"ถ้าคุณยังยืนกรานจะยัดเสาต้นนี้ไว้กลางห้องรับแขกเพื่อความสมมาตรบ้าบออะไรนั่น ผมแนะนำให้คุณพับแบบแปลนแล้วกลับไปเรียนปีหนึ่งใหม่ซะ, คุณอคิราห์"
เสียงทุ้มต่ำที่เจือความหงุดหงิดอย่างไม่ปิดบังดังขึ้น ขัดจังหวะการนำเสนอโปรเจกต์มูลค่าหลายร้อยล้านกลางห้องประชุมใหญ่ซะจนเงียบกริบ อคิราห์สะดุ้งเล็กน้อย—ไม่ใช่เพราะความตกใจ แต่เป็นเพราะความกรุ่นโกรธที่พุ่งปรี๊ดขึ้นมาถึงขั้วหัวใจจนปลายนิ้วที่ถือเลเซอร์พอยเตอร์สั่นระริก
เขาหันขวับไปมองต้นเสียง สถาปนิกหนุ่มเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ส่งสายตาคมกริบราวกับจะเชือดเฉือนร่างของวิศวกรหนุ่มรุ่นพี่ที่นั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทางกวนประสาท ธันวา... ผู้ชายที่ขึ้นชื่อเรื่องความเคี้ยวยากและหัวโบราณที่สุดในบริษัทก่อสร้างแห่งนี้ และตอนนี้เขากำลังนั่งทำลายงานออกแบบชิ้นเอกที่อคิราห์ทุ่มเทนอนดึกติดต่อกันสามคืนรวดอย่างไร้เยื่อใย
"มันไม่ใช่ความสมมาตรบ้าบออะไรนั่นครับคุณธันวา แต่มันคือสัดส่วนทองคำ (Golden Ratio) ที่ถูกคำนวณมาแล้วว่าสอดรับกับกระจกโค้งพาโนรามา ถ้าคุณถอดเสานั่นออกตามใจชอบ โครงสร้างรับน้ำหนักของชั้นบนจะพังทลายลงมาในแง่ของวิศวกรรมจริง แต่ในแง่สถาปัตยกรรม มันจะทำลายสุนทรียศาสตร์ของห้องนี้จนย่อยยับ!" อคิราห์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกพยางค์ ดวงตากลมโตเป็นประกายดุดันอย่างไม่ยอมลดละ
"สุนทรียศาสตร์กินไม่ได้หรอกครับคุณสถาปนิก" ธันวายืดตัวขึ้นเล็กน้อย นัยน์ตาคมปลาบมองสบตากับร่างโปร่งที่ยืนอยู่หน้าจอโปรเจกเตอร์อย่างไม่เกรงกลัว รอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่ายช่างชวนให้รู้สึกหมั่นไส้จนอคิราห์อยากจะปาเลเซอร์พอยเตอร์ใส่หน้าคมๆ นั่นสักที "ตึกถล่มเพราะดีไซน์สวยงาม ไม่มีใครเขาชมว่าตึกสวยหรอกครับ มีแต่จะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ถ้าคุณเก่งแต่ขีดๆ เขียนๆ เส้นสวยๆ บนกระดาษแต่คำนวณแรงเฉือนไม่เป็น ก็กรุณารับฟังคนที่เขาต้องเอาชีวิตมาเดิมพันกับความปลอดภัยของอาคารนี้ด้วย"
บรรยากาศในห้องประชุมกดดันจนแทบหยุดหายใจ บรรดาผู้จัดการฝ่ายและทีมงานคนอื่นๆ ต่างพากันกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดคอ ไม่มีใครกล้าปริปากแทรกกลางระหว่างเสือสองตัวที่กำลังแยกเขี้ยวใส่กัน รินที่นั่งอยู่มุมโต๊ะรีบยกมือขึ้นปิดปาก เก็บอาการตื่นเต้นกับเคมีที่พุ่งปะทะกันจนน่าจับตามองของเพื่อนสนิทกับหัวหน้าวิศวกรสายเถื่อนคนนี้
อคิราห์สูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ เขาก้าวฉับๆ เข้าไปประชิดโต๊ะประชุม วางมือทั้งสองข้างลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวเข้าหาอีกฝ่ายเล็กน้อยเพื่อกดดัน ระยะห่างระหว่างกันลดลงจนได้กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จางๆ จากตัวธันวา
"คุณกำลังดูถูกผมนะธันวา" อคิราห์กดเสียงต่ำลง กระซิบด้วยถ้อยคำที่บาดลึก "ผมจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากปารีส ผมรู้ดีว่าขีดจำกัดของวัสดุอยู่ตรงไหน และผมไม่มีวันยอมให้โครงสร้างหยาบๆ ของคุณมาทำลายผลงานที่ผมแลกมาด้วยหยาดเหงื่อหรอก"
ธันวาเงยหน้าขึ้นสบตาคนที่โน้มตัวเข้ามาใกล้ ชั่ววินาทีหนึ่งแววตาแข็งกร้าวของวิศวกรหนุ่มไหววับไปเล็กน้อยเมื่อกลิ่นหอมสะอาดลอยเข้าจมูก แต่ใบหน้าคมคายก็ยังคงปั้นปึ่งและดึงดันเหมือนเคย ร่างสูงใหญ่เอนหลังพิงเก้าอี้อีกครั้งอย่างไม่สะทกสะท้าน แถมยังลอยหน้าลอยตาตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้อคิราห์แทบคลั่ง
"งั้นก็พิสูจน์ให้ผมเห็นสิครับ... ว่าผลงานของคุณมันเจ๋งพอที่จะแบกรับความเสี่ยงที่ผมเตือนไว้" ธันวาผายมือไปทางหน้าจอ "แก้แบบมาใหม่ภายในพรุ่งนี้เช้า ถ้าทำไม่ได้ตามที่ผมต้องการ ก็เตรียมรื้อแปลนทิ้งแล้วเริ่มใหม่ตั้งแต่ศูนย์ซะ"
"คุณ...!" อคิราห์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความโกรธแล่นริ้วขึ้นมาจนใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อ
ก่อนที่สงครามขนาดย่อมจะได้ปะทุขึ้นไปมากกว่านี้ เสียงกระแอมไอเบาๆ จากผู้บริหารอาวุโสที่นั่งหัวโต๊ะก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน ทำให้ทั้งคู่ต้องยอมผละสายตาออกจากกันอย่างจำใจ
การประชุมสิ้นสุดลงด้วยความตึงเครียด อคิราห์เก็บแฟ้มเอกสารและแท็บเล็ตลงกระเป๋าด้วยความหงุดหงิด เขาสบถเบาๆ ในลำคอขณะก้าวเดินออกมาจากห้องประชุม ทว่ายังไม่ทันพ้นประตูมือหนากลับคว้าข้อแขนของเขาไว้แล้วดึงตัวเข้าไปหลบในห้องเก็บเอกสารข้างๆ ที่ปลอดผู้คนอย่างรวดเร็ว
ประตูปิดลงพร้อมกับร่างของอคิราห์ที่ถูกดันให้ชิดผนังห้องโดยมีร่างสูงใหญ่ของธันวากลั้นเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหน ความใกล้ชิดที่กะทันหันทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ปะทะกันจนสัมผัสได้ อคิราห์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่รักดีเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วพบว่าใบหน้าของวิศวกรหนุ่มอยู่ห่างจากเขาเพียงคืบเดียว
"คุณ... ทำบ้าอะไรเนี่ย ปล่อยนะ!" อคิราห์พยายามดันแผงอกกว้างออก แต่แรงของอีกฝ่ายกลับมั่นคงราวกับกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็ก
ธันวาไม่ยอมปล่อย เขาก้มหน้าลงมาใกล้ขึ้น ปลายจมูกแทบจะชนกัน แววตาดุด้านเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความลึกล้ำยากจะคาดเดา น้ำเสียงที่เอמהกระซิบข้างหูช่างแหบพร่าและสั่นระริกเล็กน้อยจนน่าประหลาดใจ
"ดื้อด้าน... แต่ก็น่ามองเป็นบ้าเลยนะคุณสถาปนิก" ธันวาเอ่ยเสียงต่ำ ชิดริมฝีปากลงข้างใบหูขาวสะอาดจนอคิราห์ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "เลิกทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจแล้วมาคุยกันดีๆ สักที... หรือต้องให้ผมรื้อแบบแปลนในหัวคุณใหม่ด้วยวิธีอื่น ถึงจะยอมฟังผมบ้าง?"
อคิราห์ชะงักค้าง สมองตื้อตันไปชั่วขณะเมื่อเจอจู่โจมด้วยประโยคกำกวมและสายตาที่ร้อนแรงเกินกว่าจะรับมือไหว ดวงตากลมโตสบมองนัยน์ตาคู่คมที่ฉายแววคลั่งรักซ่อนอยู่ภายใต้ความดุดันอย่างไม่ทันตั้งตัว...
ทว่า ในเสี้ยววินาทีที่บรรยากาศกำลังสุกงอมและหัวใจของทั้งสองคนเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอกนั้นเอง เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงของรินที่ร้องเรียกเข้ามาเสียงดังฟังชัด
"คิราห์! แกอยู่ในนั้นรึเปล่า? มีคนเอาพัสดุด่วนส่งตรงจากสำนักงานใหญ่มาให้แก...!"
ธันวาผละตัวออกห่างจากอคิราห์อย่างรวดเร็วราวกับต้องไฟ แต่นัยน์ตายังคงจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของสถาปนิกหนุ่มที่ยืนหอบหายใจโยนตัวสั่นระริกอยู่พิงผนัง ร่างสูงส่งยิ้มมุมปากก่อนจะเอ่ยทิ้งท้ายเสียงเบา
"พรุ่งนี้เช้า... หวังว่าจะได้เห็นแบบแปลนที่ยอมจำนนต่อผมนะ, คุณอคิราห์"
พูดจบ ธันวาก็หมุนตัวเปิดประตูเดินออกไป ทิ้งให้อคิราห์ยืนเคว้งคว้างอยู่ลำพังท่ามกลางกลิ่นกายที่ยังคงอบอวลอยู่ในห้องแคบๆ หัวใจที่เคยสงบกลับปั่นป่วนจนควบคุมไม่อยู่
และเมื่ออคิราห์เปิดประตูเดินออกไปรับพัสดุด่วนจากมือริน เอกสารแผ่นแรกที่ดึงออกมาจากซองกลับไม่ใช่แบบแปลนก่อสร้าง... แต่มันคือภาพถ่ายเก่าแก่ของอาคารหลังนี้เมื่อสิบปีก่อน พร้อมกับข้อความลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยหมึกสีดำสนิทแปะทับไว้ว่า:
*"ระวังตัวไว้... คนที่นายกำลังร่วมงานด้วย ไม่ได้มีแค่ความลับเรื่องโครงสร้างตึกเท่านั้นที่ซ่อนอยู่"*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางเข้าสู่บทแรกด้วยกันนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ•ตอนที่ 1
แบบแปลนที่พังทลาย
ผลงานโดย ไฟเยอร์บลัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ไฟเยอร์บลัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนสถาปัตย์กับวิศวกรสายเถื่อน: ปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่หัวใจ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!