กลิ่นฉุนของปูนซีเมนต์ผสมใหม่คละคลุ้งปะปนกับฝุ่นผงเหล็กในอากาศร้อนระอุของไซต์งานโครงสร้างตึกระฟ้าใจกลางเมือง เสียงเครื่องจักรหนักหน่วงคำรามก้องสะท้อนก้องกบาล แต่นั่นยังไม่น่ารำคาญเท่าเสียงรองเท้าคอมแบตหนาหนักที่หยุดยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะสนามชั่วคราวของผม
"แบบที่คุณส่งมาเมื่อคืน... อ่านภาษาทางวิศวกรรมไม่ออก หรือแค่จงใจจะฆ่าคนอื่นทางอ้อมกันแน่ครับ คุณอคิราห์"
น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะห้วนกระด้างดังขึ้นจากเบื้องบน อคิราห์ (คิราห์) ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขพิมพ์เขียวแผ่นโต นิ้วเรียวภายใต้ถุงมือผ้ายังคงลากดินสอตัดเส้นสถาปัตยกรรมอย่างแม่นยำ ก่อนจะค่อยๆ ปิดปากกาหมึกซึมราคาแพงแล้วเงยสบตาคมกริบของร่างสูงใหญ่ที่ยืนค้ำหัวอยู่
ธันวา วิศวกรควบคุมงานโครงสร้างประจำโปรเจกต์นี้ ยืนกอดอกเต็มความสูง ใบหน้าคมคายดุจสลักจากหินแกรนิตบึ้งตึงจนแทบจะหยดเป็นน้ำแข็ง ดวงตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง เช่นเดียวกับสันจมูกโด่งเป็นสันที่เชิดขึ้นเล็กน้อยด้วยความถือดี
"ถ้าคุณธันวาใช้สมองส่วนหน้าวิเคราะห์มากกว่าจะเอาแต่ใช้อารมณ์ตัดสิน คุณจะเห็นว่าส่วนโค้งกระจกรับน้ำหนักที่ผมดีไซน์ไว้ มันถูกคำนวณค่าพิกัดการกระจายแรงมาอย่างสมบูรณ์แบบแล้วครับ" คิราห์สวนกลับทันควัน นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มพราวระยับด้วยประกายความท้าทาย ไม่มีความเกรงกลัวต่อรัศมีคุกคามของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย
"สมบูรณ์แบบบ้านป้าคุณสิ!" ธันวากระแทกม้วนแบบพิมพ์เขียวลงบนโต๊ะจนฝุ่นฟุ้งกระจาย เขาโน้มตัวลงมาประชิดจนระยะห่างระหว่างใบหน้าเหลือเพียงคืบเดียว ลลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ ปะทะเข้ากับผิวแก้มของคนตัวบางกว่า "คานรับน้ำหนักจุดนี้... ตรงนี้! ถ้าเทปูนตามแบบที่คุณวาด มุมองศามันจะบิดรับแรงเฉือนไม่ได้ ตึกทั้งแถบจะถล่มลงมาทับคนงานตายเป็นเบือภายในพริบตาเดียว! นี่คุณเอาดีไซน์แฟนตาซีมาจากนิยายปรัมปราที่ไหนมาใช้ในโลกความเป็นจริงวะ"
"อย่ามาดูถูกงานของผมนะ!" คิราห์ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้จะเตี้ยกว่าอีกฝ่ายอยู่ช่วงไหล่ แต่แรงกดดันจากรังสีความโกรธที่แผ่ออกมาจากตัวสถาปัตยกรรมหนุ่มก็ไม่ได้น้อยไปกว่ากันเลยสักนิด "แบบนี้ผมใช้เวลาแก้มาสามคืนเต็มๆ เพื่อให้มันสอดคล้องกับโครงสร้างประหลาดๆ ของคุณ แต่วิศวกรหัวโบราณอย่างคุณกลับมองไม่เห็นความงามทางสถาปัตยกรรม แถมยังเอาแต่พ่นคำดูถูกออกมาอย่างไร้รสนิยม!"
"ผมไม่ได้ทำอาชีพศิลปินวาดภาพเล่นไปวันๆ นะครับคุณสถาปนิก หน้าที่ของผมคือความปลอดภัยของชีวิตคน ไม่ใช่ความสวยงามบ้าบอที่คุณเพ้อฝันขึ้นมา!" ธันวาตวาดกลับเสียงดังลั่นจนคนงานรอบข้างต่างพากันสะดุ้งและถอยร่นออกไปเป็นวงกว้าง ไม่มีใครกล้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างเสือสองตัวที่กำลังแยกเขี้ยวใส่กันในสมรภูมิเหล็กเส้นแห่งนี้
คิราห์เม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง อกบางกระเพื่อมขึ้นลงด้วยความโกรธที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง คำพูดเตือนสติปริศนาจากรินเมื่อคืนแวบเข้ามาในหัว *“ระวังตัวไว้... คนที่นายกำลังร่วมงานด้วย ไม่ได้มีแค่ความลับเรื่องโครงสร้างตึกเท่านั้นที่ซ่อนอยู่”*
ความลับอะไรกันแน่? หรือว่าไอ้ผู้ชายปากร้ายตรงหน้านี้กำลังปกปิดข้อบกพร่องอะไรบางอย่างของโครงสร้างตึกนี้อยู่ ถึงได้คอยขัดขวางงานดีไซน์ของเขาในทุกๆ ทางแบบนี้
"ถ้าคุณคิดว่ามันทำไม่ได้จริง ก็รื้อทิ้งแล้วเปลี่ยนตัวใหม่ซะสิครับ" คิราห์เชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มหยันปรากฏบนริมฝีปากบางเฉียบ "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า ถ้าคุณทำลายงานชิ้นนี้ มันไม่ได้แปลว่าคุณเก่งหรอก... มันแปลว่าคุณ 'ยอมแพ้' ต่อจินตนาการที่เหนือกว่าของคุณต่างหาก"
ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงมองใบหน้าเนียนใสที่รั้นจนน่าจับตีให้เข็ด โทสะที่เคยพลุ่งพล่านเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่ตีรวนอยู่ในอก ผู้ชายคนนี้ดื้อด้าน ดันทุรัง และปากจัดเป็นที่สุด แต่ให้ตายเถอะ... เวลาที่ดวงตาสูส่งคู่นั้นลุกโชนไปด้วยความมุ่งมั่น มันกลับสลักภาพลงในความทรงจำของเขาอย่างสลัดไม่หลุด
บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกแช่แข็ง เสียงเครื่องจักรในไซต์งานรอบด้านพลันเงียบหายไปในความรับรู้ เหลือเพียงเสียงลมหายใจหอบกระชั้นของคนทั้งคู่ที่ยืนประจันหน้ากันในระยะประชิด กลิ่นกายหอมสะอาดผสมกลิ่นฝุ่นผงจางๆ จากตัวคิราห์ลอยเข้าจมูกวิศวกรหนุ่ม ทำให้จังหวะการเต้นของหัวใจใต้เสื้อช็อปสีเข้มเริ่มผิดจังหวะไปอย่างควบคุมไม่ได้
ธันวาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกนิด จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมาจากร่างกายของอีกฝ่าย ดวงตาคมดุจเหยี่ยวจ้องมองลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยที่เริ่มมีอาการไหวระริก แม้ปากจะยังแข็งกร้าว แต่ปลายนิ้วที่กำขอบโต๊ะแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวนั้นฟ้องชัดเจนว่าสถาปนิกคนเก่งกำลังประหม่าสุดขีด
"ปากเก่งนักนะ..." ธันวาโน้มใบหน้าลงกระซิบชิดริมหู เสียงทุ้มต่ำพร่าพร่าจนคนฟังขนลุกซู่ "ถ้าแบบของคุณมันห่วยแตกจนใช้ไม่ได้จริง... ผมจะปรับตกมันซะ แล้วบังคับให้คุณมานั่งแก้ใหม่ต่อหน้าผมตัวต่อตัวแบบไม่มีวันได้กลับบ้านเลยคอยดู"
คิราห์สะท้านเฮือกเมื่อริมฝีปากหยักลึกเฉียดผ่านใบหู ความร้อนจากลมหายใจนั้นทำเอาสมองตื้อตันไปหมด ทว่าก่อนที่เขาจะได้สวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบตามนิสัย มือหนาของธันวาก็กระชากม้วนแบบพิมพ์เขียวขึ้นมาถือไว้ พร้อมกับหมุนตัวเตรียมจะเดินหนี
"เดี๋ยวสิคุณธันวา!" คิราห์เอื้อมมือไปคว้าชายเสื้อช็อปของอีกฝ่ายไว้เพื่อยื้อให้อยู่คุยให้รู้เรื่อง
ธันวาชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมาอย่างรวดเร็ว แรงดึงกะทันหันทำให้ร่างบางของคิราห์เสียหลักพุ่งเข้าชนแผงอกกว้างเข้าอย่างจัง แผ่นเหล็กเส้นที่วางพิงอยู่ข้างโต๊ะสะเทือนเลื่อนหลุดจาก2ตั้ง ส่งเสียงลั่นเอี๊ยดอาร์ดน่ากลัว
*เคร้ง!*
เศษเหล็กโครงสร้างขนาดใหญ่ที่ค้ำยันโครงหลังคาชั่วคราวเกิดหลุดจากล็อกด้วยแรงกระแทก ร่างของทั้งคู่เซถลาล้มลงไปตามแรงโน้มถ่วง ธันวารีบคว้าเอวบางไว้ตามสัญชาตญาณแล้วพลิกตัวลงไปเป็นเบาะรองรับให้ด้านล่าง เพื่อไม่ให้คิราห์กระแทกกับพื้นคอนกรีตแข็ง
ฝุ่นผงคละคลุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ เสียงโลหะหนักอึ้งร่วงหล่นดังสนั่นหวั่นไหว แต่ทว่า... ในวินาทีแห่งความชุลมุนนั้น โลกทั้งใบกลับหยุดหมุนลงเฉียบพลัน
คิราห์ลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองกำลังคร่อมทับอยู่บนร่างแกร่งของธันวา ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันแค่เพียงลมหายใจกั้น ดวงตาสีเข้มของวิศวกรหนุ่มที่มองขึ้นมาเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความดุร้าย ขณะที่ดวงตาของสถาปนิกหนุ่มเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
ริมฝีปากของธันวาขยับเหมือนจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ทันที่เสียงใดจะหลุดออกมาจากลำคอ เสียงปรบมือช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็ดังขึ้นจากเงามืดด้านหลังเสาปูนใหญ่
"โอ้โห... แสดงสดกลางไซต์งานแบบนี้ เรตติ้งโปรเจกต์เราคงพุ่งกระฉูดแน่ๆ เลยว่าไหมคะคุณธันวา, คุณคิราห์?"
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความระอุในสมรภูับนี้ด้วยกันนะครับ
เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ•ตอนที่ 2
สมรภูมิเหล็กเส้น
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!