เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ•ตอนที่ 4

เหนือความคาดหมาย

ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
"ถ้าคานตรงนี้ทรุดลงมาอีกเซนติเมตรเดียว คุณกับผมจะได้ไปนอนคุยกับรากมะม่วงด้วยกัน... เซียนสถาปัตย์" เสียงทุ้มต่ำเจือความหงุดหงิดดังลอดผ่านความมืดของไซต์งานก่อสร้างยามค่ำคืน ท่ามกลางแสงไฟนีออนดวงเดียวที่สาดส่องลงบนโครงสร้างเหล็กบิดเบี้ยว อคิราห์สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อปลายนิ้วของเขาเกือบจะพลาดไปสัมผัสกับเศษปูนที่ร่วงกาวลงมา แต่ก่อนที่ร่างโปร่งจะเซถลาไปกระแทกกับเหลเส้นคมกริบ เอวบางก็ถูกรวบด้วยท่อนแขนแข็งแกร่งดุจคีมเหล็กกระชากเข้าหาตัวอย่างแรงจนแผ่นอกแนบชิดกับแผงอกกว้าง กลิ่นเหงื่อผสมกลิ่นฝุ่นปูนและน้ำหอมผู้ชายจางๆ แผ่ซ่านเข้ามาในโสตประสาท อคิราห์เงยหน้าขึ้นมองคนฉวยโอกาสทันที ดวงตาคู่คมกริบฉายแววพยศแม้ว่าหัวใจในอกจะเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความตกใจ "ปล่อยครับคุณธันวา ผมยืนเองได้" อคิราห์เอ่ยเสียงลอดไรฟัน พยายามดันไหล่หนาออกห่าง แต่วิศวกรหนุ่มกลับยิ่งกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นไปอีก ร่างสูงใหญ่ก้มหน้าลงมาจนปลายจมูกเกือบจะชนกัน แววตาคมดุของธันวาเต็มไปด้วยความดุดันและ... อะไรบางอย่างที่ร้อนแรงยิ่งกว่าไฟสนาม "ยืนได้? สภาพคุณตอนนี้เหมือนคนยืนไหวเหรอครับ คิราห์ หน้าซีดเป็นไก่ต้ม ปากสั่นยิ่งกว่าเจ้าเข้า แล้วยังจะทำเก่งปีนขึ้นไปตรวจคานรับน้ำหนักเองเนี่ยนะ สมองสถาปัตย์เขาคิดอะไรกันอยู่ ถึงได้เอาชีวิตมาทิ้งไว้กับความผิดพลาดของคนอื่น" "นี่คุณ!" อคิราห์ตวัดสายตาขุ่นเคืองใส่ "ถ้าผมไม่ขึ้นมาดูเอง ป่านนี้แบบโครงสร้างที่คุณคำนวณพลาดมันพังครืนลงมาทับคนงานข้างล่างแล้วครับ! อย่ามาโบ้ยความผิดให้ผมคนเดียว ในเมื่อจุดนี้มันคาบเกี่ยวระหว่างดีไซน์กับโครงสร้าง!" ธันวาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบกวาดมองใบหน้าหวานที่เปื้อนฝุ่นนิดๆ อย่างไม่ยอมแพ้ "ผมคำนวณไม่เคยพลาด... ยกเว้นเรื่องที่คุณดื้อรั้นไม่ยอมฟังคำเตือนของผมนี่แหละ" บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เงียบลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมหายใจอุ่นที่ปะทะกันในความมืดสลัว อคิราห์รู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบนพวงแก้ม ไม่ใช่เพราะความกลัวโครงสร้างถล่ม แต่เป็นเพราะระยะห่างที่ใกล้จนเกินไป ใกล้จนเขาสัมผัสได้ถึงจังหวะหัวใจที่เต้นรัวไม่เป็นส่ำของอีกฝ่าย—หรือบางที อาจเป็นของเขากันแน่ที่เต้นดังขนาดนี้ มือหนาของธันวาค่อยๆ คลายออกช้าๆ แต่นิ้วเรียวยังคงแตะอยู่บนเอวบางราวกับเผลอตัว อคิราห์รีบถอยหลังออกมาหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง พยายามปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบนิ่งและเย่อหยิ่งเช่นเดิม แม้ว่าหัวใจจะยังเต้นโครมครามราวกับกลองเพล "เลิกพูดมากแล้วมาดูตรงนี้ดีกว่าครับ วิศวกรมือหนึ่ง" อคิราห์กระชากเสียงเปลี่ยนเรื่อง ชี้ไปยังรอยร้าวบนคานคอนกรีตเสริมเหล็กที่เริ่มปริปริศนา "รอยร้าวแนวเฉียงแบบนี้ แรงเฉือนเกินพิกัดแน่นอน ถ้าไม่ค้ำยันด่วนก่อนเที่ยงคืนนี้ พรุ่งนี้เช้าตึกนี้ได้กลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความล้มเหลวแน่" ธันวาละสายตาจากริมฝีปากบางที่เอาแต่เถียงไม่หยุด หันกลับมามองตัวปัญหาตรงหน้า สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังในทันที สมองของวิศวกรประเมินสถานการณ์อย่างรวดเร็ว "อืม... แรงอัดเกินจริงเพราะเสาต้นริมรับน้ำหนักไม่สมดุล เป็นความผิดพลาดจากการเทปูนเมื่อวานซืน" "แล้วเราต้องทำยังไงครับ? รื้อทำใหม่คงไม่ทันเวลาส่งมอบสัปดาห์หน้าแน่" อคิราห์ถามด้วยน้ำเสียงกังวลที่ปิดไม่มิด แม้จะปากจัดใส่กันแค่ไหน แต่ในยามวิกฤต ทั้งคู่ต่างรู้ดีว่าความรับผิดชอบคือสิ่งสำคัญที่สุด "ต้องใส่เหล็ก H-Beam ค้ำยันชั่วคราวแล้วฉีดสารเคมีอัดรอยร้าวเร่งด่วน" ธันวาตอบทันควัน ก่อนจะหันมามองหน้าสถาปัตย์ตัวแสบ "แล้วงานนี้... คุณต้องเป็นคนร่างแบบจุดยึดโครงสร้างเสริมให้ผมเดี๋ยวนี้ ผมจะคุมทีมคนงานเชื่อมเหล็กเอง" "หหา? ตอนนี้เนี่ยนะ? จะเที่ยงคืนอยู่แล้วนะคุณธันวา!" "ถ้าไม่อยากให้โปรเจกต์ในฝันของคุณพังพินาศ ก็ก้มหน้าก้มตาทำงานไปครับ สถาปนิกคนเก่ง" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกวนประสาทที่มุมปากกระตุกขึ้นนิดๆ ก่อนจะเดินผละไปออกคำสั่งกับคนงานที่เหลืออยู่ไม่กี่คน เวลาผ่านไปเนิ่นนานท่ามกลางความเงียบสงบของไซต์งานยามวิกาล มีเพียงเสียงเครื่องเชื่อมเหล็กสาดประกายไฟวับวามและเสียงโลหะกระทบกันดังเป็นระยะ อคิราห์นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ แสงไฟจากโคมไฟสนามสาดส่องลงบนกระดาษไขร่างแบบ ร่างโปร่งขยี้ผมตัวเองอย่างหัวเสียเมื่อคำนวณตัวเลขรอบที่สามแล้วยังรู้สึกว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบพอ เงาดำทาบทับลงบนกระดาษตรงหน้า พร้อมกับกระป๋องกาแฟกระป๋องหนึ่งที่ถูกวางลงใกล้ๆ มือ อคิราห์เงยหน้าขึ้นมอง ก็พบธันวายืนถอดเสื้อช็อปออกเหลือเพียงเสื้อกล้ามสีดำเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแกร่งชุ่มเหงื่อ วิศวกรหนุ่มก้มลงมองกระดาษแบบแปลนด้วยสายตาวิเคราะห์ "ตรงมุมนั้น... ถ้าคุณเพิ่มตัวยึดรับแรงดึงอีกสองจุด มันจะช่วยกระจายน้ำหนักได้ดีขึ้น" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นั่งยลงข้างๆ เพื่อชี้จุดที่สถาปนิกหนุ่มมองข้ามไป หัวไหล่กว้างของอีกฝ่ายเบียดเข้ากับแขนของอคิราห์อย่างแนบชิด ความร้อนจากร่างกายของชายหนุ่มแผ่ซ่านผ่านเนื้อผ้าจนอคิราห์ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก กลิ่นกายผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ทำให้สมาธิที่กระเจิดกระเจิงอยู่แล้วยิ่งเตลิดไปกันใหญ่ "ผม... ผมรู้หรอกน่า แค่กำลังจะปรับแก้พอดี" อคิราห์แก้ตัวเสียงอ้อมแอ้ม ไม่กล้าหันไปสบตาตรงๆ เพราะกลัวอีกฝ่ายจะเห็นความหวั่นไหวที่ฉายชัดอยู่ในแววตา ธันวาไม่ได้ตอบอะไรทันที ดวงตาคมกริบมองเสี้ยวหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเหนื่อยล้า (หรืออาจจะเพราะเหตุผลอื่น) มือหนายื่นออกไปโดยไม่บอกกล่าว ปลายนิ้วหยาบกร้านปาดคราบฝุ่นสีเทาที่เปื้อนอยู่ข้างแก้มเนียนออกให้อย่างเบามือ สัมผัสแผ่วเบานั้นทำให้อคิราห์ชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตาคมของธันวาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสั่นระริกของอคิราห์ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ แต่กลับเต็มไปด้วยถ้อยคำนับพันที่อัดแน่นอยู่ในอก "คุณ... ทำอะไรครับ" อคิราห์กระซิบถามเสียงสั่น พยายามเบือนหน้าหนีแต่ถูกปลายนิ้วอุ่นๆ เชยคางให้กลับมาสบตาเช่นเดิม "ทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน... หน้ามอมแมมหมดแล้วครับ เซียนสถาปัตย์" เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบแผ่วเบา ชิดริมฝีปากจนเกือบจะแนบชิด "ปากดีใส่ผมเก่งนัก แต่ทำไมเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานทีไร คุณถึงชอบทำผมเป็นห่วงอยู่เรื่อยเลยล่ะหึ" คำพูดนั้นทำให้อคิราห์สมองตื้อตัน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ความซึนเดระที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา ปากบางอ้าพะงาบๆ จะเถียงกลับแต่กลับหาคำพูดไม่เจอเมื่อใบหน้าคมคายโน้มเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนที่รินรดอยู่บนริมฝีปาก "คุณธันวา... เดี๋ยวคนงานก็..." "ไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้วครับ..." ธันวาเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาสดใสคู่นั้นพราวระยับด้วยประกายความคลั่งรักที่ปิดไม่มิด "และต่อให้มี... ผมก็ไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้ว" ริมฝีปากหยักลึกเคลื่อนเข้ามาประชิดจนเกือบจะแตะสัมผัส อคิราห์หลับตาลงอัตโนมัติ หัวใจเต้นรัวระรัวด้วยความตื่นเต้นและคาดหวัง ทว่าในวินาทีที่ระยะห่างเหลือเพียงแค่ลมหายใจกั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกจากหน้าไซต์งานก็ดังขึ้นทำลายบรรยากาศสีชมพูทันที! "คุณธันวา! คุณคิราห์! แย่แล้วครับ! มีคน... มีคนแปลกหน้าพยายามจะพังประตูเข้ามาข้างในครับ!" ธันวาชะงักกึก สบถออกมาเบาๆ อย่างหัวเสียสุดขีด ก่อนจะผละตัวออกห่างด้วยความจำใจ อคิราห์ลืมตาขึ้นด้วยความตกใจ ใบหน้าร้อนผ่าวแดงก่ำด้วยความเขินอายที่เกือบจะเลยเถิดไปไกล วิศวกรหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อระงับอารมณ์ค้างเติ่ง ก่อนจะหันมามองหน้าสถาปนิกตัวแสบที่ตอนนี้หน้าแดงแจ๋ไม่แพ้กัน ธันวาเหยียดยิ้มมุมปากด้วยความหงุดหงิดระคนเอ็นดู "รอดตัวไปนะครับ... สถาปัตย์ปากเก่ง" ธันวาเอ่ยกระซิบชิดริมหูเบาๆ ก่อนจะหันหลังเดินสาวเท้าก้าวออกไปจัดการปัญหาข้างหน้า ทิ้งให้อคิราห์ยืนใจเต้นรัวอยู่ลำพังท่ามกลางความมืด แต่ยังไม่ทันที่อคิราห์จะตั้งสติได้ เสียงฝีเท้าของคนที่บุกเข้ามาใหม่ก็หยุดลงตรงหน้าแสงไฟพอดี พร้อมกับร่างของใครบางคนที่ก้าวเข้ามาในแสงไฟสลัว—ร่างนั้นทำให้ธันวาที่เดินนำไปก่อนถึงกับหยุดชะงักกึก และทำให้อคิราห์เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบสิ้นสติ ********************************องศา ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมลุ้นไปกับความสัมพันธ์ที่ทั้งกัดทั้งคลั่งรักของทั้งคู่เสมอนะครับ!
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%