทวนพื้นฐานวิศวกรรมพื้นฐานมาใหม่เสียก่อนที่จะมาเสนอหน้ายืนอยู่ตรงนี้”
รินที่นั่งลุ้นอยู่มุมห้องถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก มือเรียวยกขึ้นปิดปากด้วยความตื่นเต้น ดวงตาสาวเจ้าเป็นประกายวิบวับราวกับกำลังนั่งชมภาพยนตร์แอ็กชันฟอร์มยักษ์ สลับมองหน้าสถาปนิกตัวแสบกับวิศวกรสายเถื่อนที่กำลังปล่อยรังสีอำมหิตใส่กันจนอากาศรอบตัวแทบจะลุกเป็นไฟ
อคิราห์ไม่ถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขากัดริมฝีปากล่างเบาๆ อย่างขัดใจ ดวงตาคู่สวยจ้องมองสบตาอีกฝ่ายตรงๆ ไม่ยอมหลบ “งั้นเหรอครับ? ถ้ามั่นใจนักว่าสูตรโบราณของคุณมันถูกต้องไร้ที่ติ ทำไมเมื่อครู่คุณถึงต้องขมวดคิ้วตอนมองผังโครงสร้างชั้นสามล่ะครับ? หรือว่าวิศวกรมือหนึ่งแห่งปีอย่างคุณ กำลังจนมุมกับความซับซ้อนของดีไซน์ที่เหนือจินตนาการกันแน่”
ธันวาชะงักไปชั่ววินาที ดวงตาสีนิลวับไหววูบหนึ่งอย่างจับพิรุธได้ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องประชุมชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ แต่กลับไม่สามารถกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวโครมครามในอกของคนทั้งคู่ได้เลย
วิศวกรหนุ่มโน้มตัวลงต่ำ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับอคิราห์ลดลงจนเหลือเพียงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ และกลิ่นน้ำหอมผู้ชายแมนๆ ลอยปะทะเข้ากับจมูกโด่งรั้นของสถาปนิกหนุ่ม จนอคิราห์ต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
“คุณนี่มัน... ดื้อตาใสเป็นบ้าเลยนะ อคิราห์” ธันวาเอ่ยเสียงกระซิบพร่าต่ำ ริมฝีปากหยักลึกยกยิ้มมุมปากอย่างเย้าแหย่ “อยากพิสูจน์นักใช่ไหมว่าสูตรของใครมันแน่กว่ากัน?”
“จะ... จะทำอะไร ถอยไปนะ!” อคิราห์ผวาถอยหลังเล็กน้อยเมื่อแผงอกกว้างก้าวเข้ามาประชิดจนแผ่นหลังชนเข้ากับกระดานไวท์บอร์ดเต็มแรง ความเย็นของผิวwกระจกตัดกับความร้อนผ่าวจากร่างกายของอีกฝ่ายที่โอบล้อมเขาไว้ในพื้นที่จำกัด
ธันวาไม่ตอบ เขาเอื้อมมือข้างหนึ่งขึ้นไปทาบลงบนขอบกระดานไวท์บอร์ดด้านหลังศีรษะของอคิราห์ เป็นการกักตัวคนปากเก่งให้อยู่ในอาณัติโดยสมบูรณ์ ดวงตาคมก้มมองริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงฉอดๆ ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับดวงตากลมโตที่ฉายแววตื่นตระหนกปนดื้อรั้นอย่างชัดเจน
“ผมไม่ได้จะทำอะไร... ผมแค่จะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า...” ธันวาโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน อคิราห์หลับตาปี๋ด้วยความตกใจ หัวใจเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล “...ว่าคนปากเก่งอย่างคุณ ควรจะโดนทำโทษด้วยการฟังคำสั่งของวิศวกรคนนี้ให้มากขึ้นต่างหากล่ะครับ”
“คุณธัน! นี่มันเวลาทำงานนะ ไม่ใช่เวลามา...”
เสียงประท้วงของอคิราห์ถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อจังหวะนั้นเอง...
*แอ๊ด...*
เสียงเปิดประตูกระจกห้องประชุมดังขึ้นอย่างกะทันหัน พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวพรวดพราดเข้ามาด้านในด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คุณธันวาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับที่ไซต์งานโซน B คานรับน้ำหนักหลักเกิดรอยร้าว ทimeline ที่เราวางไว้พังหมดแน่ถ้าคุณไม่รีบไปดูตอนนี้!”
ธันวาผละตัวออกจากอคิราห์ทันทีราวกับถูกไฟช็อต นัยน์ตาสีนิลฉายแววเคร่งเครียดขึ้นมาในเสี้ยววินาที เขาสบถเบาๆ ในลำคอก่อนจะหันกลับมามองสถาปนิกหนุ่มที่ยืนหอบหายใจจนอกกระเพื่อมอยู่พิงกระดาน
“ดูเหมือนเราต้องพักเรื่องทฤษฎีนี้ไว้ก่อนนะ สถาปนิกคนเก่ง” ธันวาเอ่ยเสียงเรียบ แต่แววตากลับทิ้งประกายความหมายลึกซึ้งบางอย่างไว้ “ส่วนเรื่องบทลงโทษของคุณ... ผมทบต้นทบดอกไว้คิดทีเดียวตอนงานเสร็จแน่”
พูดจบ วิศวกรหนุ่มก็หันหลังคว้าแจ็กเก็ตพาดบ่าแล้วสาวเท้ายาวๆ ออกจากห้องประชุมไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้อคิราห์ยืนใจเต้นไม่เป็นส่ำอยู่ลำพังท่ามกลางสายตากรุ้มกริ่มของรินที่มองตามหลังมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
**************************************************
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความกวนประสาทของคู่กัดคู่นี้ด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ•ตอนที่ 3
กฎเหล็กของคนปากร้าย
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!